ปัตตานี ม.ฟาฏอนี ผนึกไทยมาเลย์อินโด จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เชื่อมศาสนาวิทยาศาสตร์ และปรัชญา
19 มกราคม 2569 เวลา 06:35:00
5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 มกราคม 2568 ที่ห้องประชุม อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จังหวัดปัตตานี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นประธานเปิดกิจกรรม โครงการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ วิทยาศาสตร์ ศาสนา และปรัชญา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อะหมัดอุมัร จะปะเกีย รองอธิการบดีอาวุโส ให้การต้อนรับ การประชุมครั้งนี้มีนักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา รวมถึงตัวแทนจากภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกว่า 500 คน
ทั้งนี้ ในยุคปัจจุบัน การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างอิสลาม วิทยาศาสตร์ และปรัชญา นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับมือกับความท้าทายของสังคมสมัยใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมการเติบโตทางปัญญาในโลกมุสลิมและสังคมในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ศาสตร์ทั้งสามมักถูกแยกส่วนในการศึกษา ส่งผลให้เกิดความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างพื้นที่ความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิชาการจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ร่วมแลกเปลี่ยน อภิปราย และเชื่อมโยงระหว่างจารีตทางศาสนากับการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์

สำหรับการจัดประชุมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง LISAFA ประเทศมาเลเซีย, UIN Sunan Kalijaga ประเทศอินโด นีเซีย และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ประเทศไทย ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายทางปัญญาระหว่างประ เทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสร ิมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตลอดจนส่งเสริมแนวทางองค์รวมในการแสวงหาความรู้

นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเป็นเวทีระดับนานาชาติสำหรับนักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษา ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านอิสลาม วิทยาศาสตร์ และปรัชญา รวมถึงการนำเสนอผลงานวิจัยล่าสุด และการอภิปรายถึงแนวทางการบูรณาการความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เข้ากับปรัชญาอิสลามอย่างสร้างสรรค์
อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนี กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยเน้นว่า ศาสนาอิสลาม วิทยา ศาสตร์ และการศึกษา เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างสมดุล อิสลามให้ความสำคัญกับการแสวงหาความรู้ในทุกมิติ ทั้งด้านศาสนา สังคม และการเมือง พร้อมระบุว่าจากประสบการณ์ทำงานทางการเมืองมาอย่างยาวนาน เห็นชัดว่าศาสนาและการเมืองต้องเดินควบคู่กัน เพื่อสร้างความยุติธรรมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฟาฏอนีถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ โดยในอดีตนักวิชาการมุสลิมมีบทบาทบุกเบิกศาสตร์สำคัญของโลก อาทิ ดาราศาสตร์ เคมี การแพทย์ และคณิตศาสตร์ พร้อมชี้ว่าในบริบทปัจจุบัน อิสลามจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านยุทธศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อยกระดับการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และแสดงความเชื่อมั่นว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และต่อยอดสู่ความก้าวหน้าในอนาคต
ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ขอลา ฮัสซัน นักการศึกษาชื่อดังจากมาเลเซีย เปิดวิสัยทัศน์ว่า อิสลามให้ความสำคัญกับความรู้ในฐานะรากฐานของการพัฒนาสังคม ทุกสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงกันตามหลักการของอัลกุรอาน ซึ่งเน้นการเรียนรู้และการใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง พร้อมย้ำว่าการพัฒนาโลกไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดการศึกษา และความรู้ต้องถูกนำไปใช้จริง ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การผลิตนักวิชาการ และการส่งเสริมงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง.

สุดยอดต้นแบบ! เทศบาลตำบลบ้านกรูด คว้ารางวัล“ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” จากรองนายกรั ฐมนตรี
15
ข่าวประชาสัมพันธ์

นนทบุรี “หมอวรงค์” ปราศรัยใหญ่ ยืนยันเป็น สส. คนเดียว ก็ปราบโกงได้ เผยคลิปเปิดใจไวรัลข้ามคืน 3 แสนวิว
3


ตร.ภูธรจังหวัดมุกดาหาร จับแล้ว !! มือปืนปากกายิงหนุ่มดับกลางงานบุญข้าวจี่ ที่บ้านค้อ พร้อมคุมตัวทำแผน




