‘ยศชนัน’ ปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสเด็ก ม.ปลายรุ่นใหม่เป็นกลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์ พร้อมแนะแนวทางสู่ความสำเร็จ
30 ตุลาคม 2569 เวลา 15:10:00
2396
‘ยศชนัน’ ปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสเด็ก ม.ปลายรุ่นใหม่เป็นกลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์ พร้อมแนะแนวทางสู่ความสำเร็จ ย้ำมหาวิทยาลัยเป็นเพียง 1 ใน 100 หมุดหมายของชีวิต แนะ 3 วิธีคิด ‘รู้ลึกพื้นฐาน-เข้าใจคน-ต่อยอดจากคำปฏิเสธ’ สร้างเส้นทางผลิบานในแบบตัวเอง
วันนี้ (30 ต.ค.69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “Thammasat Open House 2026 : Where Every Star Begins เปิดบ้านธรรมศาสตร์ จักรวาลแห่งโอกาส พื้นที่ให้ทุกความฝันได้เปล่งประกาย” โดยมี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ตลอดจน ผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจ เข้าร่วมกว่า 5,000 คน ณ อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ 3 (SC3) และกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า รู้สึกยินดีที่ได้กลับมาต้อนรับนักเรียนและผู้ปกครองเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย พร้อมชื่นชมธรรมศาสตร์ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกความฝันได้เปล่งประกาย โดยย้ำว่ากระทรวง อว. กำลังเร่งปรับปรุงระบบ TCAS เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทั้งการใช้ Portfolio ในการสัมภาษณ์ สัดส่วนการสอบ และระบบโควตา ซึ่งนักเรียน ม.ปลายรุ่นปัจจุบันจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าว ควบคู่กับการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ โดยเน้นทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) พร้อมฝากให้นักเรียนพิจารณาเลือกคณะจากความสนใจและความถนัดอย่างแท้จริง มองให้ลึกถึงหลักสูตรและรายวิชาที่จะได้เรียน ตลอดจนโอกาสในการนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ ก่อนเปิดงาน “Thammasat Open House 2026 : Where Every Star Begins” อย่างเป็นทางการ
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้บรรยายพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้แนวทางในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อ โดยกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า วันนี้ตนในฐานะคน Gen X และ Gen Y จะพยายามเชื่อมโยงกับน้องๆ Gen Z และพี่ๆ ผู้ปกครอง เพื่อให้เห็นว่าบทเรียนนอกตำราคืออะไร และมีไกด์ไลน์อย่างไรในการเดินดูแต่ละคณะเพื่อตัดสินใจร่วมกัน
“ทุกคนอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ น้องๆ ทุกคนอยากประสบความสำเร็จ แล้วอะไรคือเส้นทางสู่ความสำเร็จ การเข้ามหาวิทยาลัยคือทุกสิ่งทุกอย่างของความสำเร็จหรือเปล่า หรือความจริงแล้วการเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเพียงหนึ่งในหมุดหมาย อาจจะเป็นแค่ 1 ใน 100 ของความสำเร็จเท่านั้น แต่อะไรคือขั้นตอนแรกที่จะทำให้ไปถึงปลายทางได้ เพราะฉะนั้นมันคงไม่ใช่ใบปริญญา เพราะสิ่งที่เราเรียนตอนนี้จะการันตีได้อย่างไรว่าอีก 4-5 ปีข้างหน้าจะยังอยู่ แต่สิ่งที่เราต้องรู้คือ อะไรคือความฝันของพวกเราที่เราอยากจะไป อะไรคือพื้นฐานที่เราต้องมี ซึ่งเราต้องหาทั้งในห้องเรียนและจากกิจกรรมนอกห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นกีฬา งานประเพณี ชมรมต่างๆ หรือเพื่อนของเราในหลากหลายคณะ บางคนบอกว่าอยากเรียนวิศวะฯ แต่ผมก็อยากให้ทุกคนไปดูกิจกรรมของคณะรัฐศาสตร์ ไปดูกิจกรรมเชียร์ต่างๆ เพราะเรื่องเหล่านี้คือทักษะอีก 