เปิดปริศนาธรรมทิศ “องค์พญาศรีสัตตนาคราช” ทำไมต้องหันหน้าเฉียงตะวันออก เป็นหนึ่งเดียวในโลก ที่มีสร้อยสังวาลย์พระธาตุพนม
6 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:14:00
176
ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบันปี 2569 เป็นเวลา 10 ปีเต็ม ที่จังหวัดนครพนมมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังมีการผลักดันก่อสร้างแลนด์มาร์คริมแม่น้ำโขง ต่อมากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด ทำให้เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ภายใต้ความเชื่อเกี่ยวกับองค์พญานาค ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อ ที่ดูแลปกปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง โดยมีการออกแบบประติมากรรม วางแปลนก่อสร้าง ใช้เวลานานเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ พร้อมได้นามอันเป็นมงคลจากพระธรรมวชิรโสภณ ขณะดำรงสมณศักดิ์พัดยศพระเทพวรมุนี(ในขณะนั้น) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร และ เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ว่า พญาศรีสัตตนาคราช สร้างขึ้นด้วยโลหะทองเหลือง เป็นองค์พญานาค 7 เศียร ประทับพักอิริยาบถสงบนิ่งขนดลำตัว 3 ชั้น บ่งบอกถึงความสงบสุขของจังหวัดนครพนม ที่มีพญานาคเลือกเป็นที่ประทับ รูปทรง 7 เศียรลักษณะทรงบังสัตตบงกช สื่อถึงความคุ้มครองปกปักรักษา โอบอ้อมอารี เป็นลักษณะของผู้ที่บำเพ็ญศีล
หน้าและลำตัวพญานาคจะอวบอ้วน เยือกเย็นเสมือนผู้ใหญ่ใจดี ที่สลัดสิ้นซึ่งกิเลส ตัณหา ราคะ เปี่ยมด้วยคุณธรรม ผู้มาขอพรจากท่านจะได้รับความสมประสงค์ สมปรารถนาทุกคน
ส่วนสร้อยสังวาลย์ที่ประดับพระศอ สื่อถึงสัญลักษณ์ของจังหวัดนครพนม ซึ่งมีองค์พระธาตุพนมอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องพุทธศาสนิกชนทั่วโลก และอาณาจักรศรีโตรบูรณ์ที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต

โดยจังหวัดนครพนมได้จัดงานสมโภชพญาศรีสัตตนาคราชอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 9-17 กันยายน 2559 รวม 9 วัน 9 คืน ซึ่งในวันที่ 10 กันยายน ขณะพระเทพวรมุนีประกอบพิธีจุดเทียนชัย ได้มีเสียงฟ้าร้องก้องคำรามเหนือองค์พญาศรีสัตตนาคราช ดังติดต่อกันประมาณ 3-4 ครั้ง ตามด้วยมีฝนตกลงมาอย่างหนักมาก และมีเสียงฟ้าร้องอีก 3-4 ครั้งติดต่อกัน เป็นที่ประจักษ์แก่สาธุชนทุกคนที่อยู่ในมณฑลพิธี
ภายหลังได้มีมติในคณะกรรมการ กำหนดจัดงานวันบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ในวันที่ 7-13 กรกฎาคมของทุกปี รวม 7 วัน 7 คืนหรือเรียกกันติดปากว่า วันที่ 7 เดือน 7

ทั้งนี้องค์พญาศรีสัตตนาคราช มีปริศนาธรรมทิศที่ตั้ง ประดิษฐานหันหน้าไปทางทิศเหนือเฉียงตะวันออก ที่ 6 องศา 20 ฟิลิปดา สายตาจะมองตัวเมืองนครพนม แสดงถึงการปกปักรักษาคุ้มครองเมืองนครพนม อันจะนำมาสู่ความเจริญ รุ่งเรือง กว้างไกลยิ่งใหญ่ไพศาล และแสดงถึงการว่ายไหลทวนกระแสน้ำโขงขึ้นำไปทางเหนือ เปรียบประดุจการมีพละกำลังกายที่แข็งแรง การหันหน้าเฉียงตะวันออก แสดงถึงหนทางที่ออกไปสู่แสงสว่างทุกช่องทางการเศรษฐกิจค้าขาย ลงทุนคล่องตัวปราศจากปัญหา อุปสรรคทั้งปวง ซึ่งหากหันไปทางทิศใต้ก็จะเป็นการไหลไปตามน้ำโขง เปรียบเสมือนปลาที่กำลังจะตาย ไม่มีแรงว่ายทวนน้ำ จึงปล่อยให้ไหลไปตามสายน้ำ หากหันไปทางทิศตะวันตกก็ดุจดั่งพระอาทิตย์อัสดง กำลังจะลับเหลี่ยมฟ้า นำไปสู่ความมืดของรัตติกาล บอดสนิทในโชคลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันผู้คนมิพึงปรารถนาได้พบพาน
องค์พญาศรีสัตตนาคราชสร้างด้วยทองเหลืองทั้งองค์ มีขนาดกว้าง 4.49 เมตร สูง 10.90 เมตร น้ำหนักรวม 9 ตัน หรือ 9 พันกิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนแท่นรวมความสูง 16.29 เมตร ถือว่าเป็นพญานาคองค์เดียวที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก เพราะมีพระศอสร้อยสังวาลย์ที่นำเอาสัญลักษณ์เหนือซุ้มประตูองค์พระธาตุพนมมาสวมคล้องไว้ แสดงถึงองค์พญานาคที่มีความผูกพัน เชื่อมโยง พิทักษ์ ปกปักรักษาองค์พระธาตุพนมตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมานานชั่วอสงไขย
จากข้อมูลในอดีตก่อนปี 2559 นครพนมมีนักท่องเที่ยวเดินมาเยี่ยมเยือน เฉลี่ยปีละ 4 -5 แสนคน หลังปี 2559 เป็นต้นมา มีสถิติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีมากถึงปีละเกือบ 2 ล้านคน ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พักถูกจับจองเต็ม ทุกวันหยุดยาว หรือช่วงวันสำคัญต่างๆ

ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี จังหวัดนครพนมได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดงานบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคมของทุกปี ส่วนไฮไลท์ของการจัดกิจกรรม ทุกวันจะมีการจัดรำบวงสรวง เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีสาวงามจากชนเผ่าต่างๆ รวม 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ(จีน เวียดนาม) ทั้ง 12 อำเภอ เข้าร่วมวันละไม่ต่ำกว่า 500 คน ในชุดพื้นเมืองประจำชนเผ่า บ่งบอกถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ของ จ.นครพนมเพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ถึงความสวยงาม อลังการ และความอ่อนช้อยงดงาม อีกทั้งเป็นการเชิญชวนประชาสัมพันธ์กระตุ้น เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาว มาร่วมกราบไหว้ขอพร แสดงออกถึงความเคารพศรัทธา
ที่สำคัญตั้งแต่ปี 2559 องค์พญาศรีสัตตนาคราช ได้สร้างความเชื่อมั่นความศรัทธาให้กับคนนครพนม รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปาฏิหาริย์จากพลังศรัทธา ที่เรามองไม่เห็น แต่ที่จับต้องได้คือความเติบโตด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นพลังบวกทำให้จังหวัดนครพนม เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จากที่แต่เดิมมีแค่องค์พระธาตุพนม ทำให้มีพลังศรัทธามากยิ่งขึ้น ฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช ระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2569 จะได้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของชาวนครพนม รวมถึงพลังศรัทธาของประชาชนนักท่องเที่ยว.
ภาพ-ข่าว / พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล





