นครพนม - มนต์เสน่ห์ผ้าครามธรรมชาติบ้านท่าพันโฮง จากภูมิปัญญาและความเชื่อ สู่ผืนผ้าทอมืออันเป็นเอกลักษณ์
8 กันยายน 2569 เวลา 19:20:00
1446
วันที่ 8 กันยายน 2569 นางวิไล อุตส่าห์ เกษตรจังหวัดนครพนม พร้อมทีมงานสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนย้อมครามธรรมชาติ บ้านท่าพันโฮง ตำบลนาทม อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนย้อมครามธรรมชาติ บ้านท่าพันโฮง ตั้งอยู่เลขที่ 23 หมู่ที่ 9 ตำบลนาทม อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม เป็นตัวอย่างของชุมชนที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดให้สอดคล้องกับกระแสแฟชั่นรักษ์โลก สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดจากธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
พลิกวิกฤตลุ่มน้ำสงคราม สู่พลัง “แปลงใหญ่คราม” ในอดีต ชาวบ้านท่าพันโฮงประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำซากในช่วงฤดูมรสุม เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกเป็นที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำสงคราม ส่งผลให้พืชผลเสียหาย ขาดรายได้ และเกิดภาระหนี้สินจากการทำเกษตรกรรม
อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังมีต้นทุนทางภูมิปัญญาด้านการย้อมครามและการทอผ้าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยมี “ต้นคราม” ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่ปลูกได้ง่ายในชุมชน เป็นวัตถุดิบสำคัญ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ นางสมร เสนสุข ประธานกลุ่มแปลงใหญ่คราม เล็งเห็นศักยภาพของคนในพื้นที่ จึงรวบรวมช่างทอผ้าในหมู่บ้าน 7 ราย จัดตั้งกลุ่มย้อมครามธรรมชาติ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ก่อนยกระดับเข้าสู่ระบบ “แปลงใหญ่คราม” เพื่อแก้ไขปัญหาวัตถุดิบเนื้อครามไม่เพียงพอต่อการผลิต

ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 35 ราย สามารถสร้างงานและรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ช่วยลดภาระหนี้สิน และสร้างความมั่นคงให้แก่ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
ครามธรรมชาติ 100% ปลอดสารเคมี จุดเด่นของผ้าย้อมครามบ้านท่าพันโฮง คือการใช้ ครามธรรมชาติ 100% ด้วยเทคนิคดั้งเดิม โดยไม่ใช้สารเคมีเจือปน กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อดินและน้ำ และปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้สวมใส่
กลุ่มยังมีกรรมวิธีการย้อมที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถควบคุมสีครามให้มีความเสถียร สีติดสม่ำเสมอตลอดเส้นใยฝ้าย และควบคุมเฉดสีได้ดี แม้จะย้อมจากคนละหม้อคราม ซึ่งถือเป็นความสามารถที่ทำได้ยากในการย้อมสีธรรมชาติ ทำให้ผลิต ภัณฑ์ได้รับความนิยมในตลาดงานคราฟต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐาน

90 วัน จากต้นครามสู่ผืนผ้าทอมือ กว่าจะได้ผืนผ้าครามแต่ละผืน ต้องผ่านกระบวนการที่ละเอียดและใช้เวลา โดยเริ่มตั้งแต่การปลูกครามจนถึงการทอมือ ดังนี้ การเก็บเกี่ยว หลังปลูกประมาณ 90 วัน จะเก็บเกี่ยวต้นครามในช่วงเช้ามืด โดยเหลือตอสูงประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นครามสามารถเจริญเติบโตต่อได้ การทำเนื้อคราม นำครามสด 20 กิโลกรัม แช่น้ำในถังขนาด 200 ลิตร ใช้อิฐทับไว้ 12 ชั่วโมง จากนั้นนำกิ่งและใบออก เติมปูนขาว 1.5 กิโลกรัม แล้วใช้ตะกร้อไม้ไผ่สานกระทุ้งน้ำครามเพื่อเติมออกซิเจน จนเกิดฟองและได้สีตามต้องการ จากนั้นพักไว้อีก 12 ชั่วโมงให้ตกตะกอน และกรองด้วยผ้ากรอง หรือ “อู่” จนได้เนื้อครามธรรมชาติข้นคลัก โดยครามสด 20 กิโลกรัม จะได้เนื้อครามประมาณ 2 กิโลกรัม
สูตรย้อมครามธรรมชาติ ใช้เนื้อคราม 1 กิโลกรัม ผสมกับน้ำมะขามเปียก 1 กิโลกรัม และปูนแดง 300 กรัม ในน้ำสะอาด 8 ลิตร สำหรับย้อมฝ้าย 1 กิโลกรัม 4. การเตรียมเส้นด้ายและทอมือ นำฝ้ายไปซัก ผึ่งให้แห้ง ปั่น กวัก เดินเส้นยืนเข้าฟันหวี ขึงเข้ากี่ทอผ้า และทอมือทีละเส้นอย่างประณีต จนเกิดเป็นผืนผ้าที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของนครพนม

“ลายไหลเรือไฟ” อัตลักษณ์นครพนมบนผืนผ้าคราม นอกจากลวดลายภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานเหนือที่หลากหลายแล้ว กลุ่มแปลงใหญ่ครามบ้านท่าพันโฮงยังอนุรักษ์และถ่ายทอดอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดนครพนมผ่านผืนผ้า โดยนำ “ลายไหลเรือไฟ” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวนครพนม มาถ่ายทอดเป็นลวดลายบนผืนผ้าครามได้อย่างอ่อนช้อยและโดดเด่น
สินค้าเด่นจากกลุ่ม ผ้าพันคอ ราคา 150 บาท/ผืน เหมาะสำหรับเป็นของฝาก ผ้าคลุมไหล่ทอลาย ราคา 450 บาท/ผืน ลวดลายวิจิตร สะท้อนฝีมือทอมือ ผ้าคลุมไหล่สีพื้น ราคา 300 บาท/ผืน เรียบหรู คลาสสิก ผ้าถุงทอลายคราม ราคา 500 บาท/ผืน ผสมผสานลวดลายดั้งเดิมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ้าสีพื้น ราคา 200 บาท/ผืน เหมาะสำหรับนำไปตัดเย็บตามสไตล์ที่ต้องการ
สนใจสั่งซื้อโดยตรง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมครามสีธรรมชาติ บ้านท่าพันโฮง Facebook: ผ้าครามแม่สมร โทร. 083-878-1326 นางสมร เสนสุข ประธานกลุ่มฯ.






