สาวแม่เลี้ยงเดี่ยวร้องขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีลูกถูกรถชนจนกลายเป็นคนพิการ แต่คู่กรณีควักจ่ายเยียวยาแค่ 5 พัน
10 เมษายน 2569 เวลา 17:18:00
51
สาวแม่เลี้ยงเดี่ยวร้องขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีลูกถูกรถชนจนกลายเป็นคนพิการ แต่คู่กรณีควักจ่ายเยียวยาแค่ 5,000 บาท และศาลพิพากษาจำคุก 3 เดือนรอลงอาญา 1 ปี
สาวแม่เลี้ยงเดี่ยวร้องขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือกรณีลูกถูกรถชนจนกลายเป็นคนพิการ -แต่ทางคู่กรณีคลักจ่ายเยียวยาแค่ 5,000 บาทและศาลพิพากษาจำคุก 3 เดือนรอลงอาญา 1 ปี-รองผู้ว่า ฯประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือทันทีในขณะที่ “ทนายโบตั๋น”ทนายใจบุญจะช่วยยื่นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายเต็มแม็กซ์
วันที่ (10 เม.ย. 69) นายไพฑูรย์ อินทศิลา สื่ออาวุโส ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจาก น.ส.ศิรภัสสร ฉิมสมบัติหรือ”ทนายโบตั๋น”กรณีที่ “น้องน้ำปั่น” อายุ 14 ปี นักเรียนชี้น ม.1 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง บุตรชายของนางสร้อยสุดา อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรม ราช ขับรถ จยย.ถูกรถกระบะเฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะและขาซ้ายอาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2569 โดยหลังการรักษาน้องน้ำปั่น กลายเป็นผู้พิการเนื่องจากกระดูกข้อต่อบริเวณตะโพกซ้ายหลุดทำให้ขาไม่เท่ากัน ในเวลาเดินจะมีอาการกะเผลก ต้องรอการตรวจวินิจฉัยและรอผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกข้อต่อสะโพกซ้าย ซึ่งน้องน้ำปั่นอาจจะกลายเป็นพิการไปตลอดชีวิตก็ได้ ในเบื้องต้นต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ในทางคดีจำเลยหรือคู่กรณีศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท จากการที่จำเลยนำเงินไปวางหน้าศาล ก่อนการพิพากษา แค่ 5,000 บาท และโทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี โดยจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ อีกเลย เหตุการณ์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการศึกษา และการดำรงชีวิตของน้องน้ำปั่นและครอบครัวเป็นอย่างมา

และในวันเดียวกัน นายไพฑูรย์ อินทศิลา น.ส.ศิรภัสสร ฉิมสมบัติ หรือ”ทนายโบตั๋น” และ “พี่หลวงย้อยมาแล้ว” ได้ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านของน้ำน้ำปั่น ในท้องที่หมู่ 7 ต.นาพรุ อ.พระพรหม ในขณะเดียวกันนายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานและสั่งการให้ น.ส.พรปวีณ์ อุไรสวัสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุรินทร์ อาคมเวช หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาวณัฐภัสสร บุญกิจ ปลัดอำเภอพระพรหม ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
นางสร้อยสุดา แม่ของน้องน้ำปั่น กล่าวว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องเลี้ยงดูบุตร 2 คนน้องน้ำปั่น เป็นบุตรคนโต และบุตรสาวคนเล็ก อายุ 7 ขวบ หลังจากประสบเหตุรถชนเข้ารับการรักษาต่อเนื่องหลายเดือนขาดเรียนยาวส่งผลกระทบกับการเรียนอย่างมาก เมื่อออกจากโรงพยาบาลพบว่าเดินกะเผลกเพราะขาไม่เท่ากันและเดินขึ้นที่สูงไม่ได้จนต้องออกจากการเรียน และยังเข้า ๆ ออกโรงพยาบาลตามแพทย์ต่อเนื่อง โดยแพทย์ นัดตรวจและรอเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกข้อต่อสะโพกซ้ายอาจจะหายกลับมาปกติ หรืออาจจะพิการไปตลอดชีวิตก็ได้
“ในทางคดีตนได้ยื่นขอรับเงินเยียวยาจากยุติธรรมจังหวัดในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญา โดยหลังเกิดเหตุคู่กรณีหรือจำเลยได้เดินทางไปเยี่ยมและมอบเงินให้ 500 บาทพร้อมของแห้งจำนวนหนึ่งและไม่เคยมาดูดำดูดีอีกเลย ในขณะที่การเจรจากับบริษัทประกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม เพดานสูงสุดตามสัญญาประกันสูงถึง 500,000 บาท ตนเรียกแค่ 300,000 บาท แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ทางพนักงานสอบสวนจึงสรุปว่าค่อยมาเจรจากันใหม่อีกรอบ จนเมื่อศาลนัดฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 44/1 บัญญัติให้สิทธิผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้คำใช้คำสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้ความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเมืองมาจากการกระทำผิดของจำเลย โดยยืนคำร้องต่อศาลก่อนเริ่มสืบสืบพยานหรือในกรณีที่ไม่มีการสืบพยาน ก่อนศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดคดี และทางคู่กรณีหรือจำเลยจึงได้นำเงินสดไปวางหน้าศาลจำนวน 5,000 บาท ปรากฏว่าศาลได้พิพากษาจำคุก 6 เดือน แต่จำเลยนำเงิน 5,000 บาทไปวางหน้าศาลเพื่อเยียวยาผู้เสีย ศาลลดโทษเหลือจำคุก 3 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี ในขณะที่บริษัทประกันของคู่กรณีหรือจำเลยนำเงินไปวางหน้าศาล 100,000 บาท แต่ทางตนยังไม่ได้รับเงิน 100,000 ของบริษัทประกัน”

น.ส.ศิรภัสสร ฉิมสมบัติ หรือ”ทนายโบตั๋น” กล่าวว่า ตนมองว่าการดูแลเยียวยาค่าเสียหายน้อยเกินไป โดยเฉพาะคู่กรณีแค่ 5,000 บาท ตนมองว่าสองแม่ลูกสูญเสียค่อนข้างรุนแรงทั้งด้านสภาพรน่างกาย สภาพจิตใจ โอกาสในการทำงานทั้งของแม่แลเของน้องน้ำปั่น โอกาสทางด้านการศึกษา เป็นต้น แต่ศาลพิพากษาค่อนข้างต่ำมาก ๆ โดยหลังจากหารือกับสองแม่ลูกผู้เสียหาย พร้อม พม.จ.นครศรีธรรมราข , ยุติธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินการเบื้องต้น 1.ตน จะช่วยเหลือในการยื่นฟ้องทางแพ่งเพื่อให้จำเลยและบริษัทประกันจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมจากที่ได้รับแค่ 5,000 บาทคาดว่าจะเรียกค่าเสียหาย 3-5 แสนบาท 2.ก่อนการยื่นฟ้องทางแพ่งยุติธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จะเชิญคู่กรณีหรือจำเลยและบริษัทประกันมาเจรจาไกล่เกลี่ยตกลงเรื่องค่าเสียหาย ซึ่งหากตกลงกันได้ก็ยุติการฟ้อง แต่หากตกลงกนไม่ได้ก็ต้องยื่นฟ้องตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 3.ทางยุติธรรมจังหวัดจะเร่งพิจารณาเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้น้องครอบครัวผู้เสียหาย 4.ทาง พม.จ.นครศรีธรรมราช จะประสานกับทางศึกษาธิการจังหวัด และโรงเรียนมัธยมเดิมที่น้องเคยเรียนอยู่เพื่อให้น้องกลับเข้าสู่การเรียนในระบบตั้งแต่ชั้น ม.2 ตามปกติต่อไป และ 5.ทาง พม.จ.นครศรีธรรมราช จะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังได้ข้อสรุปให้ น.ส.สร้อยสุดา และน้องน้ำปั่น พึ่งพอใจและคลายความวิตกกังวลได้เป็นอย่างมาก โดยหลังเทศกาลสงกรานต์จะเดินทางไปขอคัดสำเนาคำพิพากษามามอบให้ทนายโบตั๋น และจะนำน้องน้ำปั่น เข้าพบแพทย์ รพ.มหาราช เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อนนัดวันผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกสะโพกต่อไป ในวันเดียวกันนี้ทางศึกษาธิการจังหวัดได้ประ สานผู้บริหารโรงเรียนมีธยมเดิมที่น้องน้ำปั่นเรียนอยู่เพื่อให้น้องน้ำปั่นกลับเข้าไปเรียนพร้อมอนุโลมให้น้องน้ำปั่นไม่ต้องสวมรองเท้านักเรียนตามระเบียบ เนื่องจากน้องน้ำปั่นต้องสวมใส่รองเท้าแตะที่ทางโรงพยาบาลสั่งติดพิเศษให้โดยพื้นข้างขวาหนากว่าข้างซ้าย 2 ซ.ม. นอกจากนี้ในวนเดียวกัน น.ส.นันทวัน วิเชียร หรือ “หมอผึ้ง” สส.นครศรีธรรมราช เขต 2 นครศรี ธรรมราช พรรคภูมิใจไทยได้ใกกระเช้าของขวัญเป็นกำลังใจให้น้องปั่น และหากเสร็จสิ้นภาระกิจในสภาผู้แปทนราษฏรจะรีบเดินทางมาเยี่ยมและหาทางมาเยี่ยมและเหลือน้องน้ำปั่นและครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย.
ทีมข่าวนครศรีธรรมราช

โดนใจ นทท. “บลูพอร์ต” คึกคัก !! ปลุกสีสันสงกรานต์สไตล์ทรอปิคอล แลนด์มาร์กรับซัมเมอร์สุดสดใสเมืองหัวหิน
77
ข่าวประชาสัมพันธ์

“เต้ มงคลกิตติ์” ประกาศชัดคู่แข่งผู้ว่าฯ กทม. มั่นใจ “กลุ่มกรุงเทพบินได้” ชนะใจประชาชน
75


มุกดาหาร สาวเจ้าของสวนลิ้นจี่ เข่าทรุดน้ำตาร่วงลงกับพื้น ถูกโจรใจร้ายขโมยเกือบหมดสวน







