สมุทรสงคราม ป.ป.ช.-สตง.ลุยตรวจโครงการถนน 619 ล้าน หลังชาวบ้านร้อง อาจใช้ทรายไม่ตรงแบบ
20 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:30:00
129
วันที่ 20 ก.ค.69 นางสาวกาญจนา คำสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดสมุทรสงคราม และนางสาววิรัญญา ทองเขียว ผู้อำนวยการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณโครงการภาครัฐ ภายใต้โครงการป้องปรามและลดคดีทุจริตในพื้นที่ บริเวณโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 3093 สายปากท่อ-ท่าน้ำสมุทรสงคราม อำเภออัมพวา หลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการใช้ทรายถมทางไม่เป็นไปตามแบบก่อสร้าง
เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 10.3 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 619 ล้านบาท ตามสัญญาเลขที่ สพ.1/28 เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 สิ้นสุดสัญญา 7 ตุลาคม 2570 กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 780 วัน มีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม เชื่อมต่อจังหวัดราชบุรี-สมุทรสงคราม รองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้น สนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยว

โครงการประกอบด้วยการก่อสร้างผิวทางคอนกรีตซีเมนต์ เสริมไหล่ทาง เกาะกลาง ระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟสัญญาณจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ขณะที่สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง เป็นผู้ออกแบบ และสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง รับผิดชอบควบคุมงาน พร้อมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุร่วมกำกับดูแล

นางสาวกาญจนา กล่าวว่าจากการตรวจสอบสภาพพื้นที่และวิธีการก่อสร้างเบื้องต้น ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยพบว่ามีการนำทรายมาถมจริง แต่ยังต้องตรวจสอบเอกสารจากกรมทางหลวงเพิ่มเติม ทั้งแหล่งที่มาของทราย เอกสารการจัดซื้อ และรายละเอียดตามแบบก่อสร้าง เพื่อยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตามสัญญาและมาตรฐานที่กำหนด
ส่วนข้อสงสัยของประชาชนที่เห็นว่ามีการใช้ดินแทนทรายนั้น อาจเป็นกระบวนการก่อสร้างทางวิศวกรรมที่ต้องถมวัสดุเป็นชั้น ๆ ตามแบบ จึงจำเป็นต้องรอข้อมูลทางเทคนิคจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบก่อน จึงจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้
ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า กรมทางหลวงจะจัดส่งแบบรูปรายการ รายละเอียดโครงการ และราคากลางให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบการดำเนินงานไม่เป็นไปตามสัญญาหรือระเบียบ จะดำเนินการตามกฎหมายทันที แต่หากผลตรวจสอบถูกต้อง จะเผยแพร่ผลผ่านเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้ขอบคุณประชาชนที่ร่วมแจ้งเบาะแส เพราะถือเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ โดยยืนยันว่าเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน

ด้าน นางอรอุมา สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการกลุ่ม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จากการตรวจสอบทั้งเอกสาร รูปแบบรายการ และการดำเนินงานในพื้นที่ พบว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบการปฏิบัติงาน ส่วนประเด็นที่มีการร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของผู้รับจ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบในขณะนี้ ยังไม่พบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความเสียหายหรือการทุจริต
ทั้งนี้ สตง.และ ป.ป.ช. จะร่วมกันติดตามโครงการอย่างต่อเนื่อง หากได้รับข้อมูลหรือข้อร้องเรียนเพิ่มเติม พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบทันที เพื่อสร้างความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าโครงการภาครัฐจะดำเนินการอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม










