โรงงานระยอง! บูมลิฟท์หักโค่น คนงานเมียนมาตกสูง 10 เมตร ดับ 1 สาหัส 1 เร่งสอบปมมาตรฐาน
30 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:15:00
96
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2569 พ.ต.ต.นพรัตน์ ใจผ่อง สว.(สอบสวน) สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุรถบูมลิฟท์พลิกคว่ำและมีคนงานเสียชีวิต ภายในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ปลวกแดง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยปลวกแดง เดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถบูมลิฟท์จอดอยู่ภายในพื้นที่ก่อสร้าง สภาพแขนบูมและกระเช้าหักโค่นลงมาในพื้นที่โรงงานข้างเคียง ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายหม่อง ปแย ทา หม่อง อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เป็นแรงงานชาวเมียนมาเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลปลวกแดงก่อนหน้าแล้ว

แพทย์เวรตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตตกจากความสูงประมาณ 10 เมตร มีบาดแผลรุนแรงบริเวณลำคอและกระดูกหักหลายแห่ง ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดตามขั้นตอนกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุคนงานทั้ง 2 คน กำลังปฏิบัติงานอยู่บนกระเช้าของรถบูมลิฟท์ใกล้กำแพงโรงงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยมีผู้ควบคุมงานชาวจีนดูแลการก่อสร้าง ระหว่างนั้นเกิดเหตุแขนบูมลิฟท์หักและโค่นลงมา ทำให้คนงานตกจากที่สูงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลอีกด้านจากผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ระบุว่า จุดตั้งรถบูมลิฟท์อยู่บนพื้นดินที่เป็นทราย ซึ่งอาจเกิดการทรุดตัวจนทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้แขนบูมและกระเช้าพังถล่มลงมา โดยตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง
นายบี อายุ 26 ปี คนงานในพื้นที่ ให้การว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทำงานบนกระเช้าบูมลิฟท์เป็นประจำ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความบกพร่องของเครื่องจักรหรือสภาพพื้นที่

ขณะที่ผู้แทนฝ่ายปกครองท้องถิ่นซึ่งเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างของโรงงาน รวมถึงตรวจสอบเอกสารการอนุญาตทำงานของแรงงานต่างชาติที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมเชิญผู้ควบคุมงาน ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสอบปากคำ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รวมถึงหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน เข้าตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.











