ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลนครปฐม เชิญประชุมด่วน เครือข่ายผู้ปกครอง ด้านครูอึดอัดรอยร้าวในองค์กร
20 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:19:00
86
วันที่ 20 พ.ค.69 ที่ห้องประชุมบัวชมพู โรงเรียนอนุบาลนครปฐม คณะผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลนครปฐม เชิญประชุมด่วน เครือข่ายผู้ปกครอง ภาคเรียนที่ 1/2569 ซึ่ง ดร.วชิรวิชย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ได้เปิดให้มีการเชิญตัวแทนผู้ปกครองของแต่ระละดับชั้นเข้าร่วมหารือกับคณะผู้บริหารและคณะครูผู้สอน ได้ร่วมหารือกันเองเพื่อเปิดโอกาสให้ได้มีการซักถามกันอย่างและเอียดในทุกข้อสงสัยหลังมีกระแสข่าวเกิดขึ้นในโลกโซเชียล และเป็นประเด็นที่คลุมเครือมานานก่อนที่จะปรากฏ เป็นข่าวซึ่งมีการสอบถามถึงการเปิดการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดการศึกษาและมีการแจ้งความเอาผิดรองผู้อำนวยการรายหนึ่งที่จะมีการปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดว่าเข้าไปเปิดคอมพิวเตอร์การตรวจสอบข้อสงสัยรายรับรายจ่ายที่น่าสนใจจนมีร้านค้าและเอกชนมาทวงถามเงินที่คิดค้างไว้ รวมแล้วนับล้านบาท โดยเป็นการบริหารงานจากคณะทำงานชุดเก่า
โดยในที่ประชุม นายพสภัค มายืนยง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานทั่วไป เป็นประธานในการประชุมได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนผู้ปกครองได้มีการซักถามข้อสงสัยทุกเรื่องซึ่งรวมถึงการเกิดเป็นประเด็นข่าวในหน้าสื่อหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ในการเรียนการสอนของคณะครูทั้งในระบบปกติ และ โปรแกรม EP (English Program) ผู้ปกครองมีความพึงพอใจมากและยังให้ความมั่นใจกับโรงเรียนแห่ง แต่ยังมีปมสงสัยหลายเรื่องในการอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนซึ่งควรจะพัฒนาได้อย่างเต็มที่แต่ไม่ทราบว่าติดด้วยเรื่องใด กระทั่งมาทราบวันนี้ว่ามีปัญหาจากการบริหารที่ขัดแย้งกันอยู่

ซึ่งแนวทางที่พบปัญหาคือการตั้งสมาคมศิษย์เก่า ขึ้นใหม่จากเดิมที่มีอยู่แล้วและมีคณะกรรมการที่หลายคนไม่ได้เป็นศิษย์เก่า หรือมีบุตรหายเรียนอยู่ที่นี่ ซึ่งกำลังจะมีการรวบรวมรายชื่อผู้ปกครองที่จะให้มีการยุบสมาคมผู้ปกครองที่ทับซ้อนกันกับของเดิมที่เคยมีอยู่ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารบางคนซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้บริหารชุดเก่าได้มีการไม่ร่วมหรือยอมรับให้มีการดำเนินการที่รายรื่นในการอำนวยการครูผู้สอน
ขณะที่คณะครูตัวแทนที่ได้เข้าร่วมประชุม บอกว่ารู้สึกอึดอัดใจที่เกิดรอยร้าวขึ้นในองค์กร เพราะทำงานด้วยความอึดอัด บางรายเคยถูก ผู้บริหารจากเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 เชิญตัวไปพบเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ โดยให้ไปพบที่สถาบันการศึกษาที่อยู่ไม่ไกลและไม่เกี่ยวข้องกันมาแล้วซึ่งยังมีลักษณะเป็นการข่มขู่ว่าจะผิดวินัยหรือคาดโทษมาแล้ว และพร้อมจะสนับสนุนการทำงานของผู้อำนวยการคนนี้ต่อไป เพราะได้วางระบบไว้ดีแล้วแต่ติดขัดการทำงานที่ไม่ราบรื่นต่อองค์กร และขอให้ยุติการขัดแย้งนี้ด้วย

ซึ่ง ดร.วชิรวิชย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ได้มาปิดท้ายในการประชุมแชะได้เปิดในว่า ผมมาทำงานที่นี่ได้ 7 เดือนเศษและขอทำงานด้วยการทำหน้าที่อย่างโปร่งใส แต่เมื่อมาทำงานวันแรกแต่มีคนมาทวงเงินโรงเรียนเป็นล้านบาท แล้วผมจะจ่ายให้ได้อย่างไรทั้งที่ผมไม่ได้ซื้อ ไม่ได้เซ็นต์รับ และมาดูบัญชีพบว่ามีการเบิกเงินค่างานศพ 1 ครั้ง จำนวน 6,000 บาท และมีอีกครั้งเบิกเงินงานศพคนเดียวกันอีก 6,000 บาท ผมต้องตรวจสอบไหมว่าคือค่าอะไร เรื่องนี้ก็คือปมที่ทำให้เกิดปัญหา ส่วนปัญหาอื่นผมได้แก้ข้อครหาไปหมดแล้วแต่ไม่ได้แจ้ง เพราะอดทนเพื่อชื่อเสียงของโรงเรียน แต่ที่ต้องออกมาพูดเพราะเอกสารสอบการใช้จ่ายที่มีการตั้งรองผู้อำนวยการท่านหนึ่งเป็นประธานการสอบสวนมันหลุดออกไปในโซเชียลและมีชื่อของครูผู้สอนหลุดออกไปด้วย ผมจึงต้องออกมาพูดเรื่องนี้ มีคนบอกผมว่าเหมือนผม เป็นมังกรพลัดถิ่น แต่มาถูกงูดินเจ้าที่เล่นงาน ซึ่งกลุ่มที่จะมาตรวจสอบผมเรื่องการเงินหรือเรื่องอื่นผมยินดีทุกเรื่อง แต่ก็ยังไม่มา ซึ่งตอนนี้เพจที่นำข้อมูลไปนำเสนอก็ยังนำเสนอข้อมูลผิดๆ เราตรวจสอบแล้วรู้ว่าแอดมินเป็นใคร และผมขอยืนยันว่ามาทำงานไม่ได้มาเพื่อหวังผลประโยชน์

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลเพื่อขอประสานกับ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 เพื่อขอสอบถามประเด็นเรื่องดังกล่าว แต่ทราบว่าติดราชการเข้าไปที่กระทรวงศึกษาธิการ และมีข้อมูลว่าส่วนของผู้บริหารที่ปรากฏว่าไปเปิดคอมพิวเตอร์ของรองผู้อำนวยการที่รับหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงในการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความผิดปกติ ได้ไปแจ้งความเรื่องถูกกลั่นแกล้งแล้วด้วย ขณะที่นางสาวรมิดา นิลประภัสสร หัวหน้าระดับห้องเรียน EP ได้ไปแจ้งความไว้แล้วเช่นกันเนื่องจากมีการนำชื่อไปปรากฏบนโลกโซเชียล ทำให้ขณะนี้บรรยากาศในการบริหารงานร้อนแรงมากขึ้น และเริ่มเป็นกระเด็นในข้อสงสัยในผู้ปกครองและประชาชน ในพื้นที่มากขึ้น


