หนุ่ม 27 ปี ทาสกัญชาคลั่งทำร้ายแม่ ทนมา 10 ปี จนป่วยซึมเศร้า เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่นำตัวส่งบำบัด !!
24 สิงหาคม 2569 เวลา 20:06:00
530
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 69 นายมีศักดิ์ อิทธิธนากุลชัย นายกเทศมนตรีเมืองละหาร, นายณัฐพล บุญมาหา กำนันตำบลละหาร, พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณบ้านหลังหนึ่ง ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุลูกชายคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายแม่ของตนเองหลายครั้ง จนไม่สามารถอยู่อาศัยด้วยได้
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พบนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี (คนก่อเหตุ) ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีครีม มีรอยสัก อาศัยอยู่ภายในบ้านคนเดียว เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงได้เชิญให้ออกมาพูดคุย โดยพบว่าผู้ก่อเหตุสามารถพูดคุยสื่อสารได้ปกติ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี จากการตรวจสอบภายในบ้านพบกัญชาแช่น้ำ อุปกรณ์เสพกัญชา บุหรี่ และลูกกระสุนขนาด .38 จำนวนหลายนัด
นาย มีศักดิ์ อิทธิธนากุลชัย นายกเทศมนตรีเมืองละหาร กล่าวว่า วันนี้ได้รับการประสานจากกองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองละหาร ว่ามีเหตุชายคลุ้มคลั่งภายในบ้าน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุอยู่ภายในบ้าน โดยแม่ของผู้ก่อเหตุแจ้งว่าไม่สามารถอยู่อาศัยร่วมด้วยได้เนื่องจากเกรงได้รับอันตราย และลูกชายมีอาการแบบนี้มานาน จนแม่ของผู้ก่อเหตุป่วยเป็นซึมเศร้า เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเดิมเป็นคนบุคลิกภาพดี แต่มีอาการป่วยทางจิตเวช คาดว่าเกิดจากการไม่ได้รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีอาการกำเริบและลงมือทำร้ายร่างกายพ่อแม่ ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าพูดคุยและประเมินสภาวะจิตใจ พบว่าผู้ก่อเหตุยังมีสติและสามารถพูดคุยสื่อสารได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวส่งไปรับการรักษาและประเมินอาการทางจิตอย่างละเอียดที่โรงพยา บาล เพื่อปรับยาและดูแลตามกระบวนการรักษาจิตเวช ก่อนจะส่งตัวกลับมาอยู่อาศัยกับครอบครัวได้อย่างปลอดภัยต่อไป

จากการสอบถาม นายเอ (นามสมมุติ) ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนทำร้ายแม่เนื่องจากวันเกิดเหตุตนไปทำงาน กลับเข้าบ้านมา และทะเลาะกับแม่ แม่บอกให้ตนจ่ายค่าไฟเอง ซึ่งปัจจุบันตนไม่ได้ทำงานมาปีกว่าๆแล้ว จึงรู้สึกโมโห ตนเสพกัญชามาตั้งแต่เด็กแต่ตอนนี้หยุดเสพแล้ว ตนจำเหตุการณ์ขณะทำร้ายแม่ไม่ได้ รู้สึกอยากขอโทษแม่ ปกติตนมีพี่คนละแม่ 1 คน ยินดีให้ความร่วมมือเพื่อรักษาตัวเพราะอยากหายเป็นปกติ

