ผู้ว่าฯ อุดรธานี นำพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานี ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
14 มิถุนายน 2569 เวลา 15:35:00
130
ผู้ว่าฯ อุดรธานี นำพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานี ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามแสดงความอาลัยน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ หอประชุมทองใหญ่ และบริเวณโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานีเป็นเวลา 15 วัน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่หอประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี นำนายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน, นายณฐพล วิถี, นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,นางนิตยา คำวงศ์ปิน นางเรวดี วถี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการตุลาการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และพสกนิกรชาวจังหวัดอุดรธานีทุกหมู่เหล่า เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
สืบเนื่องมาจากประกาศของสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ รวมถึงประกาศเรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพฯ ซึ่งออกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2569 เป็นการเปิดโอกาสให้ปวงชนชาวไทยได้ร่วมแสดงความอาลัยและความจงรักภักดี น้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระองค์ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงาม เปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษาหาความรู้ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ
พระองค์ทรงศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี และทรงศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงศึกษาและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันยังทรงศึกษากฎหมาย ณ สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ควบคู่กันไปด้วย
ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้ทรงเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย และทรงปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีอาญาและกระบวนการยุติธรรม พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นธรรมในทุกมิติ” โดยเฉพาะการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ต้องขังหญิงและเยาวชน อันเป็นที่มาของ “โครงการกำลังใจ” ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง และส่งเสริมโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี จากการทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมบทบาทสตรี พระองค์ได้รับการถวายรางวัลและการยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งรางวัล Model of Recognition และรางวัล UNIFEM Award of Excellence และพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภายใต้กรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พระองค์ทรงมีส่วนสำคัญในการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง โดยได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2553 นับเป็นผลงานสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทยในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนัก งานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) อันสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถด้านการทูตและความร่วมมือระหว่างประเทศ

นอกจากนี้พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในด้านการทหาร โดยทรงเข้ารับการศึกษาและการฝึกอบรมทางทหาร ตลอดจนทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและความมุ่งมั่นในการทรงงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนย้ายมารับราชการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และทรงได้รับพระราชทานยศทางทหารตามลำดับ ปัจจุบันทรงได้รับพระราชทานยศเป็น พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง และพลอากาศเอกหญิง อันเป็นยศทหารชั้นสูงสุดของกองทัพไทย อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนพระยศและตำแหน่ง เพื่อทรงรับราชการในพระองค์ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอกพิเศษ)
พระกรณียกิจด้านการทหารของพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะ ความมีระเบียบวินัย ความเข้มแข็ง และความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้นำ ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามแก่สตรีไทยในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ และการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมด้วยความจงรักภักดีและความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ทรงให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ด้อยโอกาสในสังคม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยทรงน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน "โครงการราชทัณฑ์ปันสุข" ด้วยการผสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการดูแลทางแพทย์และสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม
อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติร้ายแรง ภายใต้แนวคิด "แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน" ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงน้อมนำพระบรมราโช บาย ด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และช้าง ผ่าน "โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์" และโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนโครงการพัฒนาชุมชน ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับคุณภาพชีวิตราษฎรในเขตชายแดน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ.

สภาวัฒนธรรมอำเภอกันทรลักษ์ จัดงาน “รสชาติ...ที่หายไป (The Lost Taste)” สืบสานอาหารถิ่นหายาก เปิดเวทีภูมิปัญญาชุมชน
97
ข่าวประชาสัมพันธ์

กมธ.การตำรวจลุยเสริมศักยภาพผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ป้องกันอาชญากรรมในชุมชนเมืองน้ำดำ
160


แม่ร้องสื่อ ลูกสาววัย 14 ปี ถูกรุ่นพี่เรียกมาตบ บังคับกราบเท้า แถมถ่ายคลิปประจาน







