“ยศชนัน” นำไทยเข้าเป็นสมาชิก Human Capital Project ลำดับที่ 101 จับมือธนาคารโลก เปิดตัวโครงการยกระดับเด็กปฐมวัยคุณภาพสูง
16 ตุลาคม 2569 เวลา 19:20:00
2279
“ยศชนัน” นำไทยเข้าเป็นสมาชิก Human Capital Project ลำดับที่ 101 จับมือธนาคารโลก เปิดตัวโครงการยกระดับเด็กปฐมวัยคุณภาพสูงสู่ทุกตารางนิ้วของประเทศ
วันนี้ (16 ตุลาคม 2569) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ Human Capital Project (HCP) ของธนาคารโลก (World Bank) อย่างเป็นทางการ ในฐานะสมาชิกลำดับที่ 101 และเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมเครือข่าย พร้อมกล่าวถ้อยแถลงต่อรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและการพัฒนามนุษย์จากกว่า 50 ประเทศ ในการประชุมประจำปีธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โครงการ HCP ริเริ่มโดยธนาคารโลกในปี 2561 เพื่อผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกลงทุนในทุนมนุษย์ ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และทักษะที่จำเป็น โดยปัจจุบันมีรัฐบาลจากกว่า 100 ประเทศเข้าร่วม สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาคนในฐานะรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างโอกาสในระยะยาว

ศ.ดร.ยศชนัน สะท้อนมุมมองต่อทิศทางการลงทุนว่า “วันนี้โลกกำลังทุ่มลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มากเกินไป แต่ลงทุนน้อยเกินไปในการทำให้ AI เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างแท้จริง” พร้อมนำเสนอแนวทางพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย 5 มิติ โดยมุ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยี การศึกษา การวิจัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างทั่วถึง
ด้านสุขภาพ ไทยอยู่ระหว่างจัดตั้งคณะกรรมการสุขภาวะแห่งชาติ โดยมุ่งใช้ AI ลดช่องว่างด้านสุขภาพให้เป็นศูนย์ (AI for Zero Health Gap) เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
ด้านการศึกษาและทักษะ มุ่งสร้างทักษะพื้นฐานที่แข็งแรง ควบคู่กับการจัดทำกฎหมายการศึกษาและการขับเคลื่อนซูเปอร์บอร์ดด้านทุนมนุษย์ (Human Capital Super Board) พร้อมผลักดันโครงการ Skill Bridge เพื่อปรับทักษะแรงงาน (Reskill) ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมถึงนำ AI มาสนับสนุนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
ด้านการวิจัย ให้ความสำคัญกับการลงทุนวิจัยด้านพัฒนาการเด็กปฐมวัย เพื่อวางรากฐานทุนมนุษย์ตั้งแต่ช่วงวัยสำคัญของชีวิต โดยมองว่าการพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง และอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยมาช่วยออกแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย

ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ควบคู่กับหลักสูตรระยะสั้นแบบ Micro-creden tials เปิดโอกาสให้คนทุกวัยสะสมหน่วยกิตและต่อ ยอดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน
ด้านการลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ ใช้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับทักษะของคนในแต่ละพื้นที่ พร้อมกระจายงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้และโอกาสในการพัฒนาตนเองได้มากขึ้น และให้ทุกพื้นที่เติบโตไปพร้อมกัน

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาทุนมนุษย์ตั้งแต่ต้นทาง คือการลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ได้ร่วมกับธนาคารโลกเปิดตัวโครงการขยายผลการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลและพัฒนาเด็กให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น และสร้างโอกาสให้เด็กไทยเข้าถึงการพัฒนาที่มีคุณภาพตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต
ภายใต้แนวทางดังกล่าว รัฐจะปรับบทบาทจากการเป็นผู้ดำเนินงานเองทั้งหมด มาเป็นกลไกกลางในการจัดหาเงินทุน บริหารผลสัมฤทธิ์ และประกันคุณภาพ ขณะที่ธนาคารโลกทำหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดโครงการ ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏจะเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรในพื้นที่และวางระบบการดำเนินงานที่สามารถขยายผลได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ท้ายที่สุด ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “เด็กไทยทุกคน ไม่ว่าจะเกิดหรือเติบโตที่ไหน ควรได้รับการพัฒนาปฐมวัยที่มีคุณภาพ.


