สภาวัฒนธรรมหนองบัวลำภู ปิ้ง!! ไอเดีย 33 ปี ขอความร่วมมือเปิดเพลงเกี่ยวกับจว. พร้อมฟื้นประเพณีการตีกลองบอกเวลาทุกวัด พร้อมกัน1 ธ.ค.69
15 ตุลาคม 2569 เวลา 18:00:00
1848
สภาวัฒนธรรมหนองบัวลำภู ปิ้ง!! ไอเดีย 33 ปี จังหวัดฯ ขอความร่วมมือเปิดเพลงเกี่ยวกับจว. พร้อมฟื้นประเพณีการตีกลองบอกเวลาทุกวัดเหมือนในอดีตพร้อมกันวันที่ 1 ธันวาคม 2569
สภาวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ปิ่ง !! ไอเดีย ในวาระครบรอบ 33 ปีจังหวัดหนองบัวลำภู พลิกฟื้นวัฒนธรรมประ เพณีที่บรรพบุรุษสั่งสมมา วัดเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่สำคัญยิ่งในอดีตแทบทุกด้าน สิ่งหนึ่งที่วัดถือปฏิบัติและกระทำกันมานั้นคือการตีกลอง ซึ่งการตีกลองไม่ได้มีเพียงความหมายด้านพิธีกรรม แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการ สื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน โดยเฉพาะในสังคมชนบทอีสาน สามารถบ่งบอกได้หลายประการ อาทิเป็นสัญญาณบอกเวลา โดยใช้กลองเป็นเครื่องหมายให้พระสงฆ์และชาวบ้านทราบเวลาสำคัญ เช่น ทำวัตรเช้า–เย็น หรือกิจของสงฆ์
นอกจากนั้นยังเป็นสัญญาณเรียกประชุมชาวบ้าน เมื่อมีเรื่องสำคัญ เช่น ประชุมหมู่บ้าน ทำบุญ หรือกิจกรรมส่วนรวม การตีกลองช่วยให้คนในชุมชนรับรู้และมารวมตัวกัน บอกเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางศาสนา เช่น งานบุญ งานประเพณี วันพระหรือพิธีกรรมสำคัญของวัด เสียงกลองทำหน้าที่เป็นสัญญาณให้ชาวบ้านเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรม ในขณะเดียว กัน สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชน ในอดีตวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์ กลางด้าน ศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม และการพบปะของคนในชุมชน ในขณะเดียวกันยังสะท้อนวิถีชีวิตและภูมิ ปัญญาท้องถิ่น ก่อนที่จะมีเครื่องขยายเสียงหรือโทรศัพท์มือถือ เสียงกลองเป็น “เครื่องมือสื่อสารของชุมชน” ที่สามารถส่งสัญญาณให้ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงรับรู้ได้

กล่าวโดยสรุป:“เสียงตีกลองของวัดในอดีต คือเสียงแห่งการสื่อสาร เสียงแห่งศรัทธา และเสียงที่เชื่อมโยงวัดกับวิถีชีวิตของชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าวัดเคยเป็นศูนย์กลางของผู้คนทั้งในด้านศาสนา ประเพณี และการดำเนินชีวิตร่วมกัน”ดังนั้น “เสียงกลองของวัดกับวิถีชุมชนในอดีต” เป็นเรื่องที่น่าสนใจควรพลิกฟื้นคืนมา ในวโรกาสที่จังหวัดหนองบัวลำภู จะครบรอบ 33 ปี จังหวัดหนองบัวลำภู ในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ทั้ง 3 เวลา คือเวลาเช้า เวลาเพล และ เวลาทำวัตรเย็น

โดย นางศรัณยา สุวรรณพรหม ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกับคณะกรรม การสภาวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ในวาระโอกาสที่จังหวัดหนองบัวลำภู จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในทุกภาคส่วนของจังหวัดในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2569 ครบรอบ 33 ปี จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีมติเห็นชอบร่วมกันเพื่อขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู แจ้งทุกภาคส่วนที่ทำกิจกรรมและใช้เครื่องขยายเสียง รวมถึงสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุชุมชน ตลอดจนหอกระจายข่าวก่อนที่จะมีการประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรม ได้เปิดเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาที่เกี่ยวเนื่องกับจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมนั้นๆ และ

ขอความร่วมมือเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู ทั้ง 2 นิกาย ตลอดจนเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาสวัดทุกวัด ขอให้ใช้การตีกลองภายในวัด 3 เวลา เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนเกิดกระแสการตื่นตัวในกิจกรรมที่วัดกำหนดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวลารุ่งอรุณ(ตีกลองเดิก)ตอนเช้า เวลาเพล และเวลายามเย็นซึ่งเป็นการตีกลองทำกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเย็น ซึ่งวัดทุกวัดในอดีตทำกันมาเป็นกิจวัตรของสงฆ์ แต่ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าคณะสงฆ์ไม่ได้มีการตีกลองอันเป็นการบ่งบอกสัญญาณเหมือนในอดีต ซึ่งการจุดประกายนี้เป็นสัญญาณให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกันและให้ความสำคัญตลอดทั้งปี นางสรัณยา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวเชิญชวน.
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพและข่าว ใบเฟิน ศรีวิสุทธิชัย/รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู


