นครพนม สืบสานประเพณีบุญเดือน 7 “บุญซำฮะเมือง” ชำระล้างสิ่งอัปมงคล เสริมสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชน
14 มิถุนายน 2569 เวลา 12:35:00
130
วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่วัดโอกาส(ศรีบัวบาน) อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ว่าที่พัน ตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญเดือน 7 (บุญซำฮะเมือง) หรือ “บุญเบิกบ้าน” โดยมี นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 นายโชคดี มังคละคีรี รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม นายวัฒนศักดิ์ เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม นายนครินทร์ เหลือบุญชู รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น คณะสงฆ์ และประชาชนชาวนครพนมเข้าร่วมพิธีฯ

ประเพณีบุญเดือน 7 หรือบุญซำฮะเมือง เป็นงานบุญสำคัญตามฮีต 12 คอง 14 ที่ชาวลาวและชาวไทยอีสานยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คำว่า “ซำฮะ” หมายถึง “การชำระ” หรือการชำระล้างสิ่งสกปรก สิ่งอัปมงคล และเสนียดจัญไรให้หมดไปจากบ้านเมืองและชุมชน ถือเป็นประเพณีที่ผสมผสานพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม อันสะท้อนถึงภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นอีสาน

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชำระล้างสิ่งที่ไม่ดี เสนียดจัญไร ตลอดจนสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่บ้านเมือง พร้อมประกอบพิธีบูชาเทวดาอารักษ์ มเหศักดิ์หลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ด้วยเครื่องบวงสรวงตามประเ พณี อีกทั้งเพื่อปกปักรักษาและคุ้มครองบ้านเมือง ตลอดจนสร้างความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชนชาวนครพนม

ภายในงานได้จัดให้มีการประกอบพิธีทางศาสนาภายในหอพระติ้วพระเทียม พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครพนม โดยได้รับความเมตตาจากพระราชศิริวัฒน์ เจ้าคณะจังหวัดนครพนม แสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง “อานิสงส์บุญซำฮะเมือง” พร้อมทั้งคณะสงฆ์ประกอบพิธีสวดทักทิศ 4 มุมเมือง ประกอบด้วย ทิศเหนือ บริเวณตรงข้ามโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม ทิศใต้ บริเวณตรงข้ามวิทยาลัยเทคโนโลยีไทย-อินโดจีน ทิศตะวันออก บริเวณหน้าวัดโอกาส และทิศตะวันตก บริเวณสะพานห้วยฮ่องฮอ นอกจากนี้ ยังมีการเทศน์ซำฮะเมือง การเทศน์ปัญญาบารมี เทศน์อุณหิสสวิชัย และเทศน์จักรวัตตสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชน ตลอดจนเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและความเชื่ออันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป.


