สิ้นแล้วเกจิดังเมืองอุดรฯ! "หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต" ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ ๖๔ ปี
26 ธันวาคม 2568 เวลา 05:19:00
3
เมื่อเวลา06.00น.วันที่ 26 ธันวาคม 2568 สำนักงานวัดโนนสว่าง จังหวัดอุดรธานี ได้ออกประกาศฉบับที่ 4แจ้งข่าวการมรณภาพของ พระพิพัฒน์วชิราคม วิ. (หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต) เจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง ซึ่งได้ละสังขารอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลอุดรธานี เมื่อเวลา 05.58น. ที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ
ลำดับอาการอาพาธย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29พฤศจิกายน 2568 หลวงพ่อเจริญได้เข้ารับการรักษาตัว ณ หอผู้ป่วยสงฆ์ โรงพยาบาลอุดรธานี ด้วยอาการไข้หวัดและภาวะน้ำท่วมปอด (Congestive Heart Failure) โดยอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของคณะแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง
ต่อมาอาการได้ทรุดหนักลงจนต้องย้ายเข้าหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU) จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา หลวงพ่อมีอาการหัวใจเต้นช้าผิดปกติและไม่รู้สึกตัว จากการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) พบว่า สมองขาดเลือดเนื่องจากภาวะหลอดเลือดสมองอุดตัน คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจและยากระตุ้นหัวใจอย่างเต็มกำลัง
วาระสุดท้ายแห่งธรรม
แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่อาการอาพาธรุนแรงและร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา จนในที่สุดท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วชิราคม วิ. ได้ละสังขารลงด้วยอาการสงบ

สำหรับประวัติพระพิพัฒน์วชิราคม
(หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต) วัดดโนนสว่าง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
พระพิพัฒน์วชิราคม นามเดิม เจริญ นามสกุล สารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 เดือนมิ.ย. ปีพ.ศ. 2504 ที่บ้านหนองวัวซอ จ.อุดรธานี บิดาเดิมเป็นชาวอุบลราชธานี ชื่อนายสงวน สารักษ์ มารดาเป็นชาวบ้านเชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ชื่อนางฮวด สารักษ์ เชื้อสายทางบิดาเป็นชาวอุบลราชธานีโดยกำเนิด เกี่ยวพันเป็นลูกหลานเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ และหลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม วัดสิริสาลวัน จ.หนองบัวลำภู มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 10 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 2 คน เป็นคนที่ 6 บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบุญญานุสรณ์ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
มีพระครูประสิทธิ์คณานุการ อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ ธรรมยุต เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะเป็นสามเณรได้สนใจศึกษาหัดอ่านเขียนคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมอีสานกับพ่อใหญ่มั่นผู้เฒ่าที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งสามารถอ่านเขียนและจารอักษรธรรมอีสานได้ และท่านผู้นี้เป็นฆราวาสที่มีอาคมด้วย จึงได้เรียนอักษรธรรมและอาคมบ้างพอประมาณ ต่อมาจึงสามารถอ่านเขียนอักษรธรรมล้านนา และอักษรไทยน้อยได้จนแตกฉาน และสามารถจารหนังสือใบลานได้ตั้งแต่บรรพชาไม่ถึง 2 พรรษา เรียนพุทธาคม

ความที่ไม่เข้าใจว่าทำไมชาวบ้านจึงนับถือภูตผีปีศาจ จึงศึกษาถึงที่มาที่ไปจนผ่านไปหลายปี จึงทราบได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงให้เลิกนับถือสิ่งเหล่านั้นและให้ถือพระรัตนตรัยแทน จึงเริ่มสนใจในวิชาพุทธาคมและเริ่มศึกษาควบคู่ไปกับการศึกษาข้อความในคัมภีร์ ซึ่งต่อมาทำให้เป็นผู้มีความรอบรู้ในเรื่องพระคัมภีร์อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระสูตร เรื่องราวในทางธรรมะต่างๆ ตำรายาแผนไทยโบราณ ตำราดวงชะตา ตำราลงอักขระปลุกเสกต่างๆ ซึ่งได้ศึกษาพอประมาณ ต่อมาจึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์สมพงษ์หรือพระธรรมสังวร วัดพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เรียนวิชาลง ตะกรุดโทนและวิชารักษาคนผู้ถูกมนตร์ทำร้าย เป็นต้น และอาศัยอยู่กับหลวงปู่โถน พระครูสถิตธรรมรัตน์ วัดโสกแจ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ได้เรียนวิชาลงตะกรุดหกกษัตริย์ และกบตายคารู และลงนะหน้าทอง และอีกหลายอย่าง เป็นสามเณรอุปัฏฐากอยู่กับหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น
เมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดป่าสามัคคีอุปถัมภ์ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย โดยมีพระครูสิริธรรมวัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินัยกิตติโสภณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุนทรนวกิจ วัดอรุณรังษี เป็นพระอนุสวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “ฐานยุตฺโต” ในคณะธรรมยุต
เมื่ออุปสมบทแล้วได้ไปจำพรรษาอยู่กับพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่เมตตาหลวง) วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลวงปู่ให้เรียนเอาวิชาเมตตาหลวง ตำราเลขยันต์ คาถาลงตะกรุดโทน แคล้วคลาด ยันต์ตรีนิสิงเห และสอนให้บริกรรมธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ นะ มะ พะ ทะ หลายปีต่อมาขณะจำพรรษาอยู่วัดป่าพรรณานิคม ได้พบหลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์

