รวบได้อีก พันโทคอลเซ็นเตอร์ “แก๊งกองร้อยปอยเปต”ขณะเตรียมตัวกลับไปทำงาน กัมพูชา อีกครั้ง
13 พฤษภาคม 2569 เวลา 03:08:00
70
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.กฤษฎาพร ปานโปร่ง, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ, พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มาระตา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์, ว่าที่ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น สว.กก.1 บก.ปอท., ร.ต.อ.ทัศพงษ์ ผ่องใส, ร.ต.อ.ศุภเกียรติ สบบง รอง สว.กก.1 บก.ปอท., ร.ต.อ.หัตถกร นัยชิต รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปอท., ด.ต.ภานุวัติ เปี้ยนสีทอง, ด.ต.หญิงอภิลักษณ์ รัตนิยะ, จ.ส.ต.ปิติภัทร พวงสมบัติ, ส.ต.อ.ธนาธิป บุญชูวงศ์, ส.ต.ท.ปฎิวัติ กองแก้ว ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปอท.

ร่วมกันจับกุม นายอมรเทพฯ หรือ ต้า อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 333/2568 ลง 21 มีนาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำควาความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
สถานที่จับกุม แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 11 พ.ค.69

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งความกรณีมีคนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแต่งกายเป็นตำรวจ ข่มขู่และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มเครือข่ายขบวนการดังกล่าวได้จำนวนหลายราย ทั้งกลุ่มบัญชีม้า กลุ่มโทรหลอก และกลุ่มฟอกเงิน ซึ่งจากการสืบสวนยังพบผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดครั้งนี้อีกจำนวนหลายราย โดยพนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้ รวมถึงหัวหน้าขบวนการชาวจีนอีกด้วย
ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอยู่ มีบางส่วนได้แยกย้ายหลบหนีและไปซ่อนตัวที่ภูมิลำเนาของตนเองต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนทราบว่า นายอมรเทพฯ (ผู้ต้องหา) ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กำลังจะเดินทางกลับไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามจนพบผู้ต้องหา จากนั้นจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับพร้อมทำการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนเองเพิ่งเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 และกำลังจะเตรียมตัวกลับไปทำงานที่กัมพูชาต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ต ำรวจจับกุมได้เสียก่อน
ในส่วนของการร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหารับว่าช่วงเเรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า จากนั้นได้ผันตัวเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำหน้าที่แต่งตัวคล้ายตำรวจ วิดีโอคอลข่มขู่ผู้เสียหายดังกล่าว.

นนทบุรี - ศาลเลื่อนคำพิพากษาคดีดาราสาวชื่อดัง ต้อม รัชนีกร ฟ้องโรงพยาบาลเสริมความงา ม 50 ล้าน
135
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อุ้งอิ้ง รับ“ทักษิณ” ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ เสื้อแดงแห่รับเพียบ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
องคมนตรี เป็นประธานประสาทอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ประจำปีการศึกษา 2568
การศึกษา
ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2





