เมื่อเกิดเหตุ ทุกนาทีมีความหมาย หลักสูตรเข้ม ‘ทฤษฎี-ปฏิบัติ’ ‘สสจ.นครพนม’ เปิดอบรม อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ รุ่นที่ 2
24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:28:00
487
เมื่อเกิดเหตุ...ทุกนาทีมีความหมาย หลักสูตรเข้ม ‘ทฤษฎี-ปฏิบัติ’ ‘สสจ.นครพนม’ เปิดเวทีอบรม อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ รุ่นที่ 2 รวม 64 คน
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 10.09 น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม โดยกลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการปฐมพยาบาลและปฏิบัติการแพทย์ขั้นพื้นฐาน สาขาอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (Emergency Medical Responder : EMR) รุ่นที่ 2 โดยนายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม มอบหมายนายแพทย์กิตติเชษฐ์ธีรกุลพงศ์เวช รักษาการนายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดการอบรมฯ กล่าวรายงานโดยนางวนิดา คู่เคียงบุญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม มีคณะผู้บริหารและหัวหน้ากลุ่มงานร่วมพิธีเปิดการอบรมฯ ณ ห้องประชุมเทพวรมุนี ศูนย์ประชุมสาธารณสุขจังหวัดนครพนม

นายแพทย์กิตติเชษฐ์ ธีรกุลพงศ์เวช รองนายแพยท์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การแพทย์ฉุกเฉินเป็นระบบบริการสุขภาพที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิตของผู้ป่วย การเข้าถึงผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว การประเมินสถานการณ์อย่างถูกต้อง การให้การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเหมาะสม และการนำส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยลดการเสียชีวิตและความพิการของประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนมให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ 1669 ให้สามารถรับแจ้งเหตุ เข้าถึงผู้ป่วย และให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมและมีคุณภาพ ซึ่งหัวใจสำคัญประการหนึ่ง คือ การมีบุคลากรและอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ที่มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่

การอบรมครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกำลังคนด้านการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดนครพนม ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การประเมินสถานการณ์และความปลอดภัย การประเมินและช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน การปฐมพยาบาล การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ การดูแลผู้ป่วยจากภาวะฉุกเฉินที่สำคัญ ตลอดจนการเคลื่อนย้ายและลำเลียงผู้ป่วย และการทำงานร่วมกับทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน
“การเป็นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ ไม่ใช่เพียงการมีความรู้และผ่านการอบรม แต่คือการมีจิตอาสา มีความรับผิดชอบ มีวินัย และพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน เมื่อได้รับการฝึกอบรมแล้ว ขอให้ทุกท่านนำความรู้และทักษะไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปฏิบัติงานโดยยึดหลักความปลอดภัยของผู้ป่วยผู้ร่วมปฏิบัติงาน และตนเอง รวมทั้งปฏิบัติงานตามขอบเขตหน้าที่และมาตรฐานของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เรามีความเชื่อมั่นว่า หากสามารถพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงการทำงานระบบ 1669 หน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน จะช่วยให้ประชาชนในจังหวัดนครพนมได้รับการดูแลตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีคุณภาพ ลดความพิการและลดการเสียชีวิต” รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าว

อนึ่ง กิจกรรมตลอดหลักสูตรมุ่งเน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การประเมินและดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน การปฐมพยาบาล การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ การช่วยเหลือผู้ป่วยจากภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ การเคลื่อนย้ายและลำเลียงผู้ป่วย รวมถึงการปฏิบัติงานร่วมกับทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน เป้าหมายของการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาล และมูลนิธิในจังหวัดนครพนม กำหนดระยะเวลาการฝึกอบรม รุ่นที่ 2 จำนวน 64 คน ระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยากรจากแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางสาขาศัลยกรรม อายุรกรรม สูติกรรม กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครพนม วิทยากรจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ขนส่งจังหวัดนครพนม ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และทีมวิทยากรฝึกปฏิบัติจากโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดนครพนม.











