200 เมตรวิกฤต!! เขื่อนทับยาแตกจุดประกบ อบจ.สิงห์บุรี อัดเครื่องสูบกู้ ม.1 อินทร์บุรี
2 ตุลาคม 2569 เวลา 10:00:00
1937
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันนี้ (2 ตุลาคม 2569) จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมบริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยเกิดเหตุน้ำดันลอดแนวตะเข็บเขื่อนเป็นระยะทางยาวประมาณ 100–200 เมตร มีแรงดันน้ำผุดขึ้นมาบนพื้นผิวถนนตลอดเวลา จนไหลทะลักลงจากแนวถนนเขื่อนเข้าสู่พื้นที่สวนเกษตรและเอ่อเข้าหาบ้านเรือนประชาชน
สาเหตุหลักเกิดจากบริเวณรอยต่อระหว่างพื้นถนนเขื่อนและแนวผนังคอนกรีตประกบกันไม่สนิท เมื่อน้ำในแม่น้ำมีระดับสูงและแรงดันเพิ่มมากขึ้น จึงเล็ดลอดผ่านช่องว่างดังกล่าวขึ้นมาได้ ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. ได้ไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 1 หลังคาเรือน

ด้านนายเชนทร์ คนชาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลทับยา ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนด่วนผ่านกลุ่มไลน์ชุมชน ให้ลูกบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงทันที พร้อมทั้งประสานงานไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดสิงห์บุรี และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสิงห์บุรี และโครงการผู้รับจ้าง เพื่อเข้าตรวจสอบโครงสร้างและหาแนวทางบล็อกช่องน้ำผุด
ขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรีได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าติดตั้งในจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่รับน้ำ ส่วนผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการเขื่อนดังกล่าวอยู่ระหว่างการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหารอยต่อและวางมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเพิ่มมากขึ้น

นายเชนทร์ คนชาน เล่าว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำมาที่ 2400 ลบ.ม./วินาที เริ่มมีปัญหาที่รอยต่อตะเข็บถนนของเขื่อนกับรอยกำแพงเขื่อนที่ซ่อม ตลอดแนวประมาณ 100-200 เมตร มีน้ำซึมขึ้นมา เมื่อคืนเวลาประมาณ 23.00 น. ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นว่าจะต้องมีการรั่วซึมมากกว่านี้แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ จนเวลาประมาณ ตี 3 ได้เกิดการรั่วซึมและไหลแรงมากเหมือนดั่งภาพที่เห็นด้านหลังของผม ส่วนน้ำดังกล่าวจะไหลเข้าพื้นที่การเกษตรของชุมชนและจะเข้าพื้นที่ชุมชนหลักกว่า 300 หลังคาเรือน ในเบื้องต้นจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 1 เครื่องมาสูบบรรเทาก่อนที่น้ำจำนวนมากจะไหลเข้าสู่หมู่บ้าน ส่วนการแก้ไขต้องรอทางวิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวของอีกครั้งหนึ่ง ส่วนความแตกต่างของปีที่แล้วกับปีนี้นั้นพนังกั้นที่เป็นปูนซีเมนต์เมื่อปีที่แล้วจะเป็นดินทั้งหมด เวลาน้ำเข้าจะเข้ามาเป็นโพรง เข้ามาจะไม่สามารถอุดได้ แต่ในปีนี้น้ำเข้าตามรอยต่อของแผ่นซีเมนต์

ซึ่งคาดว่าเห็นการณ์น่าจะคลี่คลายในวันสองวันนี้ แต่ก็ต้องดูว่าแผ่นปูนที่กั้นไว้นั้นจะสู้กันแรงดันน้ำไหวไหม เพราะตอนนี้ไม่ใช่จุดเดียวที่มีปัญหา มันมีหลายจุดตอนนี้ที่เกิดขึ้นคือประมาณ 200 เมตร และระยะรวมของโครงการประมาณ1 กม. ถ้าน้ำมากกว่านี้แรงดันน้ำก็มากขึ้นยังคงน่าเป็นห่วง กลัวแผ่นปูนซีเมนต์จะล้มและเกิดรอยน้ำทะลักขนาดใหญ่ นายเชนทร์ ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่ายังคงหนักใจว่าจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้หรือไม่.











