พายุโซนร้อน “ไมสัก” ดึงร่องมรสุมพาดอีสานตอนบน ฝนถล่มท่าอุเทน 210 มม. น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ เร่งช่วยหญิงสูงวัย-สุนัข
4 กรก ฎาคม 2569 เวลา 18:32:00
149
อิทธิพลพายุโซนร้อน “ไมสัก” ดึงร่องมรสุมพาดอีสานตอนบน ฝนถล่มท่าอุเทน 210 มม. น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ เร่งช่วยหญิงสูงอายุพร้อมสุนัข 5 ตัวติดกลางทุ่งปลอดภัย
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 รายงานปริมาณน้ำฝนในพื้นที่อำเภอท่าอุเทนสูงถึง 210 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายตำบลและหมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตร อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก” (Maysak) แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ได้ส่งผลทางอ้อมต่อพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยอำเภอท่าอุเทนเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
ภายหลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่บ้านโพนแดงใหญ่ หมู่ 9 ตำบลรามราช ว่ามีผู้ประสบภัยติดอยู่ภายในพื้นที่น้ำท่วม นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว นายอำเภอท่าอุเทน ได้สั่งการให้นายพิชญุตม์ งอยแพง คำธิมา ปลัดอาวุโส พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงและกำลังสมาชิก อส. ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

กรณีดังกล่าวเป็นของนางสาวปนัดดา ชนะพจน์ ซึ่งได้แจ้งขอความช่วยเหลือให้ช่วยเหลือมารดาและสุนัขที่ติดอยู่ภายในพื้นที่น้ำท่วม เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำเรือเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
นายรัณชัช เส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านโพนแดงใหญ่ เปิดเผยว่า หลังฝนตกสะสมอย่างหนักตลอดทั้งคืน ได้เกิดมวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงประมาณ 05.00 น. ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงอย่างโกลาหล อย่างไรก็ตาม ชุมชนได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าถึงสถานการณ์ฝนตกหนัก จึงมีการเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินมีไม่มากนัก ขณะที่พื้นที่ได้รับผลกระทบหลักยังคงเป็นพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ด้าน นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว นายอำเภอท่าอุเทน กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ว่ามีหญิงสูงอายุพร้อมสุนัขจำนวน 5 ตัว ติดค้างอยู่บริเวณเถียงนากลางทุ่งนาในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลรามราช จึงได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดกำลังพลและเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือทันที เจ้าหน้าที่พบผู้ประสบภัยหลบอยู่บริเวณที่เก็บฟางข้าว ก่อนนำตัวพร้อมสุนัขทั้ง 5 ตัว ลงเรือและส่งกลับถึงที่พักอาศัยอย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับความเสียหายด้านการเกษตรยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้ เนื่องจากระดับน้ำยังคงท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาตามระเบียบราชการต่อไป
ทั้งนี้ สาเหตุของฝนตกหนักครั้งนี้เกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไมสัก” ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำและมุ่งหน้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ โดยพายุได้ดึงร่องมรสุมให้เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคอีสานตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้จังหวัดนครพนมเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
ข้อมูลปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า อำเภอท่าอุเทนวัดได้สูงสุด 210.0 มิลลิเมตร รองลงมาคืออำเภอเมืองนครพนม 172.9 มิลลิเมตร อำเภอบ้านแพง 170.0 มิลลิเมตร และอำเภอโพนสวรรค์ 117.0 มิลลิเมตร

ขณะที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้แก่ บริเวณแยกไปรษณีย์ ถนนสมุทรบรรหาร ถนนเทศาประดิษฐ์ และซอย ส.วัฒนาอุทิศ ซึ่งเทศบาลเมืองนครพนมได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะอำเภอท่าอุเทน บ้านแพง และโพนสวรรค์ ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตรแล้วในหลายพื้นที่
สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนมยังคงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านจุดน้ำท่วมขัง ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง และเฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ตลอดช่วงวันที่ 4–7 กรกฎาคมนี้.

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวงโชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว
2626
ข่าวประชาสัมพันธ์

มาตามนัด!! “กำนันมะโน” นำมวลชน นปผ. แวะราชบุรี กราบสักการะ ร.1 ก่อนมุ่งหน้าทำเนียบฯ
2538


มุกดาหาร ทหาร สนธิกำลังตรวจยึดลิ้นโค แช่แข็ง น้ำหนัก1040 กก พร้อมผู้ต้องหา 1 คน




