ศาลนัดสอบคำพยาน!! 'เจ๊อ้อย' เดินทางมาศาลด้วยความมั่นใจ หลังศาลนัดสอบพยานกรณีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องทนายตั้มข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
4 มีนาคม 2569 เวลา 14:19:00
75
ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดสอบคำให้การ กรณีที่ อัยการพืเศา ร่วมกับ นางสาวจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม / นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาของทนายตั้ม และ นางสาวปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม ในข้อหา ฉ้อโกง , ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ , ฟอกเงิน และ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน
โดยเช้าวันนี้ ( 4 มี.ค. 69 ) เจ๊อ้อย เดินทางมาถึงศาลอาญา ประมาณ 08.40 น. ด้วยท่าทีมั่นใจ ยิ้มแย้ม แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นอกจากนี้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธาน มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้เดินทางมายังศาลเพื่อให้กำลังใจเจ๊อ้อย รวมถึงสังเกตการณ์ โดยบอกว่าคดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ศาล ศาลแพ่ง และศาลอาญา ซึ่งศาลแพ่ง ได้มีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประ มาณ 71 ล้านบาท ที่ถูก ปปง. อายัดให้คืนกับทนายตั้ม เนื่องจากเห็นว่าเหตุผลและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกง อันเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน

นายปานเทพ บอกว่า หากกลุ่มทนายตั้มมีการรับสารภาพ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการลดโทษ ฉะนั้นวันนี้ต้องดูท่าทีของจำเลย ว่าจะมีท่าทียังไงส่วนการนัดสึบพยาน ศาลท่านนัดสามวันติด คือวันที่ 4-6 มีนาคม นอกจากนี้ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบ ถาม นายพินิจ ลักษณวิศิษฏ์ ทนายความของทนายตั้ม ระบุว่าวันนี้ศาลต้องเบิกตัวทนายตั้มมาจากเรือนจำ และทนายตั้มจะเป็นคนถามสักค้านฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง เมื่อทีมข่าวสอบถามว่าสามารถทำได้หรือไม่ทนายบอกว่าสามารถทำได้ เนื่อง จากตัวจำเลยมีความรู้ด้านกฎหมาย และทนายตั้ม สามารถซักค้านโจทก์ด้วยชุดนักโทษเรือนจำ และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการสอบพยาน
