อื้อฉาว !! กลางโรงเรียนดัง "โค่น 23 ต้นไม้ร้อยปี ประเมินค่าไม่ได้ ส่อทุจริต! ศิษย์เก่า-นักเรียน รวมพลังบุกโรงพัก
28 สิงหาคม 2569 เวลา 15:27:00
1194
คณะศิษย์เก่าและนักเรียนโรงเรียนกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ บุกศูนย์ดำรงธรรมและเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ตรวจสอบและเอาผิด ผู้อำนวยการโรงเรียนและพวก หลังพบว่ามีการลักลอบ ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ถึง 23 ต้นอายุร้อยปี เชื่อส่อทุจริตเพราะไม่พบว่ามีการขออนุญาตจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งไม้ทั้งหมดได้หายออกจากพื้นที่แล้ว
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ กรรมการสถานศึกษาโรงเรียน พร้อมคณะศิษย์เก่า คณะครูและครูเกษียณ และนักเรียนชั้นมัธยมหลายระดับเกือบ 100 คน ได้ร่วมกันยืนชูป้ายตะโกนเรียกร้อง ด้วยข้อความ #SAVEต้นไม้ #คืนพื้นที่สีเขียว saveต้นไม้ #เรารักต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์และเป็นการแสดงพลัง ที่หน้าป้ายสวนเฉลิมพระเกียรติภายในโรงเรียน หลังจากพบว่า ต้นไม้จำนวน 23 ต้นอายุร้อยปี ถูกตัดหายไป โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเจ็บช้ำให้กับคณะศิษย์เก่าและนักเรียนเพราะต้นไม้ทั้งหมดได้เคยมีพิธีบวชต้นไม้มาแล้ว

ทั้งนี้ คณะศิษย์เก่า นักเรียน ได้พาไปดูต้นไม้ที่ถูกตัดเหลือแต่ตอไม้ ขอนไม้ ประกอบไปด้วย ไม้สมอพิเภก ไม้มะฮอกกานี ไม้กระถินณรงค์ ไม้ยูคา ในจำนวนนี้มีไม้หวงห้ามประเภท ก ได้แก่ไม้สมอพิเภก และไม้มะฮอกกานี ที่มีอายุร้อยปี บางต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ฟุต ความเจ็บช้ำได้ทิ้งร่องรอยจีวรผ้าเหลืองที่หล่นอยู่บริเวณตอไม้สร้างความเวทนา โดย นายรัตนชัย ผ่องโอสถ ตัวแทนศิษย์เก่า เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสยและศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย เพื่อเรียกร้องให้เอาผิดต่อผู้กระทำการตัดต้มไม้ของโรงเรียน ในแถลงการณ์ พบว่า การตัดต้นไม้เกิดจากข้ออ้างของ ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ได้อนุญาตให้ตัดตกแต่งกิ่งต้นไม้ ในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และหลังจากนั้นได้มีการนำกลุ่มชายฉกรรจ์และเครื่องมือตัดไม้เข้ามาตัดในช่วงวันหยุดยาว 7 วัน ก่อนเข้าพรรษา ในระหว่างนั้นมีการตัดไม้อายุร้อยปี แต่มีศิษย์เก่ามาพบเห็นจึงได้มีการยุติการตัด แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีไดู้กตัดไปทั้งหมด 23 ต้น และไม่ปรากฏว่าไม้ที่ถูกตัดไปทั้งหมดหายไปไหน

แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงการเข้าตัดไม้คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ปรากฏมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่คาดว่าจะมาจากจังหวัดทางภาคเหนือ เข้ามาตัดไม้พร้อมกับมีการนำขึ้นรถทยอยขนออกไป ทั้งที่จริงการตัดไม้หากกระทำด้วยความถูกต้อง ไม้ที่ถูกตัดในพื้นที่โรงเรียนที่ถือเป็นไม้สาธารณะ อยู่ในการดูแลของ ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะต้องมีการขออนุญาตเสียก่อน จึงจะสามารถตัดได้ รวมไปถึงการขออนุญาตผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตไปที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับระเบียบข้อปฏิบัติในการตัดต้นไม้ที่ราชพัสดุ ที่ในขณะนี้คณะศิษย์เก่าที่มีหลากหลายอาชีพ ได้เข้ามาช่วยกันเพื่อสืบหาความจริงและกำลังหาความจริงเพื่อเอาผิดกับการกระทำนี้ให้ถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม รายงานแจ้งว่า ผู้สื่อข่าวได้ขอเข้าพบกับผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ได้รับแจ้งว่าผู้อำนวยการไม่อยู่ไปราชการที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม แต่ได้พบกับ รองผู้อำนวยการฯที่ได้คำตอบเพียงว่า ไม่ทราบเรื่องปัญหาการตัดไม้เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และไม่ขอตอบ แต่การรักษาการก็เพื่อประคองจิตใจและให้ทางโรงเรียนสามารถดำเนินการเรียนการสอนไปได้ในช่วงนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้บริหารระดับสูง

ขณะที่ว่าการอำเภอมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ ศิษย์เก่ารุ่น 10 โรงเรียนกมลาไสย และ นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย ได้เข้าพบ นายอัศนัย คีรี ปลัออาวุโส และนางกัญญ์ภัสสร บริหาร ปลัดำเภอ ดูแลศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย ได้เข้าร้อยเรียนและร้องทุกข์ให้ ศูนย์ดำรงธรรม เข้าไปตรวจสอบปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียนอำเภอกมลาไสย โดย เหตุเกิดในช่วง วันที่ 28 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าการตัดต้นไม้ครั้งนี้ เป็นการกะทำของผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน โดยพละการและไม่ได้รับอนุญาตจาก ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เกิดความเสียหายเป็นต้นไม้หลายชนิดถึง 23 ต้นไม้บางต้นอายุร้อยปี นอกจากนี้มีรายงานว่า คณะศิษย์เก่ายังได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย โดยได้แจ้งความต่อ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สอบสวน สภ.กมลาไสย ร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ ผอ.พร้อมพวก ในความผิดฐานะตามมาตรา 157 ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และในความผิดอื่น ถ้าปรากฎหลักฐานในภายหลัง โดยพนักงานสอบสวนพร้อมที่จะสอบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด.









