ชมรมปันจักสีลัตปัตตานี จัดศึกไทย–มาเลเซีย สืบสานศิลปะการต่อสู้-กระชับสัมพันธ์สองชาติ
19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:57:00
176
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ว่า บริเวณลานศาลหลักเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาปันจักสีลัตและสีลัตอัสลี เชื่อมความสัมพันธ์ไทย–มาเลเซีย โดยมี พันจ่าเอก มาหามุ หวังจิ นายกเทศมนตรีตำบลบ่อทอง ในฐานะ ประธานชมรมปันจักสีลัตจังหวัดปัตตานี กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้
ภายในพิธีมี นายบาฮารุดดีน ยูโซะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต 1 ปัตตานี พรรคภูมิใจไทย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ฝึกสอนและ นักกีฬาปันจักสีลัตจากประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอวลด้วยมิตรภาพ
ไฮไลต์ของงานอยู่ที่การแสดงศิลปะการต่อสู้ปันจักสีลัตและสีลัตอัสลี ศิลปะการป้องกันตัวอันทรงคุณค่าของชาวมลายู ที่สะท้อนทั้งความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการสาธิตทักษะการใช้อาวุธพื้นบ้าน อาทิ ดาบ กริซ และกระบอง สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชม พร้อมเสียงปรบมือดังตลอดการแสดง

จากนั้นเป็นการแข่งขันปันจักสีลัตและสีลัตอัสลี ระหว่างนักกีฬาจากประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ภายใต้กติกามาตรฐานสากล โดยมี ร.ต.ท.นิอารง นิสะมะแอ ประธานผู้ตัดสินปันจักสีลัต จากสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย และ ประธานผู้ตัดสินปันจักสีลัต ระดับนานาชาติ ชั้นที่หนึ่ง รวมไปถึงคณะกรรมการทั้งจากประเทศไทยและมาเลเซียผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสินอย่างโปร่งใส ท่ามกลางเสียงเชียร์จากกองเชียร์ทั้งสองประเทศ สะท้อนถึงความนิยมของกีฬาพื้นบ้านที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค
การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ปันจักสีลัตและสีลัตอัสลีให้คงอยู่คู่สังคม ถ่ายทอดสู่เยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมสนับสนุนการออกกำลังกาย พัฒนาศักยภาพนักกีฬา และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกีฬาและวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจ ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ผ่านกีฬาซึ่งเป็นภาษาสากลแห่งมิตรภาพ
นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า การแข่งขันปันจักสีลัตและสีลัตอัสลีในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประชันฝีมือของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและมิตรภาพของประชาชนไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันมายาวนาน
จังหวัดปัตตานีมุ่งใช้กีฬาเป็นพลังในการสร้างความสามัคคี เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้การมีน้ำใจนักกีฬา และสืบสานศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดเชื่อมั่นว่ากิจกรรมลักษณะนี้จะช่วยต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ทั้งด้านกีฬา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้าน พันจ่าเอก มาหามุ หวังจิ นายกเทศมนตรีตำบลบ่อทอง ในฐานะ ประธานชมรมปันจักสีลัตจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การจัดการแข่งขันปันจักสีลัตและสีลัตอัสลี ไทย–มาเลเซีย ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะการต่อสู ้อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวมลายูให้คงอยู่กับคนรุ่นหลัง พร้อมเปิดเวทีให้นักกีฬาทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพร่วมกัน

ปันจักสีลัตไม่ใช่เป็นเพียงกีฬาเพื่อการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสตร์แห่งวินัย ความเคารพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน
การตอบรับจากนักกีฬาและประชาชนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือว่าเกินความคาดหมาย บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่น ทำให้เห็นว่ากีฬาสามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างเชื้อชาติและต่างภาษาให้เข้าใจกันได้
ในอนาคต ชมรมปันจักสีลัตจังหวัดปัตตานีตั้งเป้าผลักดันให้มีการจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานนักกีฬา สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และใช้กีฬาเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดปัตตานี
อามีน โลหะสัณห์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปัตตานี

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรวิจัยเกล็ดเลือดเข้มข้นและเซลล์บำบัด มข. ยกระดับบัตรทอง- ลดพึ่งพาต่างชาติ
2490
ข่าวประชาสัมพันธ์

ครม.ไฟเขียวงบกลางปี 70 เยียวยาน้ำท่วมเพิ่มเติม 10,500 ล้านบาท พร้อมต่ออายุ “ภูมิวิศาล” “อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด
2774


หิ้วหนุ่ม 19 ทำแผนแทงดับพ่อค้าพวงมาลัย! มือมีดวัย 20 หนีหมายจับ อ้างแค้นเก่าเคยถูกผู้ตายไล่แทง







