‘พลพีร์’ แถลงโต้ ยืนยันโครงการโซลาร์ภาคปชช. ไม่ได้เอื้อทุนใหญ่ แจงเหตุต้องวางเงินประกัน 5 หมื่นบาท ป้องกันผู้การทิ้งงาน
28 ตุลาคม 2569 เวลา 18:30:00
2445
‘พลพีร์’ ตั้งโต๊ะแถลงโต้ ยืนยันโครงการโซลาร์ภาคประชาชนไม่ได้เอื้อทุนใหญ่ แจงเหตุต้องวางเงินประกัน 50,000 บาท ป้องกันผู้ประกอบการทิ้งงาน แต่ทำเสร็จคืนให้ภายใน 7 วัน ลั่น ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำเพื่อประชาชนแบบนี้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อต่อบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ว่า โครงการนี้ ต้องการให้ประชาชนใช้หลังคาบ้านของตัวเองผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ท่ามกลางสถานการณ์ด้านพลังงานที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ โดยการติดตั้งรัฐบาลให้หลังคาเรือนละ 50,000 บาท ติดตั้ง 5-10 กิโลวัตต์ และสามารถขายไฟส่วนเกินคืนรัฐบาลได้ ส่วนแผงโซลาร์ก็มีการตรวจสอบมาตรฐานที่ต้องสามารถอยู่ได้ 20-25 ปี และหากใครที่ไม่มีเงินเราก็มีแหล่งสินเชื่อ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ จาก 3 ธนาคาร
เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าโครงการดังกล่าวเอื้อต่อบริษัทเอกชนรายใหญ่ นายพลพีร์ กล่าวว่า การเอื้อบริษัทเอกชนรายใหญ่ไม่มีจริง เพราะในโครงการนี้ประชาชนจะต้องเลือกผู้ติดตั้งโซลาร์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ (Vendor List) ให้มาบริการตนเอง ดังนั้นผู้ติดตั้งโซลาร์ที่ประสงค์จะให้บริการประชาชน ต้องมาอยู่ในการตรวจสอบมาตรฐาน ของทั้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อน ทั้งสถานะทางการเงิน วิศวกร หรือผลงานในอดีต จากนั้นการไฟฟ้าก็จะประเมินความสามารถในการให้บริการประชาชนในปริมาณเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง หากบริษัทใดบริษัทหนึ่งมีความสามารถให้บริการประชาชนได้ 5 ครัวเรือน ก็ต้องให้บริการ 5 ครัวเรือนก่อน หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วถึงค่อยมาขยายอีก 5 ครัวเรือน ไม่ใช่มีความสามารถ 5 ครัวเรือน แต่จะขอทำ 100 ครัวเรือน

ส่วนที่เป็นประเด็น คือให้ผู้ประกอบการวางเงินการันตี 50,000 บาทต่อการติดตั้ง 1 ครัวเรือน นายพลพีร์ กล่าวว่า เมื่อให้บริการประชาชนแล้ว แจ้งมายังการไฟฟ้าทั้ง 2 ส่วน การไฟฟ้าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดู เรื่องการติดตั้งและเชื่อมสายไฟ พร้อมเปลี่ยนมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้าจากประชาชน จากนั้นเมื่อมีการเชื่อมไฟเรียบร้อยแล้ว ระบบดำเนินการได้ก็จะคืนเงิน 50,000 บาทให้ผู้ประกอบการ ภายใน 7 วัน ไม่ใช่ถือเงินการันตี 50,000 บาท 6-7 เดือนอย่างที่เป็นข่าว เป้าประสงค์คือ ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการทิ้งงาน
นายพลพีร์ ยังกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมถึงข้อกล่าวหาเอื้อบริษัททุนใหญ่ เนื่องจากมีเงินประกัน 10,000 บาท ที่ต้องครบ 7 ปี บริษัทผู้ประกอบการถึงจะได้คืน ว่า เหตุผลที่ทำเช่นนั้น เพราะประชาชนที่ไปกู้เงินกับธนาคาร ธนาคารจะให้ดอกเบี้ยต่ำเป็นระยะเวลา 7 ปี โดยภาครัฐจะต้องดูแลประชาชนในทุกมิติ ดังนั้นผู้ที่มาติดตั้งต้องมีประกันให้กับประชาชน เป็นเวลา 7 ปี ทั้งการดูแลแผงโซล่า และตรวจอุปกรณ์เชื่อมโยงระบบไฟฟ้าต่างๆ ทั้งหมดนี้ต้องทำในระยะเวลา 7 ปี ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลกลัวหากมีผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งติดตั้งแล้วหนี ปิดบริษัทไปแล้วอุปกรณ์ที่ไปติดตั้งเกิดความชำรุดเสียหาย เงินเหล่านี้ก็จะกลับไปดูแลประชาชน
