พ่อเมืองประจวบฯ แถลงอำลาผลงาน ‘Next Move Prachuap’ พร้อมเดินหน้าผลักดันประจวบฯสู่เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว
22 กันยายน 2569 เวลา 15:58:00
1725
เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ แถลงผลการปฏิบัติราชการในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาก่อนเกษียณอายุราชการหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.67 ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ดำเนินงานภายใต้นโยบาย “Next Move Prachuap Khiri Khan ประจวบฯ ต้องไปต่อ” ตามกรอบแผนพัฒนาจังหวัด โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม การค้าและการลงทุนบริเวณชายแดน การสร้างสังคมคุณภาพและความมั่นคง และการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้สร้างผลงานจนได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณหลายรางวัลจากการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ อาทิ โล่รางวัลเกียรติยศ “ผู้ว่าราชการจังหวัด TO BE NUMBER ONE ดีเด่น ประจำปี 2569” โดยเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE / รางวัล "ผู้ว่าราชการจังหวัด สำเภาทอง" ประจำปี 2568 โดยหอการค้าไทย เพื่อยกย่องผู้ว่าราชการจังหวัดที่ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จังหวัดมุ่งยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวสู่ระดับนานาชาติ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กีฬา สุขภาพ อาหาร และ MICE โดยในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 69 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดมากกว่า 5.7 ล้านคน อยู่ในอันดับ 6 ของประเทศ และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 26,000 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดันหัวหิน–ชะอำสู่ MICE City Cluster รวมทั้งพัฒนา Wellness Tourism และกิจกรรม Festival, Sport และ Arts เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชน ขณะเดียวกันได้พัฒนาทักษะแรงงานด้านอาหาร เครื่องดื่ม ภาษา การเกษตร การท่องเที่ยว และดิจิทัล/AI รวม 1,035 คน

ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม จังหวัดให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า การแปรรูป และการตลาด โดยส่งเสริมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP พัฒนาการตลาดดิจิทัลและการใช้ AI ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากวัตถุดิบในพื้นที่ อาทิ ไอศกรีมมะม่วง ผลิตภัณฑ์สครับจากน้ำมันมะพร้าว และทาร์ตธัญพืชสับปะรด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสับปะรดที่สามารถยกระดับราคาจากเฉลี่ย 6.10 บาท เป็น 7.25 บาทต่อกิโลกรัม และขับเคลื่อนการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวแก่เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่
ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาชายแดน จังหวัดเดินหน้าผลักดันด่านสิงขรสู่การเป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต พร้อมพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยมีการหารือกับเมืองเล่อซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การศึกษาและเทคโนโลยี วัฒนธรรม การค้าและการจับคู่ธุรกิจ และการแพทย์และสุขภาพ รวมทั้งหารือกับประเทศเมียนมาและเมืองมะริด เพื่อพัฒนาการค้า การขนส่งและโลจิสติกส์ ตลอดจนเชื่อมโยงเส้นทางการค้าจากด่านสิงขรไปยังท่าเรือบางสะพานและตลาดจีน

ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต จังหวัดขับเคลื่อนการพัฒนาคนทุกช่วงวัยผ่านแนวทาง “10 ห้องเรียน” ครอบคลุมการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI ภาษา ศิลปวัฒนธรรม กีฬา และทักษะอาชีพ พร้อมเดินหน้า Wellness Sandbox ในพื้นที่ 8 อำเภอ รวม 9 ตำบล พัฒนาธรรมนูญสุขภาพระดับตำบล และคลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิตในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การพัฒนาระบบบริการประชาชน และการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อน
ส่วนด้านการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำและพื้นที่รับน้ำในหลายพื้นที่ รวมถึงการติดตั้งระบบติด ตามสถานการณ์น้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำริมทางรถไฟ การจัดทำปะการังเทียมจำนวน 550 ก้อนบริเวณเกาะทะลุ อ.บางสะ พานน้อย และขับเคลื่อนการปลูกป่าเพื่อลดปัญหา PM2.5 ตลอดจนจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำและ Net Zero เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อม

“การขับเคลื่อนจังหวัดภายใต้แนวทาง “ประจวบฯ ต้องไปต่อ Next Move Prachuap Khiri Khan” มุ่งเชื่อมโยงจุดแข็งของประจวบฯทั้งด้านการท่องเที่ยว เกษตร สุขภาพ การค้า ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบ คู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตประ ชาชน เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “ประจวบคีรีขันธ์ เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว” ที่สามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสร้างโอกาสให้ประชาชนในทุกพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาจังหวัด” นายสิทธิชัย กล่าวทิ้งท้าย.


