ม.นครพนม เปลี่ยนวัชพืชริมโขง "หญ้าอ้อยหนู" เป็นพลังงานทางเลือก! ผลิตเอทานอล 99% ผสมน้ำมันดีโซฮอล์ ลดควันดำเรือไฟเกือบ 50%
22 ตุลาคม 2569 เวลา 14:50:00
2077
วัชพืชที่พบได้ทั่วไปริมแม่น้ำโขงพัฒนาเป็นพลังงานทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยธาตุพนม มหาวิทยาลัยนครพนม นำ “หญ้าอ้อยหนู” หรือ "อ้อยป่า" วัชพืชท้องถิ่นมาผ่านกระบวนการสกัดและหมักเพื่อผลิตเอทานอลความบริสุทธิ์สูง 99% ก่อนนำไปผสมกับน้ำมันดีเซล พัฒนาเป็นน้ำมันดีโซฮอล์สำหรับจุดตะเกียงบนเรือไฟ สนับสนุนประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม พร้อมช่วยลดปริมาณควันดำ และต่อยอดทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์หฤษฎ์ คล่องดี (อ่านว่า หะ-ริด-คล่อง-ดี) อาจารย์สาขาวิศวกรรมพลังงาน วิทยาลัยธาตุพนม มหาวิท ยาลัยนครพนม เปิดเผยว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดจากการนำวัชพืชที่หาได้ในพื้นที่ โดยเฉพาะหญ้าอ้อยหนู มาพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเอทานอลบริสุทธิ์ เพื่อใช้เป็นส่วนผสมของเชื้อเพลิงสำหรับตะเกียงเรือไฟ ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมพลังงานมาประยุกต์ใช้กับประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการแสวงหาแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
กระบวนการผลิตเริ่มจากการนำหญ้าอ้อยหนูมาหีบเพื่อสกัดน้ำ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการหมักและกลั่นแยกเอทานอลหลายขั้นตอน โดยกลั่นซ้ำเพื่อเพิ่มความเข้มข้น จากนั้นใช้สารดูดความชื้นชนิดโมเลกุลาร์ซีฟ (Molecular Sieve) ช่วยแยกน้ำออกจากเอทานอล จนได้เอทานอลที่มีความบริสุทธิ์ประมาณ 99% ขึ้นไป

เอทานอลที่ผลิตได้ถูกนำมาผสมกับน้ำมันดีเซล B20 เพื่อพัฒนาเป็นน้ำมันดีโซฮอล์สำหรับใช้จุดตะเกียงเรือไฟ โดยในปีนี้สามารถผลิตและส่งมอบเชื้อเพลิงทางเลือกได้จำนวน 80 ลิตร แม้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานทั้งหมด แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของการทดลองนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ผลจากการนำเชื้อเพลิงสูตรดังกล่าวไปทดสอบใช้งานจริง พบว่าสามารถให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้และแสงสว่างที่ดี โดยให้แสงนวลตาอย่างสม่ำเสมอ มีความทนทานต่อแรงลม และมีระยะเวลาการเผาไหม้ใกล้เคียงกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยลดปริมาณควันดำได้เกือบ 50% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงที่ใช้ตามปกติ

นอกจากประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การพัฒนาเอทานอลจากหญ้าอ้อยหนูยังเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัชพืชที่มีอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อเอทานอลบริสุทธิ์ความเข้มข้นสูงที่จำหน่ายในท้องตลาดมีราคาค่อนข้างสูง การนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาแปรรูปจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการศึกษาความเป็นไปได้ด้านต้นทุนการผลิตในอนาคต ทั้งนี้ ต้นทุนที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ปริมาณวัตถุดิบ และการขยายกำลังการผลิตด้วย

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีถัดไป ทีมงานมีเป้าหมายเตรียมการผลิตและจัดเก็บเอทานอลล่วงหน้า เพื่อเพิ่มปริมาณจาก 80 ลิตรในปีนี้ไปสู่ระดับหลักพันลิตร โดยมุ่งให้มีเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับใช้จุดตะเกียงเรือไฟได้ต่อเนื่อง จากความต้องการใช้น้ำมันของเรือไฟที่อยู่ที่ประมาณ 700–800 ลิตรต่อวัน
ความสำเร็จของวิทยาลัยธาตุพนม มหาวิทยาลัยนครพนม ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสร้างนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และทรัพยากรของท้องถิ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประเพณีไหลเรือไฟก้าวสู่แนวทางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น.

ตื่นตา !! 10 วัน 10 คืนงานแข่งโพน - ลากพระรางวับถ้วยพระราขทานฯประจำปี 2569
1906
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ประธานคณะกมธ.การทหาร รับเรื่องร้องเรียนขบวนการหลอกลวงประชาชน แอบอ้างผู้มีสี เตรียมประสานต้นสังกัดตรวจสอบ
1976
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

ปิดเกมเจ้นัย! ปกครองระยองบุกบ้านหนองพะวา รวบสาวเขมรขายยา ซัดทอดซื้อจาก “นายคะ”
อาชญากรรม
2163

“หัวหิน” จัดใหญ่! ‘The Hua Hin Expo 2026’ ส่งเสริมผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ 14-15 พ.ย.นี้





