"โปงลางสะท้านธุง" ละครสั้นแนวตั้งเปิดตัวแล้ว! ดัน "กาฬสินธุ์" สู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยพลังทุนวัฒนธรรม
22 ตุลาคม 2569 เวลา 23:15:00
2188
จากทุนวิจัยสู่ละครสั้นแนวตั้งที่ดูผ่านมือถือได้ง่าย ๆ เล่าเรื่องโปงลาง ผ้าไหมแพรวา อาหารและวิถีชีวิตชาวกาฬสินธุ์ หวังให้คนรุ่นใหม่รู้จักเมืองรอง พร้อมต่อยอดสู่การท่องเที่ยวและรายได้ของชุมชน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ที่ร้านเจริญเจริญ (เจริญวันเจริญคืน) สวนหลวงสแควร์ ซอยจุฬาฯ 12 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตนพร้อมด้วย นายเชษฐ์พสิฐ เลิศสหพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ฝ่าย พนักงานครู พนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๔ เฉลิมพระเกียรติ ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวละครสั้นแนวตั้งทุนวัฒนธรรม "โปงลางสะท้านธุง" โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เป็นประธานในพิธี
งานแถลงข่าว "เปิดตัวละครสั้นแนวตั้ง จากทุนวิจัย สู่การสร้างทุนวัฒนธรรม" จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับคณะผู้วิจัยและภาคีเครือข่าย ผลงานนี้เกิดจากโครงการวิจัย "การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์" ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง "ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม" ขับเคลื่อนโดย ดร.ธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญและ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน.

โครงการได้รับการสนับสนุนจาก อว. กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยมีมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชนเป็นผู้ดำเนินงาน
ละครแนวตั้งเรื่องนี้นำอัตลักษณ์และทุนวัฒนธรรมของเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ อาหาร และผู้คน มาเล่าผ่านเรื่องราวร่วมสมัย ด้วยรูปแบบกระชับ เข้าใจง่าย เหมาะกับการรับชมบนโทรศัพท์มือถือ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสร้างสรรค์ ผลงานนี้ตั้งเป้าต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลายทาง เช่น การท่องเที่ยวตามรอยละคร การอุดหนุนอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมและบริการสร้างสรรค์ของชุมชน
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานในพิธี กล่าวถึงความสำคัญของการนำทุนวัฒนธรรมมาต่อยอดว่า "การนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นสื่อร่วมสมัย ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรื่องราวเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดอย่างเข้าใจและเคารพเจ้าของวัฒนธรรม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน นอกจากนี้ การนำละครแนวตั้งมาเป็นเครื่องมือสื่อสารช่วยให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นการสร้างทั้งคุณค่าทางสังคมและโอกาสด้านรายได้ในอนาคต ผ่านการต่อยอดทั้งการท่องเที่ยวตามรอยละคร การซื้อสินค้าท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชนต่าง ๆ"
ดร.ธนภณ วัฒนกุล ผู้รังสรรค์แนวคิดละครทุนวัฒนธรรม กล่าวว่า "วันนี้ผมคิดว่าการเอาทุนวัฒนธรรมสร้างชาติผ่านงานวิจัยมาถึงจุดที่เริ่มออกดอกออกผลให้เห็นแล้ว แต่ละพื้นที่แต่ละเมืองมีอัตลักษณ์ของตัวเอง มีวัตถุดิบต่างกัน ทุนมนุษย์ก็ต่างกัน มีประเพณีดั้งเดิมที่ต่างกัน จึงเกิดความหลากหลาย ถ้าประเทศนี้มองทุนวัฒนธรรมเป็นทุนขับเคลื่อนประเทศ ทุกพื้นที่สร้างได้หมด โดยนำสื่อที่เป็นทางการ เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย การทำหนังเรื่องหนึ่งมีคนดูเป็นล้าน เป็นการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ เมื่อคนเป็นล้านรู้จักที่นั่น ก็จะทำให้งานวัฒนธรรมแข็งแรงขึ้นและเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ"
ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน หัวหน้าโครงการวิจัยฯ ผู้รับผิดชอบการผลิตละคร กล่าวว่า "ละครสั้นแนวตั้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสื่อสาร เพราะเราเชื่อว่าทุนวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องถูกเล่าผ่านรูปแบบเดิม ๆ เสมอไป เรื่องราวของชุมชนสามารถนำมาสร้างเป็นความบันเทิงที่ทั้งสนุกและทำให้ผู้ชมรู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การผลิตละครเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อค้นหาและทำความเข้าใจทุนวัฒนธรรมก่อนนำมาพัฒนาเป็นเนื้อหาสื่อสาร โดยเริ่มต้นจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีต้นทุนทางวัฒนธรรมโดดเด่น ทั้งศิลปะการแสดงโปงลาง ผ้าไหมแพรวา และรุง ที่สามารถนำมาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของละครได้"
"เราไม่ได้คาดหวังเพียงให้คนดูละครแล้วจบไป แต่อยากให้ละครเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมสนใจว่ากาฬสินธุ์มีอะไรน่าค้นหา มีวัฒนธรรมอะไรที่น่าสนใจ และอยากเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็อยากให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมี และนำทุนวัฒนธรรมเหล่านั้นมาต่อยอดได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการใช้สื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์"
คุณมานิดา นฤภัทร ผู้จัดละคร กล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่า "ละครสั้นแนวตั้งเรื่องนี้เริ่มจาก ดร.ธนภณ วัฒนกุล ที่ต้องการสร้างละครทุนวัฒนธรรมให้คนเห็นคุณค่าของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เราอยากให้ละครเรื่องนี้มีความหมายมากกว่าความสนุก เพราะเชื่อว่าแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยมีความพิเศษในความธรรมดา และอยากให้คนในพื้นที่ รวมถึงคนไทยที่เป็นเจ้าของแผ่นดิน ได้เห็นความหมายพิเศษของทุนวัฒนธรรมในบ้านเรา ที่หาที่ไหนไม่ได้"
คุณนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา นักแสดงนำ กล่าวถึงประสบการณ์ที่เปิดมิติใหม่ในการแสดงว่า "ตอนทีมงานติดต่อเข้ามา สนใจทันทีทั้งที่ไม่เคยเล่นละครสั้นแนวตั้งมาก่อน เพราะการผสมผสานกับการเล่าเรื่องแบบสตอรีเทลลิ่งน่าสนใจมาก ละครเรื่องนี้สื่อถึงรากเหง้า ศิลปวัฒนธรรม และแก่นของคนไทย ไม่ใช่แค่คนกาฬสินธุ์ ภาพสวย เล่าเรื่องให้คนดูรู้สึกอิน ได้รู้จักศิลปวัฒนธรรมเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง ใครได้ดูก็ต้องอยากมาตามรอยละคร การสื่อสารผ่านละครสั้นนี้เป็นการส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ในเชิงอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อพลังได้จริง ๆ"
"โปงลางสะท้านธุง" เป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยไปใช้จริงในพื้นที่ เชื่อมทุนวัฒนธรรมเข้ากับสื่อร่วมสมัยและอุตสาห กรรมสร้างสรรค์ เป็นทั้งความบันเทิงและช่องทางให้ผู้ชมรู้จักเมืองรอง พร้อมเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สร้างประโยชน์ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจให้ชุมชน.

โครงการได้รับการสนับสนุนจาก อว. กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยมีมูลนิธิสื่อสานพลังชุมชนเป็นผู้ดำเนินงาน
ละครแนวตั้งเรื่องนี้นำอัตลักษณ์และทุนวัฒนธรรมของเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ อาหาร และผู้คน มาเล่าผ่านเรื่องราวร่วมสมัย ด้วยรูปแบบกระชับ เข้าใจง่าย เหมาะกับการรับชมบนโทรศัพท์มือถือ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสร้างสรรค์ ผลงานนี้ตั้งเป้าต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลายทาง เช่น การท่องเที่ยวตามรอยละคร การอุดหนุนอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมและบริการสร้างสรรค์ของชุมชน
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานในพิธี กล่าวถึงความสำคัญของการนำทุนวัฒนธรรมมาต่อยอดว่า "การนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นสื่อร่วมสมัย ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรื่องราวเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดอย่างเข้าใจและเคารพเจ้าของวัฒนธรรม พร้อมทั้งสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน นอกจากนี้ การนำละครแนวตั้งมาเป็นเครื่องมือสื่อสารช่วยให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นการสร้างทั้งคุณค่าทางสังคมและโอกาสด้านรายได้ในอนาคต ผ่านการต่อยอดทั้งการท่องเที่ยวตามรอยละคร การซื้อสินค้าท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชนต่าง ๆ"
ดร.ธนภณ วัฒนกุล ผู้รังสรรค์แนวคิดละครทุนวัฒนธรรม กล่าวว่า "วันนี้ผมคิดว่าการเอาทุนวัฒนธรรมสร้างชาติผ่านงานวิจัยมาถึงจุดที่เริ่มออกดอกออกผลให้เห็นแล้ว แต่ละพื้นที่แต่ละเมืองมีอัตลักษณ์ของตัวเอง มีวัตถุดิบต่างกัน ทุนมนุษย์ก็ต่างกัน มีประเพณีดั้งเดิมที่ต่างกัน จึงเกิดความหลากหลาย ถ้าประเทศนี้มองทุนวัฒนธรรมเป็นทุนขับเคลื่อนประเทศ ทุกพื้นที่สร้างได้หมด โดยนำสื่อที่เป็นทางการ เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย การทำหนังเรื่องหนึ่งมีคนดูเป็นล้าน เป็นการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ เมื่อคนเป็นล้านรู้จักที่นั่น ก็จะทำให้งานวัฒนธรรมแข็งแรงขึ้นและเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ"
ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน หัวหน้าโครงการวิจัยฯ ผู้รับผิดชอบการผลิตละคร กล่าวว่า "ละครสั้นแนวตั้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสื่อสาร เพราะเราเชื่อว่าทุนวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องถูกเล่าผ่านรูปแบบเดิม ๆ เสมอไป เรื่องราวของชุมชนสามารถนำมาสร้างเป็นความบันเทิงที่ทั้งสนุกและทำให้ผู้ชมรู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การผลิตละครเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อค้นหาและทำความเข้าใจทุนวัฒนธรรมก่อนนำมาพัฒนาเป็นเนื้อหาสื่อสาร โดยเริ่มต้นจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีต้นทุนทางวัฒนธรรมโดดเด่น ทั้งศิลปะการแสดงโปงลาง ผ้าไหมแพรวา และรุง ที่สามารถนำมาถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของละครได้"
"เราไม่ได้คาดหวังเพียงให้คนดูละครแล้วจบไป แต่อยากให้ละครเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ชมสนใจว่ากาฬสินธุ์มีอะไรน่าค้นหา มีวัฒนธรรมอะไรที่น่าสนใจ และอยากเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็อยากให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมี และนำทุนวัฒนธรรมเหล่านั้นมาต่อยอดได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการใช้สื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเมืองรองสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์"

