ถึงบางอ้อกันทั้งจังหวัด ที่แท้ “พลพีร์-มท.2“ ใช่อื่นไกล ลูกหลานคนนครพนม คุณตาเป็นเด็กบ้านใต้
20 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:24:00
167
จากกรณี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมา โดยมีภารกิจสำคัญในการพบปะให้กำลังใจและกล่าวขอบคุณสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสารักษาดินแดน (อส.) ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงที่ร่วมปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม,อ.เรณูนคร,อ.เมืองนครพนม,อ.บ้านแพง และ อ.นาหว้า
โดยมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยร่วมภารกิจในครั้งนี้ ประกอบด้วย ดร.ศุภพานี โพธิ์สุ สส.นครพนมเขต 1,นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ สส.นครพนมเขต 3,นายบรม เฉ่งอ้วน สส.สกลนครเขต 6,นางพูนสุข โพธิ์สุ สส.บัญชีรายชื่อ,นายชูกัน กุลวงษา อดีต สส.นครพนมเขต 4,นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัคร สส.นครพนมเขต 2 และ นายภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ในทุกอำเภอที่กล่าวข้างต้น มท.2-นายพลพีร์ สุวรรณฉวี จะพูดเสมอว่าตนมีสายเลือดเป็นชาว จ.นครพนม รวมอยู่ด้วย เนื่องจากคุณตาคือนายเลิศ หงษ์ภักดี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ สระบุรี รวมถึงอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ท่านเป็นคนนครพนมโดยกำเนิด มีบ้านอยู่แถวชุมชนบ้านใต้ เขตเทศบาลเมืองในปัจจุบัน ด้วยคุณตาเป็นข้าราชการที่ต้องโยกย้ายไปตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ลูกๆจึงต้องย้ายตามไปด้วย รวมทั้งคุณแม่คือร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี (หงษ์ภักดี) ภายหลังแต่งงานกับคุณพ่อ(ว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี) ตนจึงเกิดอยู่โคราช(นครราชสีมา) ทั้งนี้ทั้งนั้นถือว่าครอบครัวตนเป็นข้าราชการมาตั้งแต่รุ่นคุณตา มาถึงคุณพ่อที่เป็นอดีตนายอำเภอ ส่วนคุณแม่ก็เป็นพยาบาล จึงรู้ว่าชีวิตข้าราชการเป็นอย่างไร
ซึ่ง มท.2 ได้กล่าวว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้น

หลังได้รับทราบปัญหาของจังหวัดนครพนมจากการตอบกระทู้แยกเฉพาะของคุณหมออลงกต มณีกาศ สะท้อนให้เห็นว่านครพนมเป็นพื้นที่สำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด เนื่องจากมีแนวชายแดนติดแม่น้ำโขงจาก อ.บ้านแพงถึงอ.ธาตุพนมยาวกว่า 170 กิโลเมตร จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยมีข้อมูลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-14 กรกฎาคม 2569 รวม 9 เดือนเศษ พบว่าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นครพนม สามารถสกัดและตรวจยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้าเกือบ 50 ล้านเม็ด ไอซ์ 6,753 กิโลกรัม เฮโรอีน 192 กิโลกรัม คีตามีน 351 กิโลกรัม และยาอีกว่า 11,000 เม็ด สะท้อนถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ในการป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ จนสามารถยกระดับประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง
โดยการลงพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอของ จ.นครพนม มท.2 ได้กำหนดแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การปราบปรามยาเสพติด การกวดขันปัญหาการพนัน และการป้องกันการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยกำชับให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง
โดยได้เน้นย้ำการยกระดับความเข้มข้น ในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน การดูแลความสงบเรียบร้อยในชุมชน และการเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งในด้านสิทธิในที่ดิน การเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการให้บริการภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ฝ่ายปกครองทุกระดับเร่งประชาสัมพันธ์สิทธิและมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยย้ำว่า "การบริการประชาชนด้วยหัวใจ คือหน้าที่ของคนมหาดไทย" เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการอย่างทั่วถึง รวมถึงผลักดันนโยบายลดค่าครองชีพ อาทิ โครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) การส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ได้แก่ การปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟครัวเรือน 200 หน่วยแรก เหลือหน่วยละ 3 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

พร้อมได้มอบนโยบายแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนม ให้เร่งสำรวจและขยายระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรของประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนเดินทางมายื่นคำร้อง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
จากนั้น ได้เยี่ยมชมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และสินค้า OTOP ของผู้ประกอบการในจังหวัดนครพนม เพื่อให้กำลังใจผู้ผลิตและผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้แก่ครัวเรือน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน พร้อมกับคำกล่าวในตอนท้ายว่า “ผมจะกลับมาหาคุณอีก”.

เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ ถึงชุมชนบ้านค่าย บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ปัญหาเกษตรกรครบวงจร
123
ข่าวประชาสัมพันธ์
นนทบุรี - กลุ่มผู้สูงอายุถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน ร้องตะโกนด่านายก "หนูผี" ทำคนจนให้เป็นคนรวย ทั้งๆที่จนไม่มีจะกิน
เศรษฐกิจ-สังคม
วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จ.นครปฐม สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทย เปิดรับนักเรียน ประชาชน ผู้สูงวัย เรียนโขน-นาฏศิลป์ ทุกวันอาทิตย์
162
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อาชญากรรม
ทรพี คว้าพร้าจะฟัน พ่อชัก.357 จำใจยิงสวน นรกเปิดรับดับคาที่ เผยด้วยน้ำตาเมายาคลั่งประจำ










