คอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตร.-เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ AIS ตุ๋นหนุ่มตกงานโอนเงินเกลี้ยงบัญชี
26 ตุลาคม 2569 เวลา 09:34:00
2286
วันที่ 25 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายวิจิตร อายุ 26 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งกำลังตกงานและอยู่ระหว่างรอเรียกงาน ว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงให้โอนเงินกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต
นายวิจิตร เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม เวลาประมาณ 11:30 น. ระหว่างที่ตนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ได้มีสายโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ AIS แจ้งว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ตนไปเปิดไว้ที่จังหวัดพิจิตร ถูกแจ้งความว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่เว็บพนันผิดกฎหมาย แม้ว่าตนจะพยายามยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนเปิดเบอร์ดังกล่าว แต่ปลายสายกลับระบุว่าเป็นคดีใหญ่ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก และแนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองพิจิตร

เมื่อตนแจ้งว่าไม่สะดวกเดินทางไป ทางแก๊งมิจฉาชีพจึงเสนอตัวช่วยประสานงานให้ และได้โอนสายต่อไปยังบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นผกก. และสารวัตร อยู่ที่ สภ.เมืองพิจิตร กลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการข่มขู่ ให้ตนคุยกับผกก. และคุยกับสารวัตร ที่สภ.เมืองพิจิตร บีบคั้น และออกอุบายให้ตนแสดงความบริสุทธิ์ใจผ่านการวิดีโอคอล บังคับให้คอลวีดีโอตลอดเวลาจนกว่าจะพูดคุยจบ ห้ามไม่ให้มือทั้ง 2 ข้างหลุดจากจอโทรศัพท์ ให้ยกมือแนบอก โดยสั่งห้ามบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่คนในครอบครัว และให้โอนเงินจำนวนเกือบ 30,000 บาทในบัญชีธนาคารของตน โอนไปยังบัญชีของนายอภิชัย (ขอสงวนนามสกุล) บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ อ้างว่าใช้สำหรับ "ตรวจสอบ" เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยสัญญาว่าจะคืนเงินให้ภายหลัง
ด้วยความกลัวและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนจึงหลงเชื่อและโอนเงินก้อนสุดท้ายดังกล่าวไป ก่อนจะมารู้ตัวทีหลังว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินก้อนสุดท้ายจนเกลี้ยงบัญชี ก่อนจะติดต่อไม่ได้ จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

นางสุชาดา อายุ 53 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง (แม่ของผู้เสียหาย) เล่าว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้วิธีโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่าเบอร์โทรศัพท์ของลูกชายไปพัวพันกับคดีผิดกฎหมาย และออกอุบายให้ไปพบเจ้าหน้าที่ที่ สภ.เมืองพิจิตร แต่เมื่อลูกบอกว่าไม่สะดวก กลุ่มมิจฉาชีพกลับขู่บังคับให้บอกข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งสั่งห้ามวางสายและห้ามบอกใคร แม้กระทั่งคนในครอบครัว จนทำให้ลูกชายซึ่งอยู่คนเดียวเกิดความหวาดกลัวและสับสน เมื่อตนสังเกตเห็นความผิดปกติและพยายามเรียกให้ลูกเปิดประตูเพื่อคุยกัน ปรากฏว่าลูกชายเกิดอาการเครียดจัดถึงขั้นล็อกประตูห้อง และขอร้องให้แม่หยุดเคาะเพราะกลัวสายจะหลุด

ด้วยความตกใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ตนจึงตัดสินใจเคาะประตูและเกลี้ยกล่อมจนลูกยอมเปิดประตูให้ ก่อนจะรีบถอดเสื้อผ้าและตรวจสอบข้าวของเพื่อดึงลูกให้ออกมาตั้งสติ แต่สุดท้ายก็พบว่าลูกชายได้โอนเงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชี จำนวน 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนสำคัญของน้องให้กับมิจฉาชีพไปเสียแล้ว จึงได้รีบพาลูกเข้าแจ้งความ ซึ่งลูกของตกงานอยู่คนเดียว เขากำลังเครียดเรื่องหางานแล้วมาเจอเรื่องแบบนี้ เงินก้อนนั้นคือเงินเก็บก้อนสุดท้ายของน้อง เขาไม่เคยมาขอเงินแม่เลยแม้แต่บาทเดียว เพราะเขาอยากมีความเป็นอิสระ อยากให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกวาดล้างแก๊งพวกนี้ให้หมด อย่าให้ไปทำแบบนี้กับเด็กหรือใครอีกเลย เพราะบางคนเขาไม่รู้เรื่อง พอโดนหลอกแล้วชีวิตเขาจะเดินต่อไป
ทั้งนี้ อยากฝากเตือนภัยไปยังสังคมและผู้ปกครองที่มีบุตรหลานว่า ขอให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและพูดคุยกับลูกหลานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งฝากความหวังถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเร่งกวาดล้างแก๊งคอลเซ็น เตอร์กลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีเหยื่อผู้บริสุทธิ์ต้องมาเจอชะตากรรมและสูญเงินก้อนใหญ่ในชีวิตซ้ำอีก.

"โปงลางสะท้านธุง" ละครสั้นแนวตั้งเปิดตัวแล้ว! ดัน "กาฬสินธุ์" สู่เมืองเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ด้วยพลังทุนวัฒนธรรม
2193
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

‘ทวี’ ลั่น โต๊ะพูดคุยดับไฟใต้ต้องไม่ขังแค่ ‘คนถือปืน’ ชี้ 12 ปี ไร้ข้อยุติ ระแวงเปลี่ยนรบ.บ่อย ชงดันเข้า กม. กันสะดุด
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ขอเชิญร่วมรำลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย อธิการบดีคนแรก คนต้นแบบลูกแม่โจ้
การศึกษา
"ALL-NEW MITSUBISHI PAJERO" เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่อย่างเป็นทางการที่ เอ.เอ.เอส มอเตอร์ ชูแฟล็กชิป SUV หรู





