top of page

ดราม่าเงิน 3.1 ล้าน “น้องเบญ” ยังไม่จบ !! “เอกพันธ์” เบรกรับบริจาค 1.8 ล้าน ชี้ขอพัก 1 เดือน เปิดทางคืนเงินผู้บริจาคก่อน

17 เมษายน 2569 เวลา 12:30:00

90

eye.png
ดราม่าเงิน 3.1 ล้าน “น้องเบญ” ยังไม่จบ !! “เอกพันธ์” เบรกรับบริจาค 1.8 ล้าน ชี้ขอพัก 1 เดือน เปิดทางคืนเงินผู้บริจาคก่อน

เด็กและสตรี

ดราม่าเงิน 3.1 ล้าน “น้องเบญ” ยังไม่จบ !! “เอกพันธ์” เบรกรับบริจาค 1.8 ล้าน ชี้ขอพัก 1 เดือน เปิดทางคืนเงินผู้บริจาคก่อน ขณะที่ จนท.หลายฝ่ายประชุมเคลียร์ดราม่า “น้องเบญ” วางแผนเงินยาวถึงจบ ม.6  “เมศ เจ้าชายน้อย” ขอโทษโรงเรียน แจงข้อมูลคลาดเคลื่อน 


ความคืบหน้ากรณี “น้องเบญ” ดราม่าเงินบริจาค ล่าสุดวันนี้ (17 เม.ย. 69) เวลา 11.31 น. นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ลงพื้นที่มายังบ้านพักของครอบครัว น.ส.เบญญาภา ธนกรมนพร หรือ “น้องเบญ” อายุ 15 ปี เพื่อพูดคุยรายละเอียด หลังครอบครัวมีความประสงค์จะนำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาคให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงสถานศึกษา


นายเอกพันธ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบรายละเอียดความเป็นอยู่ของครอบครัวน้องเบญภายหลังจากที่เคยเข้าไปช่วยเหลือผ่านรายการเมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้ติดตามยอดเงินบริจาคหรือการใช้ชีวิตของครอบครัวแต่อย่างใด โดยในรายการเพียงให้เลขบัญชีเพื่อเปิดรับบริจาค ไม่ทราบว่าใครโอนเงินเข้ามาบ้าง หรือยอดเงินรวมเป็นเท่าไหร่


กระทั่งเมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมา นายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” ได้ติดต่อมาหา พร้อมส่งรูปภาพให้อีกครั้งจนจำได้ และได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดว่า ขณะนี้ครอบครัวมีความกังวลใจ เนื่องจากมียอดเงินบริจาคสูงกว่า 3 ล้านบาท จนเกิดกระแสดราม่าหลายประเด็น แม้ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกทั้งหมด แต่ทราบเพียงว่า ครอบครัวมีความตั้งใจจะนำเงินจำนวนประมาณ 1.8 ล้านบาท ไปบริจาคให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ


นายเอกพันธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตนสอบถามรายละเอียดว่า หากนำเงิน 1,800,000 บาทไปบริจาคทั้งหมดแล้ว ครอบครัวจะเหลือเงินใช้หรือไม่ ทาง “เมศ เจ้าชายน้อย” ชี้แจงว่า ครอบครัวตั้งใจจะเก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาของน้องเบญประมาณ 1,300,000 บาท และใช้ดูแลครอบครัวประมาณ 1 ล้านบาท ทำให้ตนพิจารณาว่า แม้เงินที่ตั้งใจจะบริจาคให้มูลนิธิร่วมกตัญญูจำนวน 1 ล้านบาท จะไม่ติดขัดในการรับ แต่เกิดความกังวลว่า เงินบริจาคที่ประชาชนมอบให้มีเจตนาเพื่อช่วยด้านการศึกษา หากมีผู้อยากขอเงินคืนเพราะไม่เห็นด้วยกับการนำไปบริจาคต่อ จะส่งผลกระทบต่อเงินส่วนที่น้องเก็บไว้หรือไม่ ดังนั้น ตนจึงตัดสินใจว่า “ในวันนี้จะยังไม่ขอรับเงินบริจาค” และขอให้ชะลอเงินจำนวนดังกล่าวไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคที่อาจไม่พอใจหรือมีความประสงค์จะขอเงินคืน สามารถดำเนินการได้ก่อน หากพ้นระยะเวลา 1 เดือนแล้ว เงินยังคงอยู่หรือเหลือเท่าใด จึงค่อยพิจารณากันอีกครั้ง


นายเอกพันธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนหยุดกระแสดราม่า และขอให้เห็นใจเด็กที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.3 ซึ่งขณะนี้สภาพจิตใจได้รับผลกระทบอย่างมาก รวมถึงพ่อและแม่ที่มีความเครียดสะสม พร้อมย้ำว่า อยากให้โฟกัสเรื่องการจัดการเงินบริจาคอย่างเหมาะสมมากกว่าการซ้ำเติม


นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ทำรายการและช่วยเหลือประชาชนมาแล้วกว่า 2,000 เคส ตนไม่เคยติดตามหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของผู้ที่เคยช่วยเหลือ เว้นแต่บางกรณีที่ได้รับความสนใจมาก อาจมีการลงพื้นที่เยี่ยมติดตามปีละครั้ง ซึ่งกรณีของน้องเบญยังไม่ครบระยะเวลา 1 ปี จึงยังไม่ได้กลับมาติดตามก่อนหน้านี้ สำหรับสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว นายเอกพันธ์ ระบุว่า จากที่เคยพบก่อนหน้านี้ คุณพ่อมีอาการหนักกว่านี้ถึงขั้นติดเตียง แต่ปัจจุบันพยายามลุกขึ้นมาช่วยงาน โดยจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า หากมีงานเร่งด่วน และใช้ไม้พยุงตัวช่วยในการเคลื่อนไหว


ทั้งนี้ ในส่วนเงินบริจาค 1,800,000 บาท ที่มีการระบุว่าจะนำไปบริจาคนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีการจัดสรรให้มูลนิธิร่วมกตัญญูประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะมอบให้หน่วยงานอื่น เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และโรงเรียน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นแห่งใด

ดราม่าเงิน 3.1 ล้าน “น้องเบญ” ยังไม่จบ !! “เอกพันธ์” เบรกรับบริจาค 1.8 ล้าน ชี้ขอพัก 1 เดือน เปิดทางคืนเงินผู้บริจาคก่อน

ด้าน นายธนเดช ธนกรมนพร อายุ 59 ปี พ่อของน้องเบญ เปิดเผยว่า หลังยอดเงินบริจาคพุ่งสูงถึง 3.1 ล้านบาท และกลายเป็นกระแสดราม่า ครอบครัวได้หารือกันและเห็นว่า เงินส่วนเกินจากความจำเป็นประมาณ 1.8 ล้านบาท ควรนำไปช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าตนมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว รวมถึงไม่ดื่มแอลกอฮอล์ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า กระแสข่าวต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของครอบครัวอย่างมาก นอกจากนี้ยังชี้แจงว่า สิ่งของที่ได้รับจากรายการ “ปัญญาปันสุข” ยังคงอยู่ครบ ไม่ได้นำไปขาย และเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรายการเป็นจำนวน 10,000 บาท ไม่ใช่ 20,000 บาทตามที่มีการเผยแพร่ พร้อมยืนยันว่า หลังจากนี้ครอบครัวจะไม่เปิดรับบริจาคอีก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกระแสดราม่าจนเกิดความอึดอัดใจ


ขณะที่ น.ส.กฤษณา รังสีโย อายุ 49 ปี แม่ของน้องเบญ และตัวน้องเอง ต่างได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก โดยมีรายงานว่าแม่เกิดความเครียดถึงขั้นคิดสั้น ส่วนน้องเบญมีอาการเครียดลงกระเพาะ


ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) พลเมืองดี เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อสงสัยว่าน้องมี iPad ใช้ ยืนยันว่าเป็นผู้ซื้อให้เองเพื่อใช้ในการเรียน พร้อมยืนยันว่า น้องเบญเก็บขวดจริงเพื่อนำไปขายช่วยครอบครัว โดยบางครั้งตนจะรวบรวมขวดไปขายและมอบเงินให้น้องครั้งละ 200-300 บาท

ดราม่าเงิน 3.1 ล้าน “น้องเบญ” ยังไม่จบ !! “เอกพันธ์” เบรกรับบริจาค 1.8 ล้าน ชี้ขอพัก 1 เดือน เปิดทางคืนเงินผู้บริจาคก่อน

