ปิคอัพตีนผีซิ่งชน 2 เยาวชน ขณะขี่จยย.จนไฟลุกท่วม บาดเจ็บสาหัส คนขับใจดำเผ่นหนี
30 มีนาคม 2569 เวลา 03:00:00
75
วันที่ 29 มีนาคม 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี น.ส.รวิกานต์ อายุ 46 ปี แม่ของนายปอโต้ อายุ 14 ปี น.ส.เมย์ ญาติของนายดีเจ อายุ 15 ปี นำหลักฐานเอกสารต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องคดี หลังน้องปอโต้กับน้องดีเจ ขี่รถจยย. แล้วโดนคนขับรถปิคอัพชนจนรถ จยย.พลิกคว่ำไฟลุกท่วม ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยเฉพาะน้องดีเจต้องตัดขาทิ้งข้างหนึ่ง ส่วนคนขับรถปิคอัพเสียหลักรถตกคลอง แต่มีหญิงสาวลึกลับขับ CRV มารับตัวไปหลังเกิดเหตุ
น.ส.รวิกานต์ เล่าทั้งน้ำตาว่า คืนเกิดเหตุ 26 มีนาคม 69 ช่วงกลางดึก ลูกชายตนเองคือน้องปอร์โต้ ได้ซ้อนท้ายรถ จยย. ยี่ห้อ Honda Scoopy I สีชมพูขาว ทะเบียน อลย.39 กรุงเทพ ที่มีน้องดีเจเป็นคนขี่ ขณะรถวิ่งมาถึงหน้าวัดหนองปรง ต.บางเดื่อ อ.เมืองจ.ปทุมธานี ได้ถูกรถยนต์ปิคอัพ 4 ประตู สีขาว ยี่ห้อ Ford ทะเบียน 5ขง-5856 พุ่งชนก่อนลากไปไกลกว่า 1 กิโล จนรถ จยย.ไฟลุกท่วมทั้งคัน จากนั้นรถปิคอัพได้เสียหลักตกลงไปในคูคลองหน้าวัด คนขับตะเกียกตะกายออกมาจากรถได้แทนที่จะมาดูคนเจ็บทั้งสองคนกับยืนพูดคุยโทรศัพท์แบบไม่สนใจใยดีทั้งๆที่เด็กทั้งสองคนได้ยกมือไหว้ขอร้องให้ช่วยพาส่งโรงพยาบาล ก็ไร้การเหลียวแลจากคนขับรายนี้

จนกระทั่งต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถมูลนิธิมาที่เกิดเหตุ ได้นำตัวน้องทั้งสองคนส่ง รพ.ปทุมธานี ส่วนคนขับรถปิคอัพมีหญิงสาวขับรถเก๋ง CRV มารับตัวพาขึ้นรถหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ จนกระทั่งช่วงเช้าของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาที่ตนเองว่า คนขับคือนายอภิรัตน์ อายุ 54 ปี ได้มาพบพนักงานสอบสวนแล้วและยอมรับว่าชน รถ จยย. ของน้องดีเจและน้องปอร์โต้จริง และรถปิคอัพคันดังกล่าวก็ไม่มีประกันภัยด้วย ตนรู้สึกข้องใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากที่แจ้งตนเองว่าได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้วคนขับไม่เมา ตนเองจึงแย้งไปว่าเวลามันผ่านไปเนิ่นนานแล้วทำไมไม่เจาะเลือดตรวจด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่ามีค่าเท่ากัน ตนรู้สึกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนทำให้ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

น.ส.เมย์ ญาติของน้องดีเจ เผยว่า ตอนนี้แม่ของน้องดีเจเองทำใจไม่ได้อยู่ในระหว่างโศกเศร้า เพราะได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่าต้องทำการตัดขาน้องข้างหนึ่งเนื่องจากถูก รถปิคอัพลากไปไกลจนกระดูกแตกละเอียด โชคยังดีที่น้องทั้งสองคนกระเด็นออกมาจากตัวรถได้ไม่อย่างนั้นคงถูกไฟคลอกเสียชีวิต " น้องดีเจ มีแม่เป็นคนไทยมีสามีเป็นชาวต่างชาติสัญชาติแคนาดา ตอนนี้ผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทำใจไม่ได้เสียใจที่ลูกชายต้องกลายเป็นคนพิการ" เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็อยากให้เจ้านึกที่ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวเราทั้งสองครอบครัวด้วย
นายวชิรศักย์ อายุ 26 ปี ผู้เสียหายและเป็นพยานในคดีนี้เผยว่า คืนเกิดเหตุตนกับภรรยาขับรถเก๋ง Nissan Note สีดำ โดยตนนั่งหน้าภรรยาเป็นคนขับ ตนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง เพราะว่าเศษกันชนของรถยนต์ปิคอัพกระเด็นมาชนรถภรรยาตนได้รับความเสียหายแต่ไม่มาก

ตนรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคนขับปิคอัพรายนี้จิตใจช่างใจดำเหลือเกิน เพราะขณะเกิดเหตุเขาไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่คิดที่จะมาดูเด็กทั้งสองคนที่นอนบาดเจ็บร้องโอดโอยอยู่กลางถนน แต่อาศัยความชุลมุนวุ่นวายหนีขึ้นรถเก๋งที่มีหญิงสาวขับมารับหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ ตนอยากให้เขาออกมาแสดงความรับผิดชอบขอโทษกับครอบครัวของคนเจ็บในครั้งนี้ด้วย
ด้านทนายรณณรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะติดตามคดีไปที่ผู้กำกับสภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้เด็กได้รับความเป็นธรรม ส่วนความเสียหายนั้นถ้าบวกลบคูณหารแล้วทั้งสองคนยังเป็นเยาวชนของชาติเรียนจบมาแล้ว สามารถทำงานดีๆหาเงินได้อีกเยอะช่วยเหลือครอบครัว ความเสียหายในครั้งนี้คนขับรถปิคอัพต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีอย่าง ตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างคนผิดเพราะจาก ภาพวงจรปิดที่เห็นก็เป็นหลักฐานเพียงพอ ที่จะเอาผิดคนขับรายนี้ได้อยู่แล้ว
มกธ. จับมือ “คณะศึกษาการเมืองนคร” เปิดเวทีเสวนาเจาะลึกบทบาท ส.ก. หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง
3
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมุทรสงคราม เลือกผู้นำคนใหม่ นายก อบต. สนับสนุน “กิตติพร ขำศิริ” ขับเคลื่อนท้องถิ่น
90


รวบแก๊งโหด !! ลวงโบลท์ปล้นทรัพย์ ชิง PCX ฟันคนขับ กรรมทำงานแล้ว ตร.ตั้งข้อหาหนัก ปล้น - ทำร้ายร่างกายสาหัส







