พายุโซนร้อน “ไมสัก” ดึงร่องมรสุมพาดอีสานตอนบน ฝนถล่มท่าอุเทน 210 มม. น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ เร่งช่วยหญิงสูงวัย-สุนัข
4 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:32:00
137
อิทธิพลพายุโซนร้อน “ไมสัก” ดึงร่องมรสุมพาดอีสานตอนบน ฝนถล่มท่าอุเทน 210 มม. น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ เร่งช่วยหญิงสูงอายุพร้อมสุนัข 5 ตัวติดกลางทุ่งปลอดภัย
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 รายงานปริมาณน้ำฝนในพื้นที่อำเภอท่าอุเทนสูงถึง 210 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายตำบลและหมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตร อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก” (Maysak) แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ได้ส่งผลทางอ้อมต่อพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยอำเภอท่าอุเทนเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
ภายหลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่บ้านโพนแดงใหญ่ หมู่ 9 ตำบลรามราช ว่ามีผู้ประสบภัยติดอยู่ภายในพื้นที่น้ำท่วม นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว นายอำเภอท่าอุเทน ได้สั่งการให้นายพิชญุตม์ งอยแพง คำธิมา ปลัดอาวุโส พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงและกำลังสมาชิก อส. ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

กรณีดังกล่าวเป็นของนางสาวปนัดดา ชนะพจน์ ซึ่งได้แจ้งขอความช่วยเหลือให้ช่วยเหลือมารดาและสุนัขที่ติดอยู่ภายในพื้นที่น้ำท่วม เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำเรือเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
นายรัณชัช เส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านโพนแดงใหญ่ เปิดเผยว่า หลังฝนตกสะสมอย่างหนักตลอดทั้งคืน ได้เกิดมวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงประมาณ 05.00 น. ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงอย่างโกลาหล อย่างไรก็ตาม ชุมชนได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าถึงสถานการณ์ฝนตกหนัก จึงมีการเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินมีไม่มากนัก ขณะที่พื้นที่ได้รับผลกระทบหลักยังคงเป็นพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ด้าน นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว นายอำเภอท่าอุเทน กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ว่ามีหญิงสูงอายุพร้อมสุนัขจำนวน 5 ตัว ติดค้างอยู่บริเวณเถียงนากลางทุ่งนาในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลรามราช จึงได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดกำลังพลและเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือทันที เจ้าหน้าที่พบผู้ประสบภัยหลบอยู่บริเวณที่เก็บฟางข้าว ก่อนนำตัวพร้อมสุนัขทั้ง 5 ตัว ลงเรือและส่งกลับถึงที่พักอาศัยอย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับความเสียหายด้านการเกษตรยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้ เนื่องจากระดับน้ำยังคงท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาตามระเบียบราชการต่อไป
ทั้งนี้ สาเหตุของฝนตกหนักครั้งนี้เกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไมสัก” ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านเกาะไหหลำและมุ่งหน้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ โดยพายุได้ดึงร่องมรสุมให้เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคอีสานตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้จังหวัดนครพนมเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
ข้อมูลปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า อำเภอท่าอุเทนวัดได้สูงสุด 210.0 มิลลิเมตร รองลงมาคืออำเภอเมืองนครพนม 172.9 มิลลิเมตร อำเภอบ้านแพง 170.0 มิลลิเมตร และอำเภอโพนสวรรค์ 117.0 มิลลิเมตร

ขณะที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้แก่ บริเวณแยกไปรษณีย์ ถนนสมุทรบรรหาร ถนนเทศาประดิษฐ์ และซอย ส.วัฒนาอุทิศ ซึ่งเทศบาลเมืองนครพนมได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะอำเภอท่าอุเทน บ้านแพง และโพนสวรรค์ ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตรแล้วในหลายพื้นที่
สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนมยังคงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านจุดน้ำท่วมขัง ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง และเฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ตลอดช่วงวันที่ 4–7 กรกฎาคมนี้.

อิทธิพลพายุโซนร้อนไมสัก ฝนถล่มปลวกแดง โครมเดียวน้ำท่วมซอยสุพรรณ สัญจรลำบาก ชาวบ้านร้องจ้าก !! (มีคลิป)
149
ข่าวประชาสัมพันธ์

เทศบาลนครหัวหินรับโล่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ (EHA Excellence Awards) ในงานวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ปี 69
125


อึ้ง !! เจอศพหนุ่ม - สาวในรถเก๋ง เสียชีวิตคาถุงยางอนามัย ย่านบางแวก กรุงเทพฯ คาดควันรถคร่าวิญญาณ







