“ยศชนัน” ยินดีไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย ชี้ช่วยแก้ยากจน-ลดเหลื่อมล้ำ-ขจัดความขัดแย้ง เล็งผสานพลังนวัตกรรมขยายผล
26 ตุลาคม 2569 เวลา 16:00:00
2351
“ยศชนัน” ยินดีไทยคว้ารางวัลที่อยู่อาศัยชุมชนดีเด่นในเอเชีย ชี้ช่วยแก้ยากจน-ลดเหลื่อมล้ำ-ขจัดความขัดแย้ง เล็งผสานพลังนวัตกรรมขยายผลจาก “บ้านมั่นคง” สู่ “เมืองมั่นคง”
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัต กรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนานานาชาติ และมอบรางวัลโครงการที่อยู่อาศัยดีเด่นที่จัดการโดยชุมชนในเอเชีย (Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026)
การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) และยกย่อง 87 โครงการต้นแบบจากนานาประเทศในเอเชีย ที่สะท้อนถึงพลังการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยร่วมกันของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้นำขบวนองค์กรชุมชนจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมกว่า 250 คน เข้าร่วม
โอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Collective Housing Innovation for Asia's Future : นวัต กรรมที่อยู่อาศัยโดยชุมชนกับการขับเคลื่อนอนาคตเอเชีย” พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน โดยระบุว่าโครงการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและพิสูจน์ให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือนวัตกรรมทางการเงินเพื่อสังคม (Social Financial Innovation) ที่เน้นการเงินแบบผสมผสานและกองทุนหมุนเวียน (Blended Finance & Revolving Funds) โดยนำเงินออมก้อนเล็กจากกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน มาผสมผสานกับเงินก้อนใหญ่จากงบประมาณภาครัฐ กองทุนผู้บริจาค และภาคเอกชน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารจัดการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรมในฐานะเจ้าของร่วม ไม่ใช่ลูกหนี้
เมื่อประชาชนมีอาชีพและมีระบบการออมที่เข้มแข็งผ่านโครงการ “บ้านมั่นคง” (Baan Mankong) ในระดับจุลภาคแล้ว จะทำให้ชุมชนมีเงินออมและรากฐานที่มั่นคงขึ้น จนสามารถขยายผลความสำเร็จไปสู่ระดับมหภาคคือ “เมืองมั่นคง” (Mueang Mankong) ที่เชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนเข้ากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาเมืองตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
สำหรับโมเดลที่ประชาชนเป็นผู้บริหารจัดการตนเองนี้ นอกจากจะช่วยขจัดความยากจนแล้ว ยังนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการต่อยอดนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ที่ลงลึกในรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาความเปราะบางในมิติอื่น ๆ อย่างครบวงจร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือนวัตกรรมทางการเงินเพื่อสังคม (Social Financial Innovation) ที่เน้นการเงินแบบผสมผสานและกองทุนหมุนเวียน (Blended Finance & Revolving Funds) โดยนำเงินออมก้อนเล็กจากกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน มาผสมผสานกับเงินก้อนใหญ่จากงบประมาณภาครัฐ กองทุนผู้บริจาค และภาคเอกชน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารจัดการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรมในฐานะเจ้าของร่วม ไม่ใช่ลูกหนี้
เมื่อประชาชนมีอาชีพและมีระบบการออมที่เข้มแข็งผ่านโครงการ “บ้านมั่นคง” (Baan Mankong) ในระดับจุลภาคแล้ว จะทำให้ชุมชนมีเงินออมและรากฐานที่มั่นคงขึ้น จนสามารถขยายผลความสำเร็จไปสู่ระดับมหภาคคือ “เมืองมั่นคง” (Mueang Mankong) ที่เชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนเข้ากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาเมืองตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)
สำหรับโมเดลที่ประชาชนเป็นผู้บริหารจัดการตนเองนี้ นอกจากจะช่วยขจัดความยากจนแล้ว ยังนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการต่อยอดนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ที่ลงลึกในรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาความเปราะบางในมิติอื่น ๆ อย่างครบวงจร

ด้าน นายนิกร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด คือการให้ชุมชนเป็นแกนหลัก ประชาชนเป็นเจ้าของกระบวนการ และร่วมกันบริหารจัดการตนเอง รัฐบาลจึงไม่ได้มองว่าที่อยู่อาศัยเป็นเพียงการสงเคราะห์สร้างบ้านเรือน แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างความมั่นคงในสิทธิที่ดิน และวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานรากอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำฐานข้อมูลและโมเดลความสำเร็จดังกล่าว ไปขยายผลดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้หญิง และผู้สูงอายุ โดยเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำชุมชนร่วมกับผู้นำรุ่นปัจจุบัน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสีเขียวและวัสดุคาร์บอนต่ำมาใช้ออกแบบที่อยู่อาศัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.

องคมนตรีลงพื้นที่ฉะเ ชิงเทรา ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์
ข่าวประชาสัมพันธ์

ตชด.235 โชว์ผลงานเทคโนโลยี “บ้าน Sloth” รวบหนุ่มร้อยเอ็ดคาสถานีขนส่งมุกดาหารเตรียมบุกรุง ยึด “ยาไอซ์” 280 กิโลกรัม
2452
อาชญากรรม

"ฮาย อาภาพร" นักร้องลูกทุ่งอารมณ์ดั พาเพื่อนศิลปินที่โดนยกเลิกงาน ร้องคุ้มครองผู้บริโภค
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง
2969

”อนุทิน“ ย้ำ พ.ย.ไม่มีเวลาซักฟอก แนะฝ่ายค้านทำการบ้านดีๆ 10 นาทีมีหลักฐาน ชี้เอาผิดได้ อย่าพล่าม ปัดยุ่ง ปชน. ส่อร้าว!!
2722
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

"ALL-NEW MITSUBISHI PAJERO" เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่อย่างเป็นทางการที่ เอ.เอ.เอส มอเตอร์ ชูแฟล็กชิป SUV หรู