นางบี (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ลูกชายตนเสพกัญชามาก มีอาการหงุดหงิด ตนพูดอะไรก็ไม่เข้าหู และมักจะมีเรื่องกับเรา ซึ่งเป็นมานานแล้ว ล่าสุดทำร้ายร่างกายตนด้วยการเตะก้น บีบคอตน จนทำให้รู้สึกหวาดกลัว ยายเข้ามาช่วยตีมือลูกชายให้ได้สติ เพราะตอนนั้นตนมืออ่อนเกือบหมดแรงแล้ว ปกติลูกชายไม่ใช่คนแบบนี้ ตั้งแต่เสพกัญชาและดื่มโปรก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ทำงานบริษัทฯแต่ลาออกอ้างว่ามีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เมื่อก่อนลูกชายเคยมีแฟนแต่เลิกไปแล้ว ก่อนหน้านี้เนื่องจากลูกชายต้องการบริจาคเตียงผู้ป่วยของพ่อเขา และได้ติดต่อผ่านบุคคลหนึ่งที่ลูกชายเป็นแฟนคลับ เมื่อบุคคลดังกล่าวเข้ามารับของที่บ้านจึงได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของลูกชายที่ไม่ปกติ ก่อนจะมาลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานในวันนี้ ส่วนสาเหตุที่ตนไม่แจ้งความเพราะต้องพาลูกชายไปตรวจร่างกายก่อน ซึ่งตนไม่สามารถพาไปได้ มีแต่เคยไปลงบันทึกประจำวันหลายครั้ง ส่วนวันนี้ตนพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพาลูกชายไปรักษาตัว
นางบี ยกมือไหว้พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ตนรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ยังรู้สึกกังวลว่าลูกชายจะกลับมาปกติ 100% มั้ย ห่วงเวลาลูกชายต้องกลับมาอยู่บ้าน ตนสู้เรื่องนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว จนตนเองป่วยซึมเศร้า ตั้งแต่สามียังมีชีวิตอยู่ ห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเพราะลูกชายมีอาวุธปืน มีการซ้อมยิงปืนในสนามกีฬายิงปืนด้วย แต่อาวุธปืนตนได้ขายทิ้งไปแล้วเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุไม่ดีเพราะลูกชายไม่ปกติ

ด้าน นายสายชล นิตย์ขำ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนนทบุรี เขต 7 (เสื้อสีดำ) กล่าวว่า จุดเริ่มต้นมีน้องคนหนึ่งติดต่อมาหาตนเพื่อขอบริจาคเตียงผู้ป่วย หลังจากนัดหมายและลงพื้นที่ไปดูเตียง จึงทราบข่าวว่าพ่อของน้องเพิ่งเสียชีวิต ขณะลงพื้นที่ตนเห็นน้องร้องไห้ มีอาการเหมือนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และสภาพในบ้านมีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ข้าวของกระจัดกระจายคล้ายจะขนย้ายบ้าน รวมทั้งพบกองเลือด ซึ่งน้องระบุว่าเกิดจากการลื่นตกบันไดเอง และพบว่าน้องมีการใช้สารเสพติดและยาชนิดต่างๆ (เช่น กัญชา, โปร, น้ำกระท่อม) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิต จนเริ่มมีอาการหนักและออกไปโวยวายตามบ้านในซอย ตนจึงได้คอยแวะเวียนมาดูแล ส่งข้าวส่งน้ำ และใช้เงินส่วนตัวซื้ออาหารให้ เนื่องจากน้องไม่ยอมกินข้าว ไม่นอนและอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งตนได้เข้ามาพูดคุยแนะนำจนน้องยอมเลิกกัญชา โดยนำกัญชาที่มีไปแช่น้ำไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองนำกลับมาเสพอีก พร้อมทั้งสืบหาข้อมูลติดต่อครอบครัว จนสามารถติดต่อคุณแม่ของน้องได้สำเร็จ เพื่อมาช่วยกันดูแล ก่อนจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งนำตัวน้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน ส่วนวันนี้จากการตรวจสอบภายในบ้านกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพบกระสุนปืนขนาด .38 ซึ่งคาดว่าเป็นของผู้เป็นพ่อ (อดีตทหาร) แต่ไม่พบอาวุธปืน สุดท้าย ฝากเตือนเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด เช่น โปร, ลีน, น้ำกระท่อม และกัญชา ว่าไม่ควรคิดลอง เพราะหากเริ่มแล้วจะห้ามใจได้ยาก ส่งผลเสียต่อทั้งสติ สุขภาพร่างกาย และอาจสายเกินแก้
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอ (นามสมมุติ) ผู้ก่อเหตุ ไปที่สภ.บางบัวทอง เพื่อตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะแต่ไม่พบ ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหา ”มีกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต“.