โดยครอบครัวของน้องเบญ ซึ่งประกอบด้วยตัวน้อง คุณพ่อ และคุณแม่ มีความประสงค์จะเก็บเงินจำนวน 1,300,000 บาท ไว้เป็นทุนการศึกษาและดูแลครอบครัวในอนาคต ส่วนเงินที่เหลือจำนวน 1,810,932 บาท ตั้งใจนำไปบริจาคช่วยเหลือสังคม โดยแบ่งมอบให้หลายหน่วยงาน อาทิ มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยมี เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อน รวมถึงมอบเงินบางส่วนให้นายปรเมศร์ มีสมภพ เพื่อนำไปจัดซื้อสิ่งของจำเป็น เช่น แพมเพิส ข้าวสาร รถเข็นผู้พิการ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ อีกทั้งยังมอบให้โรงเรียนเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน โดยกำหนดส่งมอบในวันที่ 17 เม.ย. 69 พร้อมให้หน่วยงานภาครัฐร่วมตรวจสอบความโปร่งใส


โด เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 69 เวลา 09.00 น. ที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ติดตาม โดยมี ดร.อมรรัตน์ โสธารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นนทบุรี, นายภาณุพงศ์ ปลอดกระโทก ปลัดอำเภอปากเกร็ด, นางสาวสุภาวดี น้ำหอมจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน, นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี, นายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” รวมถึงคณะครูและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เข้าร่วมประชุมติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการบริหารจัดการเงินบริจาคให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมทั้งมีการชี้แจงเรื่องทุนการศึกษาที่โรงเรียนมอบให้จำนวน 25,000 บาท


ดร.อมรรัตน์ โสธารัตน์ เปิดเผยอย่างละเอียดว่า ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นนทบุรี พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันประชุมเพื่อช่วยเหลือน้องเบญ หลังจากเกิดกระแสในโซเชียล โดยยืนยันว่าโดยรวมแล้วน้องเบญเป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี และได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนมาโดยตลอด แต่จากข่าวที่เผยแพร่ออกไปมีบางประเด็นข้อมูลคลาดเคลื่อน จึงมีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการดูแลนักเรียนอย่างรอบด้าน การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วน และได้ข้อสรุปสำคัญ 3 ประเด็น คือ 1.ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันในประเด็นที่คลาดเคลื่อน และจะมีการแถลงโดยนายปรเมศร์ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ต้น 2.ให้หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี (พม.จ.) เข้ามาดูแลคุณภาพชีวิตของครอบครัว เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน 3.การดูแลด้านการศึกษา โดยโรงเรียนจะติดตามช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดกิจกรรมร่วมกับนักจิตวิทยาของเขตพื้นที่ เพื่อดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า ในส่วนของเงินบริจาคที่มีจำนวนมาก ทาง พม.จ.นนทบุรี จะเข้ามาดูแลการจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคทุกประการ


ด้าน นางสาวสุภาวดี น้ำหอมจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ทางโรงเรียนรู้สึกสบายใจที่นายปรเมศร์ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งช่วยกู้ชื่อเสียงของโรงเรียน และทำให้ประชาชนเข้าใจถูกต้องมากขึ้น อีกทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาก็พึงพอใจที่ฝ่ายบริหารได้ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของโรงเรียนอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าโรงเรียนยินดีดูแลน้องเบญให้ประสบความสำเร็จตามความฝัน และสนับสนุนให้เป็นพยาบาลวิชาชีพในอนาคต พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี เป็นโรงเรียนของเด็กในท้องถิ่นที่ขาดแคลน มีค่าเทอมเพียง 2,000 บาท และการปรับขึ้นค่าเทอมทำได้ยาก นอกจากนี้น้องเบญยังได้รับทุนสนับสนุนด้านอื่น ๆ อีกจำนวนมาก และสามารถมีทุนการศึกษาได้ต่อเนื่องจนถึงระดับชั้น ม.6


ขณะที่ นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี กล่าวอย่างละเอียดว่า การช่วยเหลือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้น้องเบญมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถเดินตามความฝันในการเป็นพยาบาลเพื่อดูแลครอบครัวและช่วยเหลือสังคม โดยแบ่งแนวทางออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่ 1 ด้านครอบครัว จะดูแลให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างครบถ้วน รวมถึงส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มารดามีอาชีพเสริม เพื่อให้ครอบครัวสามารถพึ่งพาตนเองได้  ประเด็นที่ 2 ด้านการเยียวยา เนื่องจากปัจจุบันมีหลายเพจนำเสนอเรื่องราวอย่างรุนแรง ส่งผลให้สภาพจิตใจของน้องเบญค่อนข้างย่ำแย่ ทางหน่วยงานจะจัดนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ และเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน  ประเด็นที่ 3 ด้านการบริหารเงินบริจาค ซึ่งมียอดรวมประมาณ 3.1 ล้านบาท โดยได้หารือร่วมกันและกำหนดให้กันเงิน 1.3 ล้านบาทไว้สำหรับน้องเบญ แบ่งเป็น 300,000 บาท สำหรับเป็นทุนประกอบอาชีพของครอบครัว และ 1,000,000 บาท เป็นทุนการศึกษา โดยจะเปิดบัญชีใหม่และไม่สามารถเบิกจ่ายได้จนกว่าน้องจะจบ ม.6 และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา


