'พิพัฒน์' ยอมรับน้ำท่วมกระทบการบินไทย กระเป๋าตกค้างกว่า 1 หมื่นใบ เร่งเคลียร์คาดจบ 1-2 ต.ค.นี้
30 กันยายน 2569 เวลา 23:10:00
1939
“พิพัฒน์” ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ติดตามปัญหาสัมภาระตกค้าง ยอมรับน้ำท่วม 26-28 ก.ย. ทำพนักงานการบินไทยเดินทางมาปฏิบัติงานไม่เต็มกำลัง ส่งผลกระเป๋าตกค้างราว 10,000 ใบ เคลียร์แล้ว 1,800 ใบ เหลือประมาณ 8,000 ใบ ระบุขีดความสามารถเคลียร์ได้วันละไม่เกิน 2,000 ใบ คาดใช้เวลา 3-4 วัน ตั้งเป้าจบภายใน 1 ต.ค. แต่อาจขยับถึง 2 ต.ค. พร้อมตั้ง War Room เร่งจัดการกลุ่มผู้โดยสารตกค้างและกระเป๋าของผู้โดยสาร Transit-Transfer
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาติดตามสถานการณ์ปัญหาสัมภาระตกค้างและความล่าช้าของเที่ยวบิน โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงาน การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเกิดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ช่วงวันที่ 26-28 กันยายนที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยระบุว่าต้องยอมรับข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลสามารถเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียไปทั่วโลก หากเกิดความผิดพลาดหรือล่าช้าไม่ควรปิดกั้นข้อมูล แต่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบและเร่งแก้ไขปัญหา สำหรับสาเหตุที่การบินไทยได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากเป็นสายการบินแห่งชาติและมีเที่ยวบินจำนวนมาก เมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านมาปฏิบัติงานได้ ส่งผลให้การปฏิบัติงานและการบริหารจัดการสัมภาระปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้านการเยียวยาผู้โดยสาร
นายพิพัฒน์กล่าวว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรณีกระเป๋าสูญหาย ซึ่งการบินไทยมีประกันรองรับอยู่แล้ว และกรณีผู้โดย สารต้องเปลี่ยนเครื่องหรือตกเที่ยวบิน ซึ่งการบินไทยพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องดำเนินการในลักษณะ “ทีมประเทศไทย” โดยเน้นการช่วยเหลือและสนับสนุนกำลังซึ่งกันและกัน ล่าสุดกองทัพอากาศได้ส่งชุดขนส่งสินค้าเข้ามาช่วยเพิ่มเติมอีก 12 ชุด พร้อมพนักงานขับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายสัมภาระ ขณะเดียวกันได้มีการจัดตั้ง War Room เพื่อบริหารจัดการปัญหาสัมภาระตกค้าง โดยให้ความสำคัญกับผู้โดย สารที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer) รวมถึงผู้โดยสารที่พลาดเที่ยวบินก่อนเป็นลำดับแรก โดยระบุว่าปัญหาสะสมหลักเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 26-28 กันยายน ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนเป็นต้นมา ระบบสามารถบริหารจัดการได้ตามปกติมากขึ้นสำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางกลับถึงบ้านแล้ว สามารถเดินทางมารับสัมภาระด้วยตนเอง หรือหากไม่สะดวก การบินไทยจะประสานไปรษณีย์ไทยจัดส่งสัมภาระไปให้ถึงบ้าน

นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยระบุว่าต้องยอมรับข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลสามารถเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียไปทั่วโลก หากเกิดความผิดพลาดหรือล่าช้าไม่ควรปิดกั้นข้อมูล แต่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบและเร่งแก้ไขปัญหา สำหรับสาเหตุที่การบินไทยได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากเป็นสายการบินแห่งชาติและมีเที่ยวบินจำนวนมาก เมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านมาปฏิบัติงานได้ ส่งผลให้การปฏิบัติงานและการบริหารจัดการสัมภาระปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้านการเยียวยาผู้โดยสาร
นายพิพัฒน์กล่าวว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรณีกระเป๋าสูญหาย ซึ่งการบินไทยมีประกันรองรับอยู่แล้ว และกรณีผู้โดย สารต้องเปลี่ยนเครื่องหรือตกเที่ยวบิน ซึ่งการบินไทยพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องดำเนินการในลักษณะ “ทีมประเทศไทย” โดยเน้นการช่วยเหลือและสนับสนุนกำลังซึ่งกันและกัน ล่าสุดกองทัพอากาศได้ส่งชุดขนส่งสินค้าเข้ามาช่วยเพิ่มเติมอีก 12 ชุด พร้อมพนักงานขับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายสัมภาระ ขณะเดียวกันได้มีการจัดตั้ง War Room เพื่อบริหารจัดการปัญหาสัมภาระตกค้าง โดยให้ความสำคัญกับผู้โดย สารที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer) รวมถึงผู้โดยสารที่พลาดเที่ยวบินก่อนเป็นลำดับแรก โดยระบุว่าปัญหาสะสมหลักเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 26-28 กันยายน ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนเป็นต้นมา ระบบสามารถบริหารจัดการได้ตามปกติมากขึ้นสำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางกลับถึงบ้านแล้ว สามารถเดินทางมารับสัมภาระด้วยตนเอง หรือหากไม่สะดวก การบินไทยจะประสานไปรษณีย์ไทยจัดส่งสัมภาระไปให้ถึงบ้าน

ด้าน นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บุคลากรด่านหน้า หรือ Frontline กลับมาปฏิบัติงานแล้วประมาณ 90% ส่วนบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการ หรือ Operation กลับมาประ มาณ 80% แม้กำลังคนจะกลับมาทำงานในระดับใกล้เคียงปกติ แต่ยังมีสัมภาระตกค้างสะสม หรือ Backlog ทั้งส่วนที่อยู่บริเวณพื้นที่ด้านนอกและในระบบอาคารผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Terminal) ที่ต้องเร่งดำเนินการ การบินไทยอยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟูขีดความสามารถในการปฏิบัติงานให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อเร่งระบายทั้งผู้โดยสารและสัมภาระตกค้าง โดยปกติการบินไทยมีเที่ยวบินขาออกประมาณ 115 เที่ยวบินต่อวัน หรือรวมเที่ยวบินไป-กลับประมาณ 230 เที่ยวบิน แต่ในวันที่สองของเหตุการณ์ได้ปรับลดเที่ยวบินลงประมาณ 28 เที่ยวบิน
สำหรับวันที่ 1 ตุลาคม จะปรับลดเที่ยวบินลง 15 เที่ยวบิน เหลือให้บริการประมาณ 100 เที่ยวบิน และวันที่ 2 ตุลาคม จะเพิ่มเป็น 105 เที่ยวบิน ก่อนทยอยเพิ่มขีดความสามารถกลับเข้าสู่ระดับปกติ โดยตั้งเป้าหมายให้สามารถกลับมาให้บริการที่ระดับ 115 เที่ยวบินต่อวันภายใน 7 วัน ซึ่งจากการประเมินในขณะนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการจัดลำดับความสำคัญ โดยได้แบ่งทีมงานเข้าดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 26-28 กันยายนโดยเฉพาะ เพื่อเร่งติดตามและจัดส่งสัมภาระที่ยังไม่ได้ส่งคืนให้แก่ผู้โดยสาร พร้อมขอบ คุณ AOT ที่จัดทีมงานเข้ามาสนับสนุนด้านการบริหารพื้นที่และการจัดระบบสัมภาระ การบินไทยขออภัยผู้โดยสารและประชาชนชาวไทยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป.
เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ไม ่หวั่นแม้วันมามาก 'ก๋วยเตี๋ยวไก่ ป้าจิต' กลับมาแล้ว!! ตำนานเปิบพิสดารกลางน้ำ ชิลได้อารมณ์
ข่าวประชาสัมพันธ์

หมดทางหนี สิ้นทางรอด เกมโอเวอร์ “ตี๋ บ้านฉาง” บุกล็อกถึงห้องนอน รวบคาบ้าน ยึดยาอื้อ !!
1844
อาชญากรรม

สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์การกุศล เชิดชูเกียรติคนดีศรีวัฒนธรรม
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง
2167
