นครพนมวิกฤต! ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงระดับสีแดงต่อเนื่อง กระทบสุขภาพหนัก
30 มีนาคม 2569 เวลา 03:36:00
106
วันที่ 30 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์มลพิษทางอากาศในพื้นที่จังหวัดนครพนมยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต โดยในวันนี้ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) และกรมควบคุมมลพิษ รายงานว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดนครพนมพุ่งสูงขึ้นจนอยู่ในระดับ "สีแดง" (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ค่าฝุ่นละอองจากการตรวจวัด ณ สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม ต.ในเมือง อ.เมือง พบค่า PM2.5 ตรวจวัดได้ในช่วง 85.8 - 150+ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานอย่างมาก ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งสูงเกิน 200 หน่วย ส่งผลให้ท้องฟ้าทั่วเมืองและบริเวณแลนด์มาร์คริมฝั่งแม่น้ำโขงถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง

สาเหตุสำคัญ สภาวะฝุ่นพิษในครั้งนี้เกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการ ได้แก่ จุดความร้อน (Hotspot) พบการเผาในที่โล่งในพื้นที่จังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจุดความร้อนสะสมในประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัย สำคัญ ฝุ่นควันข้ามแดน กระแสลมพัดพาฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสะสมในพื้นที่ตามแนวชายแดนริมโขง สภาพอากาศปิด สภาวะลมนิ่งและอากาศแห้งในช่วงปลายเดือนมีนาคม ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถแพร่กระจายตัวได้

ผลกระทบและข้อแนะนำ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครพนมได้ออกประกาศเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ) ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงานในที่โล่งแจ้งทุกชนิด สวมหน้ากากป้องกัน หากจำเป็นต้องออกจากอาคาร ต้องสวมหน้ากาก N95 ที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ ปิดประตูหน้าต่าง ป้องกันฝุ่นละอองเล็ดลอดเข้าสู่ตัวบ้าน และแนะนำให้ใช้เครื่องฟอกอากาศหากทำได้
ที่สำคัญเฝ้าระวังอาการ หากมีอาการแสบตา ไอ จาม หรือหายใจติดขัด ให้รีบพบแพทย์ทันที สถานการณ์คุณภาพอากาศมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูงไปจนถึงช่วงต้นเดือนเมษายน เนื่องจากยังไม่พบสัญญาณของพายุฝนที่จะมาช่วยชะล้างฝุ่นละอองในพื้นที่

ด้าน นายถาวร จำปา อายุ 75 ปีข้าราชการบำนาญ ชาวนครพนม ที่มาออกกำลังกายบริเวณริมโขง ระบุว่าสถานการณ์ฝุ่นควันดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายวันแล้ว โดยเชื่อว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากการเผาป่าและเผาพื้นที่เกษตรของชาวบ้านในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งถือเป็นวิถีปฏิบัติปกติของคนในพื้นที่ในช่วงนี้ เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำไร่ทำสวน ทำให้กลุ่มควันลอยเข้ามาสะสมในตัวเมืองตามทิศทางลม ในส่วนของการป้องกันตนเองในฐานะประชาชนยอมรับว่าทำได้ยากเนื่องจากเป็นมลพิษทางอากาศที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังว่าหากมีฝนตกลงมาในช่วงเร็วๆ นี้ ตามพยากรณ์อากาศ ก็จะช่วยชะล้างฝุ่นควันและทำให้คุณภาพอากาศกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง











