ผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงแห่งเดียวในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก สร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น
28 ตุลาคม 2569 เวลา 10:45:00
2561
นายบุนยามีน มีเต๊ะ เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งชันโรงในหมู่ที่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เริ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จากความสนใจส่วนตัวและความต้องการสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว ต่อมาได้พัฒนาการเลี้ยงให้เป็นกิจกรรมที่มีโอกาสต่อยอดสู่การสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ในชุมชน
ปัจจุบันฟาร์มมีผึ้งชันโรงมากกว่า 100 รัง เลี้ยง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ อิตาม่าและโทราซิก้า ซึ่งผู้เลี้ยงเห็นว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โดยทั่วไปสามารถเก็บผลผลิตได้เดือนละ 1 ครั้ง ปริมาณประมาณ 10–20 กิโลกรัมต่อครั้ง ทั้งนี้ ผลผลิตขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของดอกไม้และสภาพอากาศ ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนเป็นช่วงที่ดอกไม้บานและมีแหล่งน้ำหวานมาก จึงเก็บผลผลิตได้มากกว่าช่วงใกล้ฤดูฝน จุดเด่นของพื้นที่และโอกาสทางเศรษฐกิจ ตำบลปูโยะอยู่ใกล้ป่าพรุโต๊ะแดงและป่าพรุสิรินธร ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการหาอาหารของผึ้งชันโรง ผึ้งชนิดนี้ไม่มีเหล็กใน จึงเหมาะกับการเลี้ยงในชุมชน และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ได้

ข้อมูลที่ผู้เลี้ยงกล่าวถึงยังเชื่อมโยงกับงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำผึ้งชันโรงจากดอกเสม็ดขาวในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีสีเขียวหลายเฉดและมีช่วงเก็บเกี่ยวประมาณ 4 เดือนต่อปี รายงานการวิจัยระบุการตรวจพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด เช่น เอมบิลิน (Embelin) และลูมิโครม (Lumichrome) รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีการศึกษาคุณสมบัติของสารเหล่านี้เพิ่มเติม ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดเป็นสินค้าประจำถิ่นภายใต้อัตลักษณ์ “น้ำผึ้งมรกต” (Emerald Honey) รายได้และช่องทางจำหน่าย รายได้จากการเลี้ยงผึ้งชันโรงมีความผันแปรตามปริมาณดอกไม้และผลผลิต โดย นายบุนยามีนให้ข้อมูลว่า รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือนจากการจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง มีช่องทางจำหน่ายผ่านเพจ Facebook “สถาบันปอเนาะฮายาตุซซอฮาบะห์ แหล่งเรียนรู้แห่งจิตวิญญาณ” และทางโทรศัพท์หมายเลข 081-388-3006

การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การประชาสัม พันธ์แหล่งที่มา และการสร้างมาตรฐานคุณภาพ อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ในตลาดได้ การดูแลรังและความเสี่ยงในการผลิต การเลี้ยงผึ้งชันโรงต้องอาศัยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ โดยควรตรวจสอบรังอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเฝ้าระวังศัตรู เช่น กบ จิ้งจก และมด นอกจากนี้ การแยกรังตามธรรมชาติอาจทำให้รังอ่อนแอลงชั่วคราว หากผึ้งงานรุ่นใหม่เติบโตและกลับมาทำงานได้ช้า รังอาจฟื้นตัวไม่ทันและเสียหายได้ ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องสังเกตสภาพรังและวางแผนการจัดการให้เหมาะสมกับช่วงการเจริญเติบโตของผึ้ง แนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน การเลี้ยงผึ้งชันโรงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างเหมาะสม หากได้รับการสนับ สนุนด้านความรู้จากหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องการดูแลรัง การป้องกันศัตรู การแปรรูป และการตลาด เกษตรกรก็จะมีโอกาสลดความเสียหายและพัฒนาอาชีพให้มั่นคงยิ่งขึ้น ในระยะยาว การส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งชันโรงควรดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าพรุและแหล่งอาหารของผึ้ง เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและสนับสนุนให้การผลิตน้ำผึ้งชันโรงเป็นอาชีพที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

บุนยามีน มีเต๊ะ ให้สัมภาษณ์ว่า ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งฟาร์มชันโรงพรุโต๊ะเเดงฟาร์มอยู่ในสถาบันศึกษาฮายาตุซซอบะห์ในหมู่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก เริ่มทำฟาร์มชันโรงมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ตอนนี้ก็เลี้ยงอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธ์ อิตาม่ากับ สายพันธุ์โทราซิก้า ซึ่งรวมทั้งหมดนั้น 100 กว่ารัง ผลผลิตนั้น ติดประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมซึ่งเดือนนี้คือเดือนที่ดอกไม้เยอะและออกมาก ชันโรงก็สามารถเก็บผลผลิตได้เก็บน้ำหวานเยอะกว่าเดือนอื่น สามารถเก็บผลผลิตเดือนละครั้ง เดือนละครั้งรอบต่อรอบได้ประมาณ 10-20 กิโลกรัม รายได้ก็พอได้เลี้ยงครอบครัวบ้างแล้วก็ตอนนี้รังชันโรงทั้งหมดประมาณ 120 รัง อยู่ในฟาร์มพรุโต๊ะเเดงซึ่งป่าพรุโต๊ะเเดงติดกับป่าพรุสิรินธรอยู่ในหมู่ 2 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก คือแห่งเดียวในสุไหงโก-ลกเลยพื้นที่อื่นตอนนี้ยังไม่มีผมคือเจ้าเดียวในสุไหงโก-ลก ครับ น้ำผึ้งชันโรงมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว รายได้ต่อปีนั้นขึ้นอยู่กับดอกไม้แล้วก็ผลผลิตถ้ารวมไปแล้วก็อยู่ที่ประมาณต่อเดือนหน้าประมาณ 10,000 บาท น้ำผึ้ง ชันโรงจะมีผลกระทบมีศัตรูบ้างถ้าสังเกตดูแล้วช่วงที่เขาจะหนีนั้นคือส่วนที่แยกรังธรรมชาติเวลาแยกร่างธรรมชาตินั้นตัวงาน(ผึ้งงาน)ไปหมดเหลือแต่ไข่อ่อนและก็ตัวงานอ่อนช่วงนั้นแหละจะมีปัญหาเลี้ยงชันโรงมากถ้าตัวงานใหม่ๆนั้นฟื้นขึ้นมาเร็วก็รักษารังต่อไปได้ ถ้าตัวอ่อนนั้นฟื้นช้าก็จะล้มไปทั้งรังเลย".

"ฮาย อาภาพร" นักร้องลูกทุ่งอารมณ์ดี พาเพื่อนศิลปินที่โดนยกเลิกงาน ร้องคุ้มครอง ผู้บริโภค
2984
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

‘พลพีร์’ แถลงโต้ ยืนยันโครงการโซลาร์ภาคปชช. ไม่ได้เอื้อทุนใหญ่ แจงเหตุต้องวางเงินประกัน 5 หมื่นบาท ป้องกันผู้การทิ้งงาน
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

กิ่งกาชาดอำเภอเบตง เยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ประสบอัคคีภัย ชุมชนกาแป๊ะกอตอใน
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘วัชระพล’ ลั่น! พืชสวนโลก คุ้มค่าดึง นทท.ได้กว่า 3.6 ล้านคน-กระตุ้นจีดีพี กว่า 20,000 ล้าน สร้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง

