ศึกล้างบางบัญชีวัด! อดีตนายอำเภอท้าชน "ทนายวัดพระธาตุพนม" แจ้งความหมัดต่อหมัด ปมเงิน 114 ล้าน
31 ตุลาคม 2569 เวลา 21:30:00
2174
นครพนม — เดือดระอุต่อเนื่อง "อดีตนายอำเภอธาตุพนม" เปิดศึกซัดกลับคณะกรรมการวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ท้าให้รีบแจ้งความดำเนินคดีหากพบความผิดปกติ ปมโพสต์เดือดตั้งข้อสงสัยเงินวัดหาย 114 ล้านบาท ลั่นลูกผู้ชายตัวจริงอย่าพูดลอยๆ กำกวม พร้อมสวนกลับปมเช็ค 12 ล้านบาท ยันโปร่งใสเซ็นร่วม 3 ฝ่าย ด้านอดีตไวยาวัจกรลั่นเตรียมแจ้งความกลับทันทีเพื่อพิสูจน์ความจริง
ความคืบหน้ากรณี นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และอดีตไวยาวัจกรวัดพระธาตุ พนมวรมหาวิหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินวัดพระธาตุพนม จากยอดเงินกว่า 114 ล้านบาท ที่ระบุว่าผ่านไปเพียง 2 ปี เงินกลับร่อยหรอลงจนน่าใจหาย พร้อมท้าทายให้คณะกรรมการวัดออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง\

กระทั่งต่อมา คณะกรรมการวัดพระธาตุพนม พร้อมด้วย นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความประจำวัด ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าองค์พระธาตุพนม ชี้แจงว่าเงิน 30 ล้านบาทยังอยู่ครบถ้วน เพียงแต่มีการย้ายบัญชีจากธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนคร มาเปิดที่สาขาธาตุพนม พร้อมทั้งย้อนถามถึงเช็ค 7 รายการ รวมยอดเงินราว 12 ล้านบาท ที่มีลายมือชื่อของนายจักรพงษ์ร่วมลงนามในสมัยดำรงตำแหน่งไวยาวัจกร พร้อมขู่ดำเนินคดีผู้ที่ทำให้วัดเสื่อมเสียชื่อเสียงตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายจักรพงษ์ ออกมาเปิดเผยถึงกรณีเช็คสั่งจ่ายจำนวน 12 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง โดยชี้แจงว่า ในห้วงเวลาดังกล่าว (ปี 2567) ตนดำรงตำแหน่งไวยาวัจกร ซึ่งมีคณะกรรมการร่วมลงนามในเช็คตามอำนาจหน้าที่รวม 3 จาก 4 คน ประกอบด้วย เจ้าอาวาสวัด, อดีตผู้กำกับการ สภ.ธาตุพนม ในขณะนั้น และตัวของตนเอง

"เช็คที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันนำมาแถลงข่าว มีบันทึกชัดเจน ยอมรับว่าตอนนี้จำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมดว่าเซ็นจ่ายไปวันไหนและเอาไปใช้อะไรบ้าง เนื่องจากตนต้องเซ็นเช็คจ่ายค่าใช้จ่ายภายในวัดอยู่เป็นประจำทุกเดือน ทั้งค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าน้ำ และค่าไฟ แต่ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นการลงนามร่วมกัน ไม่ได้เป็นการตัดสินใจหรือเซ็นชื่อเพียงลำพังคนเดียว" นายจักรพงษ์ ระบุ
นายจักรพงษ์ กล่าวท้าทายด้วยความอึดอัดใจต่อท่าทีของคณะกรรมการและทนายความวัด โดยระบุว่า หากทางวัดมั่นใจว่ากระบวนการบริหารเงินหรือการเซ็นเช็คยอดดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล หรือเข้าข่ายการทุจริต ไม่ควรออกมาชี้แจงแบบคลุมเครือหรือพูดลอยๆ ให้สังคมสงสัย

"ถ้าสงสัยจริงๆ ว่าผมทำไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งศใส แนะนำให้คณะกรรมการวัดชุดใหม่เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจได้เลย ผมจะได้เข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง และในขณะเดียวกันผมก็จะแจ้งความดำเนินคดีกลับทันทีเช่นกัน เพื่อให้แฟร์ๆ เสมอกันไปเลย หมัดต่อหมัด ลูกผู้ชายใจถึงหน่อย อย่ามาพูดกำกวมให้หงุดหงิด" อดีตนายอำเภอธาตุพนมกล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ศึกล้างบางและตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารระหว่างอดีตไวยาวัจกรและคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมและประชาชนผู้ร่วมทำบุญให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด.











