”พี่ศรีฯ“ร้อง ป.ป.ช.สอบ 'อนุทิน' ยกเว้นขายน้ำมันให้ลาว-พม่า ตั้ง 'พิพัฒน์'/บิ๊ก บ.น้ำมัน เป็นกก.ศบก.
9 มีนาคม 2569 เวลา 05:49:00
3
”พี่ศรีฯ“ร้อง ป.ป.ช.สอบ 'อนุทิน' สั่งยกเว้นขายน้ำมันให้ลาว-พม่า ตั้ง 'พิพัฒน์' และบิ๊ก บ.น้ำมัน เป็นกรรมการ ศบก. เป็นการขัดกันแห่งผลกระโยชน์หรือไม่
เวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค.69 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนททบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนชี้มูลความผิดนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายอนุทิน ชาญวีรกุลได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 ให้ผู้ค้านำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลับยกเว้น สปป.ลาว และสหภาพเมียนมา และลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.โดยให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ซึ่งเคยทำธุรกิจพลังงาน มีปั๊มชื่อดังแต่ผ่องถ่ายให้น้องชายแล้ว มาเป็น ผอ.ศูนย์ฯ อาจถือได้ว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา184 - 186 ห้ามไว้

ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การยกเว้นการห้ามส่งน้ำมันไป สปป.ลาวและพม่านั้น เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว แต่ทว่าโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาวส่วนใหญ่ที่รัฐบาลไปเซ็นสัญญาซื้อไฟมานั้นเป็นโครงการของกลุ่มทุนใหญ่ของไทยที่ข้ามพรมแดนไปลงทุนโดยใช้ทรัพยากรของเพื่อนบ้าน แล้ววกกลับมาทำสัญญาผูกมัดให้คนไทยต้องควักเงินจ่ายในราคาแพงผ่านใบเสร็จค่าไฟทุกสิ้นเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทน้องชายนายกรัฐมนตรีไปดำเนินธุรกิจพลังงานทำโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว อย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทย ซึ่งสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ดันมาร์จิ้นทะยานหลายเท่าตัวแตะระดับ 40 % ในขณะที่ธุรกิจหลักคืองานแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็กให้มาร์จิ้นเพียง 5-6 % เท่านั้น

ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า การยกเว้นการห้ามส่งน้ำมันไป สปป.ลาวและพม่านั้น เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว แต่ทว่าโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาวส่วนใหญ่ที่รัฐบาลไปเซ็นสัญญาซื้อไฟมานั้นเป็นโครงการของกลุ่มทุนใหญ่ของไทยที่ข้ามพรมแดนไปลงทุนโดยใช้ทรัพยากรของเพื่อนบ้าน แล้ววกกลับมาทำสัญญาผูกมัดให้คนไทยต้องควักเงินจ่ายในราคาแพงผ่านใบเสร็จค่าไฟทุกสิ้นเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทน้องชายนายกรัฐมนตรีไปดำเนินธุรกิจพลังงานทำโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว อย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทย ซึ่งสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ดันมาร์จิ้นทะยานหลายเท่าตัวแตะระดับ 40 % ในขณะที่ธุรกิจหลักคืองานแปรรูปและติดตั้งโครงสร้างเหล็กให้มาร์จิ้นเพียง 5-6 % เท่านั้น

การใช้อำนาจลงนามในคำสั่งของนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฉบับซึ่งมีความสัมพันธ์สอดรับกัน จึงอาจเข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกร ะทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะดำเนินการไต่สวนและชี้มูลความผิดได้ หากตรวจสอบแล้วเป็นไปตามข้อมูลการร้องเรียนให้เร่งเสนอศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ และพิจารณาลงโทษตามครรลองของกฎหมายต่อไป.

อัตตัรฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) สำนักงาน ปภ.นราฯกับโครงการฝึกอบรมเยาวชนขับขี่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย
130
ข่าวประชาสัมพันธ์

ศิลปินภูไท ปิดฤดูกาลปี 2569 สุดยิ่งใหญ่ สืบสานมนต์เสน่ห์หมอลำภูไท สร้างความสุขส่งท้ายฤดูกาล ณ อำเภอคำม่วง กาฬสินธุ์
135
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ไอที-ยานยนต์
𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 สนามเปิดฤดูกาล ดึง “ตั๊ก บริบูรณ์, บอล-นุ้ย เชิญยิ้ม” ป่วนพิตวอล์ค ชวนเชียร์ กระทบไหล่นักบิด 21 มิ.ย
100

การศึกษา
ปตท. นำรถนิทรรศการ “Big Blue Bus” เปิดโลกพลังงานสู่เยาวชนโรงเรียนมณีวรรณวิทยา


