รพ.กันทรลักษ์ แจ้งความเอาผิดผู้ป่วยถูกหมากัด โพสต์หมิ่นอ้างรอนานเช้าจนบ่ายไม่ยังไม่เสร็จ ชาวเน็ตแห่เมนต์ให้กำลังใจรพ.
10 กรกฎาคม 2569 เ วลา 17:45:00
132
รพ.กันทรลักษ์ แจ้งความเอาผิดผู้ป่วยถูกหมากัด โพสต์หมิ่นอ้างรอนานเช้าจนบ่ายไม่ยังไม่เสร็จ ขณะที่ชาวเน็ตแห่ความเม้นให้กำลังใจทีม แพทย์-พยาบาล บางส่วนแนะคิดทบทวน-ควรถือโอกาสนี้พัฒนาระบบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “โรงพยาบาลกันทรลักษ์ : Kantharalak hospital” โพสต์แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีผู้รับบริการโพสต์ข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการให้บริการของ รพ.กันทรลักษ์ ทำให้ให้เกิดความเสียหาย โดยแถลงการณ์ดังกล่าว มีข้อความระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้รับบริการท่านหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า “หวยแตกจริงโรงบาลกันทรลักษ์หมากัดมารอฉีดวัคซีนตั้งแต่เช้าจนบ่ายโมงกว่ายังเส็จอีก” จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างนั้น
ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง (Log file) จากระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลอย่างละเอียด และขอเรียนชี้แจงลำดับเหตุการณ์การเข้ารับบริการของผู้ป่วยท่านดังกล่าว ดังนี้ เวลา 11.11 น. ผู้ป่วยดำเนินการขึ้นบัตรเพื่อรับบริการ เวลา 11.14 น. พยาบาลจุดคัดกรอง (ER) ทำการซักประวัติและประเมินอาการ (ใช้เวลารอจุดนี้เพียง 3 นาที) และ เวลา 12.57 น. แพทย์เริ่มทำการตรวจรักษา
และยังระบุอีกว่า ในช่วงเวลารอคอยนี้ มีผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องนอนเตียงรอรับการตรวจรักษาอยู่ถึง 12 ราย ทีมแพทย์และพยาบาลจำเป็นต้องให้การดูแลผู้ป่วยตามเกณฑ์คัดกรองความเร่งด่วนทางด่วนการแพทย์ หรือ Triage

ต่อมา เวลา 13.26 น. แพทย์ทำการตรวจเสร็จสิ้น และผู้ป่วยออกจากแผนก ER (รวมระยะเวลาในกระบวนการของแผนก ER ทั้งสิ้นประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที) เวลา 13.54 น. - 14.16 น. ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการของห้องยา (คัดกรองและจ่ายยาเสร็จสิ้น) และ เวลา 14.57 น. ผู้ป่วยเข้ารับบริการที่ห้องฉีดยา/ทำแผล โดยได้รับการฉีดทันทีเมื่อไปถึง และเดินทางกลับบ้าน
จากข้อเท็จจริงข้างต้น จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตามลำดับขั้นตอนของแต่ละแผนก ไม่ได้ถูกปล่อยปละละเลยให้รอนานหลายชั่วโมงโดยไม่ได้รับการตรวจรักษาตามที่ปรากฏในโพสต์ การใช้เวลาในแผนกฉุกเฉินราว 2 ชั่วโมง ภายใต้สถานการณ์ที่มีผู้ป่วยวิกฤตจำนวนมาก ถือเป็นการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดของทุกชีวิตเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่บิดเบือนจากความเป็นจริง นอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของโรงพยา บาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการบั่นทอนขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเพื่อดูแลทุกชีวิตอย่างสุดความสามารถ

