สิ้นสุดการรอคอย 57 ปี 'ป้าคำเพียร' น้ำตาคลอ หลังปลัดอำเภอท่าอุเทน ยื่นมือช่วย คืนสิทธิคนไทยหลังไร้บัตรมาทั้งชีวิต
27 เมษายน 2569 เวลา 09:30:00
95
จากกรณีข่าวหญิง วัย 57 ปี ชาวบ้าน ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเดือดร้อน เรื่องการเป็น "คนไทยไร้สัญชาติ" ทั้งที่เกิดและโตในไทย แต่ไม่มีบัตรประชาชนมาตลอดชีวิต ด้วยจากการที่พ่อแม่มีฐานะยากจนมาก ทำให้เมื่อนางคำเพียรเกิด (ปี 2512) ไม่มีการไปแจ้งเกิดตามระเบียบ จึงขาดการเหลียวแลและช่วยเหลือใดๆจากภาครัฐ แม้จะเคยขอความช่วยเหลือผ่านผู้นำชุมชนหลายครั้ง แต่เรื่องกลับเงียบหาย จนเจ้าตัวตัดพ้อว่าอาจเป็นเพราะความยาก จนจึงไม่มีใครสนใจ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการรัฐ และสิทธิการรักษาพยาบาลในฐานะพลเมืองไทยได้
นางคำเพียร แก้วมหาดี อายุ 57 ปี กล่าวว่า เมื่อปี 2554 ตนเก็บหอมรอมริบเงินจากการรับจ้าง เพื่อไปตรวจ DNA และผลยืนยันชัดเจนว่าเป็นสายเลือดเดียวกับพ่อแม่ที่มีสัญชาติไทย รวมทั้งมีเอกสารรับรองว่าจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรง เรียนในพื้นที่ (รร.รามราช) ตลอดถึงเอกสารที่แสดงหลักฐานถึงพ่อและแม่มีใบมรณะบัตรและเลขบัตรประชาชน 13 หลักอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันว่าเป็นคนไทยแม้จะไม่มีบัตรประชาชน แต่มีหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ความเป็นคนไทย พยายามช่วยตัวเองถึงขั้นเก็บเงินไปตรวจ DNA ตั้งแต่ปี 2554 (ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ) แต่เรื่องกลับค้างคามานานกว่า 15 ปี จนกระทั่งร้องทุกข์ผ่านทางประธานสภา อบจ.นครพนมและสื่อมวลชน เข้ามาช่วยขับเคลื่อนจึงเป็นความหวังสุดท้ายที่จะทำให้เธอได้เป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์เสียที

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เม.ย 2569 นายเจ้าพระยา มณีปกรณ์ ปลัดอำเภอกลุ่มงานทะเบียน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมระบุว่าจะมีการส่งตรวจ DNA ที่นางคำเพียร แก้วมหาดี ที่ได้นำหลักฐานเข้ายื่นนั้น จำเป็นต้องทำการตรวจ DNA ใหม่ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาเปรียบเทียบว่าการตรวจความสัมพันธ์ระหว่าง "หลาน/ลูกของป้า" หรือ "พี่น้องร่วมบิดา" ว่าฝ่ายใดจะให้ผลการพิสูจน์ที่ชัดเจนมากกว่ากัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินการทางทะเบียน โดยจะได้มีการประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลนครพนม เพื่อยืนยันขั้นตอนและแนวทางการตรวจให้ถูกต้องตามระเบียบ ก่อนจะส่งตัวชาวบ้านคนดังกล่าวไปตรวจและรอผลเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ ปลัดฯ เผยว่าตั้งแต่ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่อำเภอท่าอุเทน (ประมาณ 1 ปีกว่าๆ) ก็ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสถานะบุคคลอย่างจริงจัง โดยอาศัยการพิสูจน์ DNA เป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งปัจจุบันสามารถช่วยชาวบ้านเพิ่มชื่อและคืนสิทธิทางทะเบียนไปได้แล้ว ไม่ต่ำกว่า 50-60 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถปฏิเสธความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้หลังจากผล DNA ยืนยันชัดเจน โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยยืนยันตัวตน"

ขณะที่ นางคำเพียร แก้วมหาดี อายุ 57 ปี ชาวบ้านรามราช ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยความตื้นตันใจเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิสูจน์สิทธิเพื่อทำบัตรประชาชน หลังจากรอคอยมานานกว่า 30 ปี นางคำเพียรระบุว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้รับการช่วยเหลือ หลังจากที่พยายามต่อสู้และวิ่งเต้นเรื่องนี้มานานหลายปี (บางช่วงระบุว่าตั้งแต่ลูกยังเล็กจนตอนนี้ลูกอายุ 30 กว่าปีแล้ว) ถึงแม้ว่าการเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอในครั้งนี้ ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ในทันทีก็ตาม แต่ก็ได้รับคำแนะนำและประสานให้นำทายาทที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ไปตรวจ DNA อีกครั้งยังโรงพยาบาลนครพนม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนครั้งก่อนหน้า และกล่าวขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ สจ." (สมาชิกสภาจังหวัด) และทางอำเภอที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและให้คำแนะนำอย่างดีในครั้งนี้
นางคำเพียร ยังคงมีความหวังลึกๆ ว่าครั้งนี้จะสำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและประสานงานกับโรงพยาบาลนครพนมให้อย่างใกล้ชิด "ถ้าได้ (บัตรประชาชน) จริงๆ ก็คงจะดีใจจนบอกไม่ถูก" เป็นการย้ำถึงความสำคัญของสิทธิที่จะได้รับหลังจากรอคอยมาครึ่งค่อนชีวิต.

กตป.ร่วมกับม.ราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน ดันคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัลให ้ “ทัน-เท่า-เทค”
70
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ปกรณ์”ซัด รัฐยังแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือวนลูปเดิม ชี้ !! ชาวบ้านไม่ใช่ต้นเหตุ วอนนายกฯ ฟังเสียงคนพื้นที่ เร่งหาทางออก
105


ปิดคดีทันควัน ไม่ถึง 8 ชม. สืบ ตม.4 - สืบภาค 3 และสืบนครบาล รวบ 2 หนุ่มมั งกรจีนปล้นทองโคราช แกะรอยจาก 'ก้นบุหรี่' จีน







