ครอบครัวรับศพ น.ส.จอย สวดคืนแรก น้าสาวเดือด วอนลงโทษประหารผัวโหด ไม่อโหสิกรรม
15 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:15:00
60
ความคืบหน้าคดีนายวินัย ชตะนะ อายุ 42 ปี ผัวโหดก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.จอย กลิ่นจันทร์ อายุ 44 ปี จนเสียชีวิต ก่อนขับรถนำศพเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.บางบัวทอง
ล่าสุดวันนี้ (15 พ.ค.69) เวลา 11.00 น. ที่ศาลา 4 วัดไผ่เหลือง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ครอบครัวได้เดินทางมารอรับศพของ น.ส.จอย เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมคืนแรก ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ต่อมาเวลา 11.40 น. ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้เชิญพระสงฆ์ 1 รูป จากวัดไผ่เหลือง มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณภายในแมนชั่นห้องพักจุดเกิดเหตุ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นางสาวกาญจนา น้าสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ระหว่างทำพิธีเชิญดวงวิญญาณภายในห้อง ตนได้ยินเสียงคนร้องไห้ดังมาจากบริเวณหลังประตู ก่อนจะมีลมพัดวูบเข้ามาภายในห้อง พร้อมเสียงผู้หญิงสะอื้นอย่างชัดเจน ทำให้ตนและหลานต่างพากันร้องไห้และยืนกอดกันด้วยความเสียใจ
เมื่อเดินไปดูบริเวณหลังประตู พบว่าเป็นจุดที่มีเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตถูกถอดเปลี่ยนทิ้งไว้หลังเสียชีวิต โดยนางสาวกาญจนา เชื่อว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของ น.ส.จอย เพราะได้ยินชัดทั้งเสียงร้องไห้และเสียงสะอื้น พร้อมกล่าวว่า หากไม่ได้ยินจริงคงไม่ร้องไห้ออกมาขนาดนี้ และเชื่อว่าผู้เสียชีวิตรับรู้ได้ว่าวันนี้ครอบครัวเดินทางมารับดวงวิญญาณกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา
นอกจากนี้ นางสาวกาญจนา ยังเปิดเผยอีกว่า จากการสังเกตภายในห้องพัก พบลักษณะคล้ายมีการต่อสู้กัน โดยมีแก้วน้ำถูกเขวี้ยงตกอยู่บริเวณที่นอน ใต้โต๊ะพบที่คาดผม รวมถึงเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตที่ถูกเปลี่ยนออกหลังเสียชีวิต ซึ่งบางชิ้นอยู่ในสภาพฉีกขาด ทั้งเสื้อชั้นในและกางเกงใน ยิ่งทำให้ครอบครัวรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จากนั้น นางสาวกาญจนา แสงเผือก น้าสาวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่วัดเพื่อเตรียมสถานที่และรับศพหลานสาว พร้อมเปิดใจด้วยความโกรธแค้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุจงใจฆ่า และสิ่งที่ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นเ พียงคำพูดเข้าข้างตัวเอง ทั้งที่หลานสาวของตนเป็นฝ่ายดูแลทุกอย่างให้กับผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด ทั้งเสื้อผ้า โทรศัพท์ รถยนต์ รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ภรรยาของผู้ก่อเหตุใช้อยู่ ก็ยังเป็นชื่อของหลานสาวตนเอง

นางสาวกาญจนา ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้ก่อเหตุเคยทำร้ายร่างกายหลานสาวหลายครั้ง ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งเดียวตามที่อ้าง โดยตนพยายามเตือนให้เลิกคบมาตลอด แต่หลานสาวยังขอให้โอกาสอีกฝ่าย ตนจึงทำได้เพียงเตือนเท่านั้น
น้าสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า อยากให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาที่หนักกว่านี้ เพราะมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบของลูกผู้ชาย แต่เป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินรับได้ พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานขับวินจักรยานยนต์อยู่ดีๆ ไปคบหากับคนที่มีคดีติดตัวและไม่รู้หัวนอนปลายเท้า สุดท้ายกลับต้องมาจบชีวิตแบบนี้

นอกจากนี้ยังฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ต่อให้ออกมาพูดอย่างไร ก็เชื่อว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดจริง เพราะสิ่งที่ทำไม่ใช่แค่พลั้งมือ แต่เป็นทั้งการซ้อม เตะ และกระทืบ จนทำให้หลานสาวเสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าทางครอบครัวจะไม่อโหสิกรรม และอยากให้ได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต เนื่องจากเกรงว่าหากติดคุกเพียงไม่กี่ปีก็อาจกลับออกมาลอยนวลได้อีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.morkhao.com/detail/crime/784328dd-6ba9-4dcf-9a64-451982da3c29
https://www.morkhao.com/detail/crime/5dd5fd77-c27b-4e5a-8a5a-7924526ca7c7
https://www.morkhao.com/detail/crime/64521b7c-a008-47e6-8331-37f60fe1e6d6

นนทบุรี - ศาลเลื่อนคำพิพากษาคดีดาราสาวชื่อดัง ต้อม รัชนีกร ฟ้องโรงพยาบาลเสริมความงา ม 50 ล้าน
135
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อุ้งอิ้ง รับ“ทักษิณ” ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ เสื้อแดงแห่รับเพียบ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
องคมนตรี เป็นประธานประสาทอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ประจำปีการศึกษา 2568
การศึกษา
ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2