9 ใน 10 ของชีวิตพวกเราที่หาเรียนในหลักสูตรหรือในห้องเรียนไม่ได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเส้นทางเดียว ตามกรอบความคิดแบบเดิมของคนยุค Baby Boomer, Gen X หรือ Gen Y มักมองสูตรสำเร็จว่าต้องเรียนจบ เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ทำงานในบริษัทที่เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล และร่ำรวย แต่ความจริงแล้วสูตรนี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนมีจุดเริ่มต้นไม่เหมือนกัน จึงขอยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลก 3 คน จาก 3 สายอาชีพ ที่มีแนวทางแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ สายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม (Tech Visionary) สายการเมือง (Community Leader) และคนธรรมดาที่ประสบความสำเร็จในวัยเกษียณ (Late Bloomer)
คนแรกคือ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งเปรียบเสมือนการขับรถความเร็วสูงขึ้นไฮเวย์ที่ลัดไปมาจนถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ในวัยเด็กเขาถูกเพื่อนกลั่นแกล้งและรังแก หากวันนั้นเขาเลือกที่จะล้มเหลวและยอมแพ้ โลกนี้คงไม่มี SpaceX และ Tesla แต่เขาเลือกที่จะหลบเข้าห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือและฝึกเขียนโค้ด จนกระทั่งอายุ 12 ปีก็เริ่มมีกิจการและมีเงินเป็นของตัวเอง สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ ต่อมาในปี 1999 เขาได้ก่อตั้งบริษัทการเงินชื่อ PayPal และขายบริษัทนี้เพื่อนำเงินมาเป็นสารตั้งต้นในการสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX และ Tesla ด้วยมือของเขาเอง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความล้มเหลวเป็นทางเลือกหนึ่งสู่ความสำเร็จ (Failure is an option) เพราะทุกครั้งที่ล้มเหลว สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้ก้าวต่อไปได้
“สิ่งที่อีลอน มัสก์ มีจนทำให้ประสบความสำเร็จคือการคิดเชิงหลักการพื้นฐาน หรือ First Principles Thinking ซึ่งเปรียบเสมือนวิชาพื้นฐานในปี 1 ที่เรามักสงสัยว่าเรียนไปทำไม ยกตัวอย่างเช่น ในวันที่ทุกคนบอกว่าไม่สามารถสร้างรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้เพราะแบตเตอรี่มีราคาแพง เขากลับตั้งคำถามว่าแบตเตอรี่ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เมื่อพบว่ามีอะลูมิเนียม โคบอลต์ และนิกเกิล เขาก็เพียงแค่กลับมาเริ่มทำใหม่จากองค์ประกอบพื้นฐานโดยไม่จำเป็นต้องทำตามกระบวนการเดิมที่คนอื่นบอกว่าแพงและทำไม่ได้ การกลับมายึดโยงกับองค์ความรู้พื้นฐานในระดับหน่วยย่อย (Elements) จะทำให้เราไม่กลัวแม้กระทั่งในยุค AI ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปแต่เราต้องสามารถหายใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ เมื่อไหร่ที่คนอื่นทำไม่ได้ เราจะเป็นคนทำเอง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

คนที่สองคือ บารัค โอบามา (Barack Obama) ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินไปตามถนนสายหลัก แม้จะไม่เร็วเท่าอีลอน มัสก์ แต่มีความมั่นคง โอบามาไม่ได้เกิดในครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม เขาเกิดในครอบครัวคนผิวสี ต้องเดินทางย้ายไปมาระหว่างอินโดนีเซียและฮาวาย แต่การศึกษาทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หลังจากเรียนจบที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาสามารถเข้าทำงานในสำนักงานกฎหมาย (Law Firm) ที่มีเงินเดือนสูงมากได้ แต่สิ่งที่เขาอยากทำนั้นยิ่งใหญ่กว่านั้น คือการทำเพื่อประชาชนหมู่เหล่า