“ยืนยันว่า เราไม่ได้ทำโครงการนี้มาเพื่อให้บริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง เราต้องการให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความสามารถในการเป็นเจ้าของโรงงานเล็กๆ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ได้ด้วยตนเอง พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ผมอยากชวนย้อนดูในอดีตไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำแบบนี้เพื่อประชาชน รัฐบาลที่ผ่านมาหรือในระยะเวลาที่ผ่านมาเอกชนทั้งโครงการโซลาร์เซลล์เอกชน ก็ได้ค่าแอดเดอร์ ค่าไฟแพงก็ผลิตได้เท่านี้มีส่วนต่างเท่านี้ วันนี้เราต้องการที่จะทลายตรงนั้น เพราะเราต้องการคืนผลประโยชน์ให้กับประชาชน นี่เป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งใจจริงๆ เพื่อมาลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และสำหรับประชาชนที่ไม่ได้ใช้ไฟภาคกลางวันเลย แต่อยากติดตั้ง และอยากเข้าร่วมโครงการนี้ก็สามารถมีรายได้เสริมในช่วงที่ไม่ได้ใช้ไฟภาคกลางวัน” นายพลพีร์ กล่าว
เมื่อถามว่า การกู้แบงค์จะต้องมีคนค้ำประกันหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า การไฟฟ้าจะดูประวัติการจ่ายค่าไฟ ย้อนหลัง 12 เดือน เท่านั้น เมื่อถามว่า ที่มีกระแสข่าวเชิงลบและข้อสงสัยตั้งแต่วันแรกที่เปิดโครงการ นายพลพีร์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี จะได้รู้ว่าผู้ติดตั้งบางเจ้าที่ออกมามีประเด็นในข้อกังวลหรือข้อสงสัยก็เป็นหน้าที่ของพวกเราในฐานะผู้คิดนโยบายเพื่อประชาชน จะได้ออกมาตอบเพื่อสร้างความชัดเจน แต่วันนี้ไม่ได้มีภาคครัวเรือน หรือพี่น้องประชาชนมาตั้งคำถาม ดีใจด้วยซ้ำว่าวันนี้พี่น้องประชาชนคงรู้สึกว่ารัฐบาลอยากทำเพื่อประชาชน อยากจะช่วยพี่น้องประชาชนในการประ หยัดค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ ตอนนี้มีประชาชนยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้ว 56,000 หลังคาเรือน แบ่งเป็น กฟภ. 44,000 ราย และ กฟน. 12,000 ราย ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ หรือถือบัตรประชาชนใบเดียวไปติดต่อที่สำนักงานการไฟฟ้าใกล้บ้านได้ทันที โดยมี 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่นาน 7 ปี ค่างวดผ่อนชำระเพียง 1,200 บาท/เดือน โดยใช้เกณฑ์ประวัติการชำระค่าไฟฟ้าที่ดีไม่ค้างชำระย้อนหลัง 12 เดือน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และยังมีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาทต่อยูนิต และเมื่อผ่อนชำระหนี้ครบ 7 ปีแล้ว ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการประหยัดค่าไฟ และขายไฟฟ้าคืนเป็นรายได้สุทธิตลอดอายุการใช้งานแผงโซลาร์อีกกว่า 20 ปี.

กิ่งกาชาดอำเภอเบตง เยี่ยมให้กำลังใจ ผู้ประสบอัคคีภัย ชุมชนกาแป๊ะกอตอใน
3
ข่าวประชาสัมพันธ์
‘วัชระพล’ ลั่น! พืชสวนโลก คุ้มค่าดึง นทท.ได้กว่า 3.6 ล้านคน-กระตุ้นจีดีพี กว่า 20,000 ล้าน สร้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง
เศรษฐกิจ-สังคม
"ฮาย อาภาพร" นักร้องลูกทุ่งอารมณ์ดี พาเพื่อนศิลปินที่โดนยกเลิกงาน ร้องคุ้มครองผู้บริโภค
2984
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อาชญากรรม
สิ้นลาย “โอ๊ต มาบตาพุด”! ชุดปฏิบัติการพิเศษระยองบุกทลายรังยา ได้ของกลางเพียบ










