"บิ๊กราญ" แถลงผลงาน ดส.-สืบ 7 สนธิกำลัง ปปส.กทม.ทลายเครือข่ายยาเสพติด 2 คดี
11 กันยายน 2569 เวลา 19:28:00
1428
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 11 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส.กทม. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์ พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 และ กก.ดส.บช.น. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด 2 คดี พร้อมด้วยของกลาง รวมยาไอซ์กว่า 600 กิโลกรัมและเคตามีน 20 กิโลกรัม
คดีแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส.จับกุม นายวิวัฒน์ หรือเต้ย เศรษฐวงศ์ อายุ 39 ปี ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกยาเสพติด น.ส.พิมลพรรณ หรือฟ้า ลาอินทร์ อายุ 30 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงยาเสพติด พร้อมของกลางยาไอซ์ 240 ถุง ถุงละ 1 กก. รวม 240 กก., ยาเคตามีน 20 กก. และ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ได้ที่บริเวณภายในสถานีบริการน้ำมัน ย่านอยุธยา - เอเชีย ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องบ้านพักภายในซอยสุขสวัสดิ์ 70 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ แจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยา บ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับ อนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
หลังมีการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดพื้นที่สุขสัวสดิ์-ทุ่งครุ กทม. พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะเดินทางไปรับยาเสพติดในพื้นที่จ.ลพบุรี และจะนำยาดังกล่าวมาเก็บไว้ที่บ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ จึงติดตามไปจับกุมได้ขณะผู้ต้องหาขับรถมาจอดภายในปั๊มน้ำมัน ตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ไปรับยาเสพติด ตามคำสั่งของหัวหน้า จาก จ.ลพบุรี และจะนำไปเก็บไว้ที่บ้านพัก โดยพวกตนได้ค่าจ้างขนครั้งนี้ 1 แสนบาท ก่อนพาไปตรวจยึดยาเคตามีนในห้องนอนผู้ต้องหาอีก จำนวน 20 กก.

คดีที่สองเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส.กทม. จับกุมนายธเนศ ภูติพงศ์สุภัค อายุ 52 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 400 ถุง ๆ ละ 1 กก. รวม 400 กก. ได้ที่บริเวณตลาดนางรำบางเสาธง ตำบลบางเสาธง อ.บางเสาธง ต่อเนื่อง บ้านพัก ย่านประชาอุทิศ 90 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ แจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" หลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนขยายผลจากเมื่อวันที่ 14 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ตรวจยึดยาไอซ์ 205 กก. พบว่าขบวนการยาเสพติดส่งยาผ่านกล่องพัสดุทางขนส่งแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้
กระทั่งวันที่ 9 ก.ย. ประกอบกับสายลับแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหารับยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้บ้านหลังดังกล่าว ก่อนจะเรียกรถขนส่งเข้ามารับของที่บ้านจึงติดตามรถคันดังกล่าว และแบ่งกำลังอีกชุดออกติดตามผู้ต้องหา จนรถขนส่งไปถึงปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2 ก่อนเข้าตรวจสอบพบนายคูณทรัพย์ ซึ่งเป็นคนขับรถให้การอ้างว่าไปรับยาเสพติดจากบ้านดังกล่าวจริง โดยรับการว่าจ้างผ่านผู้หางานซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร มีนายธเนศ ผู้ต้องหาเป็นผู้ประสานงานนำกล่องพัสดุใส่รถ โดยแจ้งว่าเป็นอะไหล่และอุปกรณ์รถจยย. ก่อนติดตามจับกุมนายธเนศ ผู้ต้องหา มาตรวจค้นภายในรถกระบะตู้ทึบพบยาเสพติดอยู่ในกล่องพัสดุ และรับสารภาพว่าได้ว่าจ้างและขนยาเสพติดดังกล่าวใส่รถขนส่งจริง เบื้องต้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ยอดจับกุมยาเสพติด เฉพาะวันที่ 9-11 ก.ย. รวมยาไอซ์ 640 กก. ปริมาณจับได้ เป็นร่วมมือกันระหว่าง ป.ป.ส. บช. ปส. ขยายผลเข้ามา พอสกัดกั้นได้เยอะทำให้สามารถจับกุมได้ จากข้อมูลขยายผลพบว่ส มีออเดอร์ต้องส่งออกยาเสพติดจากต่างประเทศ ใช้พื้นที่ของเราเป็นทางผ่าน ถ้าออเดอร์ข้างนอกไม่จบยังมีความพยายามในการลักลอบขนยาเสพติดประเด็นที่ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่มีการดำเนินการจับกุมผู้เสพผู้ค้ารายย่อยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคายาเสพติดแพงขึ้นมีการเล็ดรอดมา จึงทำแผนตรวจสอบส่วนใหญ่เข้ามาผ่านทางภาคอีสาน จึงสั่งการให้เสริมกำลังจุดตรวจจุดสกัด ประสานงานทั้งข้อมูลการข่าว ระหว่างหน่วยงานที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่สยปกครอง ให้ ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพดำเนินการดังกล่าว

ทั้งนี้ หากมีผู้เสพผู้ค้ารายย่อย มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง 1599 ซึ่งเป็นสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1386 สายด่วน ป.ป.ส. เพื่อทำลายความต้องการยาเสพติดในประเทศของเราให้ได้ก่อน ส่วนยาเสพติดภายนอกจะประสานความร่วมมือ ซึ่งในวันที่ 18 ก.ย. นี้เดินทางประเทศมาเลเซียบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดนอกประเทศต่อไป.

มหากาพย์ 'ปานเทพ-ขวัญ อุษามณี' ยื่นหลักฐานใหม่คดี 'แตงโม' พบภาพอ้างอิงในสำนวนเป็นเรือคนละลำ จ่อดำเนินคดี 'กระติก' แจ้งเท็จ
3643
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

วุฒิสภา ประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 หลังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น
1781
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

อดีตโปลิศดับปริศนา ลูกเลี้ยงคู่อริหายตัว ค้นห้องพบอุปกรณ์เสพยาเพียบ ตร.กระชับพื้นที่ปิดป่าล่า
อาชญากรรม
1530

กระทรวงศึกษาธิการฯ ระดมพลังภาคการศึกษา จัดทำแผน 5 ปี ขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาชายแดนใต้