ในส่วนของเจตนารมณ์เดิมของครอบครัวที่ต้องการบริจาคให้มูลนิธิต่าง ๆ ได้แก่ มูลนิธิร่วมกตัญญู 1 ล้านบาท และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 200,000 บาท ขณะนี้ได้มีการสั่งจ่ายเช็คเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยงาน โรงเรียน และนายปรเมศร์ ต่างไม่ประสงค์รับเงิน ส่งผลให้มีเงินคงเหลือ 610,932 บาท เมื่อนำมารวมกับ 1.3 ล้านบาท จะเป็น 1,910,932 บาท ซึ่งจะถูกบริหารจัดการโดยเปิด 3 บัญชี คือ 1.บัญชีมารดา 300,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ 2.บัญชีทุนการศึกษาของน้อง 1,000,000 บาท ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ 3.บัญชีของน้อง 600,000 บาท ภายใต้การดูแลของโรงเรียน


หลังจากนี้ หน่วยงานจะลงพื้นที่พูดคุยกับน้องเบญโดยตรง เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือน รวมถึงสรุปค่าใช้จ่ายตลอด 3 ปี จนจบ ม.6 เพื่อวางแผนการใช้เงินอย่างรอบคอบ

ดราม่าเงิน 3.1 ล้าน “น้องเบญ” ยังไม่จบ !! “เอกพันธ์” เบรกรับบริจาค 1.8 ล้าน ชี้ขอพัก 1 เดือน เปิดทางคืนเงินผู้บริจาคก่อน

นางวารินยังเน้นย้ำว่า กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการทำงานที่ต้องมีข้อมูลรอบด้าน ไม่ควรตีตราใคร และยืนยันว่าทุกฝ่ายมีเจตนาดี ต้องการให้น้องมีอนาคตที่ดี พร้อมขอให้สังคมยุติประเด็นดราม่า เนื่องจากขณะนี้มีระบบดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถดูแลน้องได้จนจบการศึกษา


ในส่วนของ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ได้มีการพูดคุยร่วมกัน โดยมีจุดยืนตรงกันว่าต้องการให้น้องและครอบครัวมีชีวิตที่มั่นคง หากมีผู้บริจาคต้องการขอเงินคืนสามารถแจ้งได้ แต่คาดว่าจะไม่มีผู้ใดประสงค์รับเงินคืน และหากผ่านไป 1 เดือน ครอบครัวยังต้องการบริจาค เงินส่วนนี้จึงจะดำเนินการตามเจตนาเดิม


ด้าน นายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” กล่าวอย่างละเอียดว่า กรณีข้อมูลค่าเทอมที่ตนโพสต์ก่อนหน้านี้เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยข้อเท็จจริงน้องไม่ได้ค้างค่าเทอม และยังได้รับการช่วยเหลือจากโรงเรียนอยู่ ซึ่งทางโรงเรียนได้ชี้แจงให้เข้าใจแล้ว เพียงแต่ยังมีค่าใช้จ่ายด้านการเรียนและการดูแลบิดาที่จำเป็น ตนจึงนำเรื่องราวไปโพสต์ด้วยเจตนาดีเพื่อช่วยเหลือ พร้อมขอโทษต่อ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้โรงเรียนเสียหาย


นายปรเมศร์ ยังเปิดเผยว่า เดิมไม่เคยรู้จักครอบครัวนี้มาก่อน แต่ได้รับข้อความจากมารดาของน้องที่ขอความช่วยเหลือเรื่องแพมเพิสและข้าวสาร พร้อมภาพประกอบที่มีภาพน้องกำลังดูแลพ่อ จึงตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ความช่วยเหลือเช่นเดียวกับเคสอื่น ๆ ที่เคยทำ และโพสต์ลงสื่อออนไลน์พร้อมแนบเลขบัญชีเพื่อเป็นสื่อกลางให้ผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือ หลังจากนั้นมีหลายหน่วยงานและหลายรายการเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง


ในส่วนของเงินบริจาคที่ครอบครัวต้องการนำไปช่วยเหลือสังคม นายปรเมศร์ระบุว่า ทางพ่อและแม่ของน้องได้ติดต่อมาให้ช่วยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ตามความตั้งใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของตนเองด้วย เนื่องจากครอบครัวเห็นว่าตนช่วยเหลือหลายเคส แต่ตนได้ปฏิเสธมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่า ตั้งแต่แรกได้แจ้งกับครอบครัวแล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงิน และไม่เคยหวังผลประโยชน์จากการช่วยเหลือในทุกกรณี

กล่องสีขาว.jpg

ช็อก!! พบร่าง 'เต้ ดรากอนไฟว์' ลอยเจ้าพระยา กระเป๋าสะพายพบก้อนหินคาดใช้ถ่วงน้ำ 'แอนดี้ เข็มพิมุก' เผยเสียใจ

1175

eye.png

ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

กล่องสีขาว.jpg

เดือดกลางวงประชุม!! “สส.ปาร์ค” เปิดปม Data Center บ้านฉาง จี้เปิดข้อมูลรอบด้าน หวั่นเห็นแค่ภาพฝัน ลั่น ปชช.ได้อะไร?!?

470

eye.png

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

อาดิดาส ปักหมุด “adidas Originals Factory Outlet” แห่งแรกในไทยที่บลูพอร์ต หัวหิน

อาดิดาส ปักหมุด “adidas Originals Factory Outlet” แห่งแรกในไทยที่บลูพอร์ต หัวหิน

580

eye.png

ข่าวประชาสัมพันธ์

มทร.รัตน์โกสินทร์ วังไกลกังวล คว้าถ้วยรางวัล “กรมสมเด็จพระเทพฯ” การแข่งขันทักษะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ

มทร.รัตน์โกสินทร์ วังไกลกังวล คว้าถ้วยรางวัล “กรมสมเด็จพระเทพฯ” การแข่งขันทักษะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ

416

eye.png

การศึกษา

ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวเด็กและสตรีทั้งหมด

เด็กไทยสร้างชื่อเสียงคว้าครบ 10 รางวัลคณิตศาสตร์โลก 2026 AIMO ที่ประเทศเวียดนาม

6 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00:00

480

eye.png

ระยองรวมพลังสตรีจัดงาน “วันสตรีไทย 2569” ยิ่งใหญ่ สืบสานศิลป์ไทย เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน

2 สิงหาคม 2569 เวลา 03:00:00

298

eye.png
มทร.รัตนโกสินทร์วังไกลกังวล จับมือ ปปช.ประจวบฯ อบรมเยาวชนโครงการ Strong Step Camp ก้าวใหม่ไร้ทุจริต

มทร.รัตนโกสินทร์วังไกลกังวล จับมือ ปปช.ประจวบฯ อบรมเยาวชนโครงการ Strong Step Camp ก้าวใหม่ไร้ทุจริต

5 สิงหาคม 2569 เวลา 08:40:00

328

eye.png
รมว.ดีอี ลงพื้นที่นครพนม ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนรู้ AI ระดับปฐมวัย มุ่งวางรากฐานทักษะดิจิทัลและสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้เด็กไทย

รมว.ดีอี ลงพื้นที่นครพนม ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนรู้ AI ระดับปฐมวัย มุ่งวางรากฐานทักษะดิจิทัลและสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้เด็กไทย

1 สิงหาคม 2569 เวลา 07:08:00

325

eye.png
ปค.หนองบัวลำภู ปลุกจิตสำนึกเยาวชนเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ การธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ

ปค.หนองบัวลำภู ปลุกจิตสำนึกเยาวชนเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ การธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ

5 สิงหาคม 2569 เวลา 07:39:00

372

eye.png
ประกวดสุนทรพจน์ 5 ภาษา ระดับจังหวัดยะลา ยกระดับศักยภาพเยาวชน จชต. สะท้อนคุณค่าสังคมพหุวัฒนธรรม

ประกวดสุนทรพจน์ 5 ภาษา ระดับจังหวัดยะลา ยกระดับศักยภาพเยาวชน จชต. สะท้อนคุณค่าสังคมพหุวัฒนธรรม

23 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:58:00

133

eye.png

เด็กไทยสร้างชื่อ คว้า 127 รางวัล แข่งขันคณิตศาสตร์และคณิตคิดเร็วระดับนานาชาติ ครั้งที่ 46

3 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00:00

538

eye.png

27เด็กไทยเจ๋ง..สร้างชื่อเสียงระดับโลก คว้า 33 รางวัล คณิตศาสตร์นานาชาติ 2026 WMI ณ ประเทศญี่ปุ่น

15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02:11:00

143

eye.png
bottom of page