คุณมานิดา นฤภัทร ผู้จัดละคร กล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่า "ละครสั้นแนวตั้งเรื่องนี้เริ่มจาก ดร.ธนภณ วัฒนกุล ที่ต้องการสร้างละครทุนวัฒนธรรมให้คนเห็นคุณค่าของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เราอยากให้ละครเรื่องนี้มีความหมายมากกว่าความสนุก เพราะเชื่อว่าแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยมีความพิเศษในความธรรมดา และอยากให้คนในพื้นที่ รวมถึงคนไทยที่เป็นเจ้าของแผ่นดิน ได้เห็นความหมายพิเศษของทุนวัฒนธรรมในบ้านเรา ที่หาที่ไหนไม่ได้"
คุณนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา นักแสดงนำ กล่าวถึงประสบการณ์ที่เปิดมิติใหม่ในการแสดงว่า "ตอนทีมงานติดต่อเข้ามา สนใจทันทีทั้งที่ไม่เคยเล่นละครสั้นแนวตั้งมาก่อน เพราะการผสมผสานกับการเล่าเรื่องแบบสตอรีเทลลิ่งน่าสนใจมาก ละครเรื่องนี้สื่อถึงรากเหง้า ศิลปวัฒนธรรม และแก่นของคนไทย ไม่ใช่แค่คนกาฬสินธุ์ ภาพสวย เล่าเรื่องให้คนดูรู้สึกอิน ได้รู้จักศิลปวัฒนธรรมเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง ใครได้ดูก็ต้องอยากมาตามรอยละคร การสื่อสารผ่านละครสั้นนี้เป็นการส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ในเชิงอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อพลังได้จริง ๆ"
"โปงลางสะท้านธุง" เป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยไปใช้จริงในพื้นที่ เชื่อมทุนวัฒนธรรมเข้ากับสื่อร่วมสมัยและอุตสาห กรรมสร้างสรรค์ เป็นทั้งความบันเทิงและช่องทางให้ผู้ชมรู้จักเมืองรอง พร้อมเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สร้างประโยชน์ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจให้ชุมชน.

มุกดาหาร - บก. ปทส. บูรณาการตรวจสอบงูสวยงามและกิ้งก่า สัตว์ป่าควบคุม สุดท้ายส่งคืนเจ้าของ
2455
อาชญากรรม

"โปงลางสะท้านธุง" ละครสั้นแนวตั้งเปิดตัวแล้ว! ดัน "กาฬสินธุ์" สู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยพลังทุนวัฒนธรรม
2188
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

“หัวหิน” จัดใหญ่! ‘The Hua Hin Expo 2026’ ส่งเสริมผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ 14-15 พ.ย.นี้
1972
เศรษฐกิจ-สังคม

นายกฯ ไม่รู้เรื่องเปลี่ยนเสื้อวินสีส้มเป็นน้ำเงิน หลัง ‘สส.ชลบุรี ’ บอก ยันไม่เห็นด้วย พยักหน้าไม่ตอบราคาน้ำมันพุ่ง
2666
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

“ผอ.ฝน” และ ร.ร.นานาชาติเมทนีดล กับภารกิจยกระดับความปลอดภัยมอบป้อมจราจรจุดที่ 17 ให้ขอนแก่น








