สาวใหญ่ดับเหลือแต่โครงกระดูก หลังล้มป่วยร่อแร่มานาน ขออยู่รังรัก ญาติไม่ติดใจ
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:30:00
110
วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. พ.ต.ท.จำรัส ศรีหาตา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีผู้พบโครงกระดูกคนตายอยู่ในกระท่อมหลังคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนครพนม บ้านนาสมดีหมู่ 9 ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลนครพนม กู้ภัยศรีสัตตนครพนม และกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนมจุดเมือง พร้อมกับ พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก. สืบสวนชุดพยัคฆ์เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างถนนหลังคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไปประมาณ 50 เมตร พบกระท่อมเก่าหลังหนึ่ง

ข้างกระท่อม พบโครงกระดูกมนุษย์ มีผ้าถุงสีน้ำเงินคลุมท่อนล่าง ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า ทราบชื่อนางสาวนิรมล บัวเดช หรือน้อย อายุ 51 ปี พื้นเพเป็นคน จ.สมุทรปราการ ตรวจทั้งภายในและรอบกระท่อม รกรุงรังด้วยสิ่งของที่เกะกะไม่หมด แต่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาประมาณ 1 เดือน โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ขอนำโครงกระดูกไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดไตรรัตน์วนาราม ชุมชนบ้านกกต้อง เขตเทศบาลเมืองนครพนม
สอบสวนเบื้องต้นนายโต ทิพย์เสนา อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของสามีนางน้อย ว่า ช่วงบ่ายได้ชวนเพื่อนอีก 2 คนเข้าไปในสวนเพื่อหาหน่อไม้ไปแกงกินกัน แต่ยังไม่ทันได้ขุดสักหน่อ ก็เหลียวไปเจอโครงกระดูกคนตายอยู่ข้างวงท่อซีเมนต์ ต่างขนหัวลุกกันหมด เพราะเกิดมาในชีวิต ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงพากันเผ่นออกจากบริเวณนั้น พร้อมโทรศัพท์แจ้งศูนย์วิทยุ 191 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ

ด้านนางแดง ทิพย์เสนา อายุ 74 ปี แม่ย่าของนางน้อยเล่าว่า พื้นที่สวนตรงนี้มีจำนวน 1 ไร่ โดยลูกชายคนที่สองรับราชการทหารเรือ หลังได้พบรักและอยู่กินกับนางน้อยที่ จ.สมุทรปราการ ก็ย้ายมาอยู่ที่ จ.นครพนม เมื่อปี 2560 ทั้งคู่ก็มาปลูกกระท่อมน้อยครองรักอยู่ท่ามกลางแมกไม้ และไม่ค่อยสุงสิงกับใคร กระทั่งลูกชายล้มป่วยด้วยโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง และได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2568 ในขณะที่นางน้อยก็ป่วยด้วยโรคปอด เนื่องจากสูบบุหรี่จัด เทียวเข้าออกโรงพยาบาลนครพนมเป็นว่าเล่น
นางแดงเล่าต่อว่าเมื่อสามีเสียชีวิตแล้ว ตนก็ให้นางน้อยย้ายไปอยู่กันที่บ้านอีกหลังหนึ่ง เพื่อจะได้ดูแลรักษาอาการป่วยไปด้วย แต่นางน้อยยืนยันว่าขออยู่กระท่อมหลังนี้ที่ครองรักกับสามีมาตั้งแต่ต้น แม้จะต้องตายก็ขอตายที่กระท่อมหลังนี้ ตนจึงว่าจ้างนายเก่ง ชาวชุมชนหนองแสงด้วยกัน ทำหน้าที่ส่งอาหารให้นางน้อยสัปดาห์ละครั้ง แต่ไม่รู้ว่านายเก่งทำไมถึงไม่รู้ว่าลูกสะใภ้ตนเสียชีวิต

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปยังบ้านเลขที่ 12 ชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม พบกับนายศรชัย หรือเก่ง อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นคนส่งข้าวส่งน้ำให้นางน้อยประจำ ทราบว่านางแดงจ้างให้ครั้งละ 50 บาท เพื่อนำกับข้าวไปส่งให้นางน้อยในสวน ทุกครั้งที่ไปจะตะโกนเรียกชื่อเสมอ และนางน้อยก็จะเดินออกมาเอา และจะถามว่าต้องการอะไรเพิ่มไหม ครั้งล่าสุดนางน้อยอยากได้ยาสูบ ตนก็มาบอกนางแดงแต่ไม่ยอมซื้อให้เพราะป่วยด้วยโรคปอดอยู่แล้ว
นายเก่งเล่าว่าไม่เห็นนางน้อยประมาณ 2 ครั้งหลัง คือเรียกชื่อแล้วไม่มีเสียงตอบ แต่ไม่ได้เอะใจก็วางถุงอาหารไว้ตรงแคร่หน้าบ้าน ถามว่ามองเข้าไปในกระท่อมเห็นอะไรไหม นายเก่งบอกในกระท่อมมันมืด อีกอย่างตนมีหน้าที่ส่งข้าวส่งน้ำ จึงไม่ได้เดินสำรวจรอบกระท่อม แต่มาส่งรอบต่อมาเห็นถุงกับข้าวยังวางอยู่ที่เดิม ยอมรับไม่เอะไจก็วางถุงใหม่ให้ต่อ ครั้งล่าสุดเพิ่งไปส่งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 69 ยอมรับไม่ได้กลิ่นศพเลย พอรู้ข่าวว่านางน้อยเสียชีวิตเหลือแต่โครงกระดูกก็ตกใจ
ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์นายเก่ง ที่นัยน์ตาข้างขวาบอดข้างหนึ่ง คล้ายคนไม่ค่อยจะปกตินัก เพราะเล่าไปเล่ามาก็อ้างไปถึงพระนักบวชและแม่ชี ที่มีฤทธิ์เดชคอยติดตามตัวเองไปทุกหนทุกแห่ง ทีมผู้สื่อข่าวจึงขอตัวกลับก่อน
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

ยะลาเปิดศึกสแต็คชายแดนใต้ชิงถ้วยประทาน "พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์" หนุนเยาวชนใช้กีฬาเชื่อ มความสัมพันธ์พหุวัฒนธรรม
127
ข่าวประชาสัมพันธ์

สภา อบจ.สมุทรสงคราม ไฟเขียวงบพัฒนา 16 รายการ พร้อมถกปัญหาข้อกฎหมายพัฒนาวัด-โรงเรียน
120


ล่อซื้อรวบเอเย่นต์คาห้องเช่า! ฝ่ายปกครองเมืองระยองบุกตะครุบ “จัน” ยึดของกลางเพียบ