ด้วยเหตุนี้ ทางท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลจึงมีความจำเป็นต้องมอบหมายให้ตัวแทนดำเนินการ แจ้งความลงบันทึกประจำวันและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ต่อผู้ที่โพสต์และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว (ตามเอกสารแนบ) เพื่อปกป้องเกียรติและกำลังใจของคนทำงาน
ทางโรงพยาบาลขอยืนยันว่า เราพร้อมรับฟังทุกคำติชมที่เป็นความจริงผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของโรงพยาบาลเพื่อนำไปพัฒนา แต่ขอความเห็นใจในการงดเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ขอขอบพระคุณทุกความไว้วางใจและทุกกำลังใจที่ส่งให้ทีมแพทย์พยาบาลของเราเสมอมาครับ “ติดต่อศูนย์ร้องเรียน รพ. กันทรลักษ์ ได้ที่เบอร์ 045 965020 ต่อ 1210 Tel.0934301444 E mail Sunmitmaitrektlhos@gmail.com
หลังโพสต์ได้ไม่นาน ได้มีชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลค์ กดแชร์ แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ “เป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์ พยาบาล และจนท.บุคลากรรพ กันทรลักษ์ทุกๆท่านนะคะ และชื่นชม ชื่นชอบผู้อำนวยการ มากๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ ที่ปกป้องและใส่ใจผู้ปฏิบัติงาน บางครั้งก็ยากเกินอธิบายให้บางกลุ่มเข้าใจในภารกิจการพยาบาลด้านสาธารณสุขได้ค่ะ” , “ดีค่ะ ทำเป็นตัวอย่างให้กับรพ.อื่น ๆ ที่ถูกกระทำด้วยข้อมูลอันไม่ตรงตามความจริง ว่า รพ.ปกป้องตัวเองได้ขวัญและกำลังใจคนทำงานจะได้ดีขึ้น”
“ดูไว้เป็นกรณีศึกษานะคะ จะได้มือไม่ไว” , “ชื่นชมผู้บริหาร รพ.ชายแดนแห่งนี้อีกครั้ง ที่ไม่ปล่อยให้โซเชียลบั่นทอนขวัญกำลังใจ จนท. เขาจะได้อยู่ในระบบไปนานๆ แม้ ผู้ บ.ระดับสูงขึ้นไปจะมินำพาก็ตาม” , “ทีม รพ.หมอพยาบาล ฟ้องพวกเอาแต่ใจให้ฉ่ำๆไปเลยค่า” , “ขอชื่นชมผู้บริหารปกป้ององค์กรและขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ครับ” , “11โมง เช้าแหละเนอะ ยังเช้าอยู่แหละ ไม่บิดเบือนยังไงว้า ก็ลองไปพูดกับแม่ว่า ตื่น 11โมง คือ ตื่นเช้า อยากรู้ว่าแม่จะด่ามั้ย 555”

ขณะที่บางส่วนเห็นต่าง ระบุว่า “การสั่งดำเนินคดีกับประชาชน..เป็นการกระทำของหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้การบริการแก่ประชาชน ซึ่งเป็นงานราชการ..เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ไม่ควร...ลองพิจารณาทบทวน” และ “จริงๆควรปรับระบบและขั้นตอนบริการให้เหมาะสมนะครับ ถือโอกาสพัฒนาระบบไปด้วยจากเหตุที่เกิด ถ้าให้ผู้ป่วยทั้งหมดมารอคิวบริการจากจุดเดียวคงไม่เหมาะ ER ควรแบ่งช่องทางบริการเพิ่มเติม เป็นช่องทาง 1 สีเขียว+สีเหลือง ให้ผู้รับบริการทำแผลประจำ เล็กน้อย รวมถึง เคส ER ที่ไม่หนัก เช่น กรณีที่เป็นข่าวนี้ ส่วนอีกช่องทาง 2 เป็น สีแดง เคสหนักก็ดำเนินการช่องทางนี้ไป ซึ่งสามารถทำควบคู่ไปด้วยกันได้ ผมคิดว่าแพทย์ประจำ ER และบุคลากรน่าจะพอเพราะเป็นช่วงกลางวัน บูรณาการบุคลากรแผนกอื่นๆมาช่วยได้ จะได้ประโยชน์และลดการรอคิวแบบนี้ไปได้เยอะ”.
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ รายงาน

ทสภ. ชี้แจงผลตรวจสอบกรณีผู้โดยสารร้องเรียนสัมภาระถูกรื้อค้น ยืนยันไม่พบการเปิดตรว จโดยเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของสนามบิน
2534
ข่าวประชาสัมพันธ์

“อนุทิน” ควง “คุณจ๋า” สักการะศาลหลักเมือง ก่อนศึกซักฟอกสัปดาห์หน้า พร้อมร่วมซ้อมเดินริ้วขบวน 20 นาที (มีคลิป)
2449


ปิดเกมเจ้นัย! ปกครองระยองบุกบ้านหนองพะวา รวบสาวเขมรขายยา ซัดทอดซื้อจาก “นายคะ”