เขาจึงเลือกเริ่มต้นอาชีพนักจัดระเบียบชุมชนที่มีเงินเดือนต่ำที่สุด เพื่อช่วยให้ชุมชนมีสวัสดิการที่ดี ทักษะหลักของเขาคือการเข้าใจผู้คนให้ได้มากที่สุด แล้วนำความเดือดร้อนของคนมาแปลงเป็นนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่าขอบเขตความเชี่ยวชาญ หรือ Circle of Competence การที่เขาเคยทำให้คนที่จนที่สุดสามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองและได้รับสวัสดิการจริงๆ ทำให้ในวันที่เขาก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดเป็นสมาชิกวุฒิสภาและประธานาธิบดี เขาจึงเข้าใจอย่างแท้จริงว่านโยบายใดคือนโยบายเพื่อประชาชนและสังคม
คนที่สามคือ ผู้พันแซนเดอร์ส (Colonel Sanders) ผู้ก่อตั้ง KFC ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินข้ามภูเขาที่ต้องขึ้นและลงหลายลูกกว่าจะประสบความสำเร็จในวัยที่อายุมากแล้ว ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวติดตลกว่า ผู้พันแซนเดอร์สเป็นไอดอลของตนเพราะสมัยเรียนรับประทานตลอดเนื่องจากร้านเปิด 24 ชั่วโมง โดยแซนเดอร์สต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 12 ปีเพื่อเลี้ยงดูน้องและครอบครัว לאחרที่ผู้ปกครองจากไป เขารับจ้างทำงานจิปาถะ ทั้งงานปั๊มน้ำมัน ขายประกัน และเปิดร้านอาหาร แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ซ้ำร้ายถนนยังถูกตัดผ่านหน้าร้านจนไม่มีลูกค้าเข้ามาและต้องล้มเหลวในชีวิต สุดท้ายในวัยเกษียณ เขามีเพียงเช็คประกันสังคมเดือนละ 105 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เขานั่งท้อแท้และคิดจะเขียนพินัยกรรมเพื่อจบชีวิตเท่านี้ เขากลับฉุกคิดขึ้นมาว่ายังไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและมีพรสวรรค์เลย นั่นคือการทำอาหาร
“แทนที่จะเปิดร้านรอคนมาหา เขาเปลี่ยนวิธีคิดด้วยการนำอาหารไปเคาะขายตามประตูบ้านเป็นพันๆ หลัง จนกระทั่งได้สูตรไก่ทอดขึ้นมา เรื่องนี้เกิดจากการที่เขาเข้าใจคนและใช้หลักคิดเรื่องความน่าจะเป็น หรือ Probabilistic Thinking คนทั่วไปมักคิดแค่ขาวกับดำ 0 กับ 1 หรือใช่กับไม่ใช่ แต่เขาเปลี่ยนคำปฏิเสธว่า ‘ไม่ใช่’ ให้กลายเป็นข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) แทนที่จะมองเป็น 0 กับ 1 ก็มองเป็นความน่าจะเป็น เช่น 0.1 หรือ 0.2 แล้วมองว่าอีก 0.8 ที่เหลือคือสิ่งที่ต้องนำกลับไปปรับปรุง เมื่อทำซ้ำและปรับปรุงไปเรื่อยๆ สุดท้ายจึงกลายเป็นสูตรไก่ทอดที่อยู่ในใจของทุกคนในวัย 65 ปี” ศ.ดร.ยศชนัน ระบุ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อไปว่า หากย้อนกลับมาที่ตัวน้องๆ หลายคนอาจจะสอบติดคณะในฝัน ขณะที่อีกหลายคนอาจไม่ได้คณะในฝันด้วยข้อจำกัดบางอย่าง แต่ขอให้รู้ว่านี่เป็นเพียงแค่หมุดหมายเล็กๆ แค่ 1 ใน 100 ของชีวิตเท่านั้น สิ่งที่ทำผิดพลาดไปในอดีตให้เรียนรู้และศึกษาจากมัน ยอมรับในสิ่งที่เรามีและตัวตนของเรา เริ่มต้นทำวันนี้ให้ดีเพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่า ไทม์ไลน์ความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดอกไม้แต่ละดอกมีเวลาผลิบานเป็นของตัวเอง อีลอน มัสก์ อาจจะผลิบานเร็ว โอบามาประสบความสำเร็จตอนอายุ 47 ปี ส่วนผู้พันแซนเดอร์สเริ่มประสบความสำเร็จตอนอายุ 65 ปี ซึ่งตนไม่ได้ยกตัวอย่างนี้เพื่อให้ทุกคนนิ่งนอนใจไปอีก 60 ปี แต่เป็นบทเรียนว่าไม่มีอะไรสายเกินไป ตราบใดที่เรายังไม่ได้ทำตามความฝัน เราก็ยังสดใหม่เสมอ และไม่ควรใช้อายุมาตีตราเรื่องความสำเร็จ ไม่ว่าจะเรียนสายวิทย์ สายศิลป์ หรือแม้แต่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้
