สทนช. จัดเวทีแรกถกแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำบางปะกงยั่งยืน ร่วมกำหนดอนาคตน้ำ 15 ปี
21 เมษายน 2569 เวลา 12:53:00
81
วันที่ 21 เมษายน 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธาน เปิดเวทีปฐมนิเทศ เวทีที่ 1 ร่วมกำหนดอนาคตน้ำ 15 ปี ฟังเสียงชาวลุ่มน้ำบางปะกง ปรับแผนแม่บทน้ำใหม่ ให้สอดรับพื้นที่จริง โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา คณะกรรมการลุ่มน้ำ ผู้แทนภาคประชาชนกว่า100 คนเข้าร่วม ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับ บริษัท ทรานส์ เอเซีย คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด จัดประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580)

ทางด้านนางสาวสถาพร ศิลป์ผล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำบางปะกง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 กล่าวว่าสทนช.ได้มอบหมายให้บริษัท ทรานส์ เอเซีย คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) เพื่อปรับปรุงแผนแม่บทลุ่มน้ำให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเป้าหมาย ตัวชี้วัด แผนงาน และการบูรณาการมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ซึ่งจะช่วยให้การกำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำบางปะกง มีความรอบด้าน โปร่งใส และตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มน้ำ ทั้งนี้แม้ลุ่มน้ำบางปะกงจะมีน้ำต้นทุนโดยรวมค่อนข้างมาก แต่ยังเผชิญปัญหาสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ภัยแล้ง น้ำท่วม การรุกล้ำของน้ำเค็ม คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม และข้อจำกัดของน้ำบาดาล โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนและน้ำเค็มรุกล้ำจากอ่าวไทยได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร และในบางปีอาจรุกล้ำได้ถึงประมาณ 120 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อการเกษตร การผลิตน้ำประปา และคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำอย่างชัดเจน โดยการศึกษาครั้งนี้ จึงมุ่งจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำ โดยใช้หลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ (IWRM) ควบคู่กับกระบวนการ SEA เพื่อวิเคราะห์ทางเลือกการพัฒนา เปรียบเทียบผลดี–ผลกระทบของแต่ละแนวทาง และกำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืนที่เหมาะสมกับบริบทของลุ่มน้ำบางปะกงอย่างแท้จริง

ทางด้านนางสาวสถาพร ศิลป์ผล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำบางปะกง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 กล่าวว่าสทนช.ได้มอบหมายให้บริษัท ทรานส์ เอเซีย คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) เพื่อปรับปรุงแผนแม่บทลุ่มน้ำให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านเป้าหมาย ตัวชี้วัด แผนงาน และการบูรณาการมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ซึ่งจะช่วยให้การกำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำบางปะกง มีความรอบด้าน โปร่งใส และตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มน้ำ ทั้งนี้แม้ลุ่มน้ำบางปะกงจะมีน้ำต้นทุนโดยรวมค่อนข้างมาก แต่ยังเผชิญปัญหาสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ภัยแล้ง น้ำท่วม การรุกล้ำของน้ำเค็ม คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม และข้อจำกัดของน้ำบาดาล โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนและน้ำเค็มรุกล้ำจากอ่าวไทยได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร และในบางปีอาจรุกล้ำได้ถึงประมาณ 120 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อการเกษตร การผลิตน้ำประปา และคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำอย่างชัดเจน โดยการศึกษาครั้งนี้ จึงมุ่งจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำ โดยใช้หลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ (IWRM) ควบคู่กับกระบวนการ SEA เพื่อวิเคราะห์ทางเลือกการพัฒนา เปรียบเทียบผลดี–ผลกระทบของแต่ละแนวทาง และกำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืนที่เหมาะสมกับบริบทของลุ่มน้ำบางปะกงอย่างแท้จริง

นางสาวสถาพร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า โครงการยังให้ความสำคัญกับ การมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นตลอดกระบวนการศึกษา ทั้งการประชุมปฐมนิเทศ การประชุมกลุ่มย่อย และการประชุมปัจฉิมนิเทศ รวมถึงการสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจทิศทางโครงการ และสามารถสะท้อนข้อคิดเห็นต่อการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำได้อย่างมีความหมาย สทนช.คาดหวังว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ จะนำไปสู่แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำบางปะกงที่มีความชัดเจน ใช้ได้จริง และสามารถใช้เป็นกรอบสำหรับหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำต่อไป อันจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลในระยะยาว
เอนก / ฉะเชิงเทรา

จัดงา น "เกษียณสร้างกุศล แม่ฮ่องสอน 69" ระดมทุนสร้างห้องผู้ป่วยพิเศษ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์
ข่าวประชาสัมพันธ์

สาวป่วยไตร้อง หมอปากแซ๊บ ด่า-แช่งตาย “ธนกฤต” พาลุย สปสช.-สบส. ไล่บี้ตรวจคลินิก
1375
อาชญากรรม

มหากาพย์ 'ปานเทพ-ขวัญ อุษามณี' ยื่นหลักฐานใหม่คดี 'แตงโม' พบภาพอ้างอิงในสำนวนเป็นเรือคนละลำ จ่อดำเนินคดี 'กระติก' แจ้งเท็จ
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง
3339

อบจ.สมุทรสงคราม เร่งเตรียมความพร้อมรับถ่ายโอน รพ.สต. 6 แห่ง ตั้งเป้ายกระดับบริการสุขภาพสู่ “พรีเมียม”
981
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

โรงแยกก๊าซระยอง ผนึก ททท.-ประชาสัมพันธ์จังหวัด เปิดเวทีเยาวชนปั้นสื่อด้วย AI โชว์เสน่ห์เมืองระยองผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่







