สุดเจ๋ง..อ.ต่ายเลิศ วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย สร้าง“เครื่องยืดเอ็นใต้ข้อเข่าแบบแนวตั้ง”
25 กันยายน 2569 เวลา 08:53:00
1879
เมื่ือเวลา15.00น. วันที่ 24 ก.ย. 69 นายไพลรัตน์ สำลี หัวหน้างานวิจัยพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลโครงการสร้างนวัตกรรม “เครื่องยืดเอ็นใต้ข้อเข่าแบบแนวตั้ง” ภายใต้โครงการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ โดยมี นายกฤตย์ เข็มเพ็ชร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอศรีสัชนาลัย ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี

โดยนายไพลรัตน์ สำลี หรืออาจารย์ต่าย ครูรางวัลคุณากร รุ่นที่ 6 (พ.ศ. 2568) จากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เปิดเผยว่า จากการสังเกตปัญหาในชุมชน พบว่าผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง และผู้ป่วยหลังผ่าตัดข้อเข่า มักประสบปัญหาข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต ความยากลำบากในการเดินทางไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายที่สูง และความกลัวความเจ็บปวดระหว่างการรักษา ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเส้นเอ็นยึดติด ข้อแข็ง และเสี่ยงต่อการสูญเสียการเดินอย่างถาวร จึงได้บูรณาการความรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์และกลไกแมคคาทรอนิกส์ ประดิษฐ์ “เครื่องยืดเอ็นใต้ข้อเข่าแบบแนวตั้ง” ซึ่งเป็นอุปกรณ์กายภาพบำบัดต้นทุนต่ำ มีความปลอดภัยสูง สามารถควบคุมองศาและความเร็วในการยืดได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกายได้เองที่บ้านอย่างสะดวก สม่ำเสมอ และปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ทั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการและลงมือปฏิบัติจริงเป็นนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย 4 คน และนักเรียนโรงเรียนบ้านแก่งวิทยา 2 คน ใช้เวลาประดิษฐ์หลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 โดยสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวนี้ จะช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดข้อเข่า, ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ , ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถบำบัดฟื้นฟูตัวเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล หลักการทำงานคือการค่อยๆเหยียดและงอเพื่อยืดเส้นเอ็นบริเวณข้อเข่า โดยเริ่มจากองศาน้อยๆ แล้วค่อยๆปรับองศาจนสามารถเหยียดตรงและงอพับได้ตามปกติ โดยการควบคุมจากโปรแกรมที่ติดตั้งภายในกล่องควบคุม ซึ่งมีแบตเตอรี่ชาร์จที่สามารถใช้งานได้ยาว นาน โดยได้มีการทดสอบการใช้งานจริงมาระยะหนึ่งแล้ว และเป็นที่พอใจของผู้ป่วยที่ได้รับการทดสอบ จึงทำการจดสิทธิบัตรเอาใว้ และจากนี้จะต่อยอดการผลิต เพื่อส่งมอบให้กับสถานพยาบาลในการฟื้นฟูผู้ป่วย และอาจพัฒนาไปสู่ระบบธุรกิจในอนาคต โดยใช้ต้นทุนในการผลิตประมาณ 5,000บาทเท่านั้น

โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม 4 มิติ ทั้งการช่วยฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยในชุมชน, การปลูกฝังทักษะอาชีพข้ามสายวิชาให้ แก่เยาวชน, การพัฒนาศักยภาพครูและเครือข่ายการศึกษา, ตลอดจนการยกระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมบริการสังคมอย่างยั่งยืน.
ธนกฤต ท้าวบุญยืน/สุโขทัย