“วันนี้มี 2 อย่างที่อยากให้น้องๆ ย้อนกลับไปถามตัวเอง และให้ผู้ปกครองย้อนกลับมาถามน้องๆ ว่า เขาได้ทำในสิ่งที่เขารักและมุ่งมั่นหรือยัง ถ้ายัง อย่าให้เขายอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้คนเราเลือกเกิดไม่ได้และมีพื้นฐานเริ่มต้นไม่เหมือนกัน แต่สามารถไปถึงเป้าหมายเดียวกันได้ อย่างแรกคือต้องถามตัวเองว่าเราชอบอะไรจริงๆ แทนที่จะให้คนอื่นมาตีตราว่าอาชีพไหนเหมาะที่สุดในสายตาคนอื่น ถ้าทำเช่นนี้เวลาเดินดูแต่ละคณะจะมีความสุขมากและไม่ต้องกลัวว่าใครจะบอกว่าอาชีพนี้ดีหรือไม่ดี อย่างที่สองคือการหาความถนัดของตัวเอง (Circle of Competence) เหมือนโอบามาที่เลือกเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองเก่งคือการเข้าใจคน และอย่างที่สามคืออย่ากลัวที่จะตัดสินใจแล้วผิดพลาด เมื่อตัดสินใจแล้วให้เดินหน้าไปเลย หากผิดพลาดก็ให้เก็บไว้เป็นหนึ่งในจุดประสบการณ์ (Dot) เพื่อเรียนรู้ว่าเราเติบโตขึ้นอีกขั้นและจะไม่กลับไปผิดพลาดแบบเดิมอีก” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเน้นย้ำถึงการปรับตัวในโลกยุค AI ว่า หลายคนตั้งคำถามว่าในยุค AI ที่เปลี่ยนแปลงไปควรเรียนอะไร หรือควรกลับไปเรียนด้าน AI ดีหรือไม่ ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องถามแบบนั้น เพราะสิ่งที่ต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ “ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง (Mastery)” ในสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข ในอนาคตโลกจะไม่ถามแล้วว่าคุณเรียนจบอะไร มีปริญญาอะไร เรียนที่ไหน คณะไหน หรือจังหวัดไหน แต่โลกจะถามว่าคุณสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Master) ได้กี่เรื่องจากการเรียนที่คณะนี้ เมื่อมีความชอบและแพสชัน จะนำไปสู่ความเชี่ยวชาญ (Mastery) และทำให้เราอยากรู้ลึกและหมกมุ่นกับเรื่องนั้นจริงๆ จนกลายเป็นแก่นและศาสตร์ที่อยู่ในใจเรา ซึ่งไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร เราก็สามารถใช้แก่นนี้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้เสมอ
“สุดท้ายอยากฝากน้องๆ ว่า แผนที่โลกใบนี้มันใหญ่ อยากให้ทุกคนสร้างแผนที่ของตัวเอง อย่าไปเลียนแบบทั้ง 3 คนที่ผมยกตัวอย่างมา เพราะพวกเขามีถิ่นกำเนิดและที่มาที่ไปไม่เหมือนกับเรา วันนี้ทุกคนกำลังรอความสำเร็จในรูปแบบของน้องๆ แต่ละคนอยู่ ความรักในสิ่งที่ทำและความมุ่งมั่นจะทำให้เราเป็นผู้นำในตัวเอง และสุดท้ายเราก็จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ และเป็นความหวังของทุกๆ คน ขอขอบคุณและอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จครับ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและพบปะนักศึกษา ณ คณะรัฐศาสตร์ โดยตลอดเส้นทางตั้งแต่กิติยาคาร จนถึง อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ 3 (SC3) มีนักเรียนและผู้เข้าร่วมงาน Thammasat Open House 2026 ร่วมขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะการจัดแสดง “ละครเวทีสภาจำลอง” ซึ่งเป็นการแสดงล้อการเมืองโด.

อดีตนางเอก "เปิ้ล จารุณี" ร้องกองปราบฯ ปัญหาโกดังข้างบ้านเรื้อรังนานหลายปี ถูกคุกคามทุบรถ-แจ้งความท้องที่มองเป็นสมัครใจทะเลาะวิวาทกัน
2929
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

พล.ต.ต.อรุษ รอง ผบช.สอท. เผยหลังพูดคุย 'ชัยรัตน์' มือโพสต์สลิปปลอมค่าน้ำชา นายกฯ 7 ล้าน ยังให้การไม่เป็นประโยชน์
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
2588

บ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง สัญญาณสื่อสาร ใช้ได้แล้ว NT แม่ฮ่องสอน ติดตั้ง Wi-Fi 3 จุด ให้ชาวบ้านเข้าถึงอินเทอร์เน็ต พร้อมวางแผนใช้ดาวเทียม
ข่าวประชาสัมพันธ์
2414