เมื่อหลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม วัดสิริสาลวัน จ.หนองบัวลำภู มรณภาพลง ได้มางานพระราชทานเพลิงศพท่าน และได้รับนิมนต์ให้อยู่ต่อ ต่อมาพระครูพุทธศาสโนวาท (ชาลี) เจ้าอาวาสวัดศรีสว่าง (ชื่อวัดในขณะนั้น) ถึงแก่มรณภาพลง จึงได้อยู่ช่วยงานศพจนแล้วเสร็จ ชาวบ้านจึงอาราธนาให้จำพรรษาที่วัดนั้น และขอให้ช่วยพัฒนาวัดด้วยเพราะเป็นวัดในอำเภอบ้านเกิด จนกระทั่งได้รับแต่งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ต่อมาเปลี่ยนชื่อวัดศรีสว่างเป็นวัดโนนสว่าง และจำพรรษาอยู่จนปัจจุบัน ตั้งแต่มาช่วยพัฒนาอารามแห่งนี้ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ
เนื่องด้วยได้ศึกษาด้านพุทธาคมจนแตกฉาน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ปีพ.ศ. 2537 จึงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรในชื่อ “พระครูพิพัฒน์วิทยาคม”
3 ก.ค. 2567 ได้รับโปรดเกล้าพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะขั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสนาธุระที่่ พระพิพัฒน์วชิราคม
พระพิพัฒน์วชิราคม ก็ได้ใช้สรรพวิชาพุทธาคมที่ได้เล่าเรียนมาตั้งแต่เป็นสามเณรช่วยสงเคราะห์ชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทั่วไปตามกำลังที่มี ส่วนการสร้างวัตถุมงคลและปลุกเสกวัตถุมงคลนั้นได้ทำตามตำรับวิชาผึ้งพันน้ำมันหมื่น จนทำให้วัตถุมงคลเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การนำไปสักการบูชา
สืบสานอาคมอีสานโบราณ
ในการปลุกเสกวัตถุมงคลของพระครูพิพัฒน์วิทยาคม ในขณะปลุกเสกนั้น จะต้องนั่งบนอาสนะที่หล่อด้วยขี้ผึ้งแท้หนัก 4 หมื่น หรือ 48 กิโลกรัม และบริกรรมธาตุและพระคาถาด้วยลูกประคำงาช้างจำนวน 216 ลูก และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้คือ ครุภัณฑ์ ซึ่งก็คือเครื่องบูชาพระรัตนตรัยชุดใหญ่ อันประกอบด้วยเครื่องบูชาตามตำรับโบราณหลายชนิด เช่น เครื่องพัน หมายถึงจำนวนละพันชิ้นและน้ำมันหมื่น อันได้แก่น้ำมันหลายชนิด เช่น น้ำมันงา หรือน้ำมันยางแบบโบราณแท้ ซึ่งทั้งหมดทั้งนั้นก็คือเครื่องบูชาพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตั้งแต่สมัยโบราณ
กล่าวกันสืบๆ มาว่า ครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมสายอีสานโบราณจนถึงผู้ทรงวิทยาคมทางฝั่งลาว หากจะเรียนสรรพวิทยาคมต่างๆ หรือจะลงประจุคาถาอาคมลงในวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นนั้น ต้องแต่งเครื่องบูชาด้วยเครื่องบูชาที่เรียกว่า ผึ้งพันน้ำมันหมื่น เมื่อแต่งเครื่องบูชาแล้วจึงเริ่มทำพิธีมหาพุทธาภิเษกและลงประจุอาคม ที่สำคัญต้องกระทำการในวันบุญมหาชาติเท่านั้น จึงจะได้วัตถุมงคลที่ศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังมีอานุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต ถือ
เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากในเขตภาคอีสาน โดดเด่นทั้งในด้านวิปัสสนากรรมฐานและเมตตาบารมี การจากไปของท่านจึงนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการคณะสงฆ์ไทย
ในวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 10.00 น. จะทำการเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อออกจากโรงพยาบาล เพื่อเดินทางกลับมายังวัดโนนสว่าง สำหรับกำหนดการพิธีสรงน้ำศพ การบำเพ็ญกุศล และรายละเอียดต่าง ๆ ทางวัดจะประกาศแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งในลำดับถัดไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
พระครูปัญญาวราภิวัฒน์
โทร. 083-361-9963
จึงขอประกาศให้ศิษยานุศิษย์และพุทธบริษัททราบโดยทั่วกัน ..........รัฐธนินท์ ถิรศิรเศรษฐ์ อุดรธานี

EGCO Group รับสมัครเยาวชนหัวใจกรีน ร่วมถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์ กับ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า”
5
ข่าวประชาสัมพันธ์

ราชบุรี - อดีตรองนายกเทศมนตรีบ้านโป่ง โร่แจ้ง ตร. ถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว กกต. ข่มขู่กลางดึก ขอตรวจค้นรถ
3


ลุ้นระทึก !! กู้ภัยระดมทีม ไต่ระห่ำนรก ช่วยผู้ป่วยสโตรกติดบนเครนสูง 40 เมตร โรยตัวอุ้มลงพื้นส่งกู้ชีพ







