“ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิต”นครพนม ยกระดับทีมการแพทย์ฉุกเฉิน พัฒนาทักษะดูแลผู้ป่วยวิกฤต ลดความสูญเสีย
17 กันยายน 2569 เวลา 13:54:00
1884
จังหวัดนครพนม เดินหน้ายกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน พัฒนาศักยภาพบุคลากรและผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน ให้พร้อมรับมือผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักสำคัญคือ “ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย และต่อเนื่อง” เพราะทุกนาทีในภาวะฉุกเฉิน อาจหมายถึงโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
จากสถิติข้อมูลจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยวิกฤตในปี 2567 - 2569 จังหวัดนครพนม มีจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยวิกฤต จำนวน 44,663, 39,324, 40,035 คน ตามลำดับ ซึ่งจำนวนที่กล่าวเป็นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และต่อเนื่อง ตั้งแต่จุดเกิดเหตุ ระหว่างการนำส่ง จนถึงโรงพยาบาลปลายทาง โดยเฉพาะในระยะก่อนถึงโรงพยาบาลและระหว่างนำส่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่มีผลต่อความปลอดภัย โอกาสรอดชีวิต และผลลัพธ์ทางสุขภาพของผู้ป่วย การพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรทางการแพย์และผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถประเมินอาการ คัดกรองความรุนแรง ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต และส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ

วันนี้ (17 กันยายน 2569) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม โดยกลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ บูรณาการร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาความรู้ทักษะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน และการดูแลผู้ป่วยระหว่างนำส่งโรงพยาบาล จังหวัดนครพนม โดย ดร.ศิริลักษณ์ ใจช่วง นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดการอบรมฯ กล่าวรายงานโดยนางวนิดา คู่เคียงบุญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ ณ ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
ดร.ศิริลักษณ์ ใจช่วง นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การแพทย์ฉุกเฉินเป็นภารกิจสำคัญของระบบสุขภาพที่มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตหรือมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมิน คัดกรอง ช่วยเหลือ และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และต่อเนื่อง ตั้งแต่จุดเกิดเหตุ ระหว่างการนำส่ง จนถึงโรงพยาบาลปลายทางที่มีศักยภาพสูงกว่าการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่เป็นมาตรฐาน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดนครพนมให้สามารถตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดภาวะแทรกช้อนลดความพิการ และลดการสูญเสียชีวิตที่อาจป้องกันได้

"การอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยฉกเฉินและผู้ป่วยวิกฤต สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย และมีคุณภาพ เน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมการประเมินผู้ป่วยฉุกเฉินการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต การช่วยเหลือผู้ป่วยบาดเจ็บ การจัดการทางเดินหายใจ การดูแลผู้ป่วยระหว่างนำส่ง ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีที่มีศักยภาพสูงกว่า เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงหรือความล่าช้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย" ดร.ศิริลักษณ์ ใจช่วง กล่าว

อนึ่ง กำหนดจัดการอบรมระหว่างวันที่ 17 - 18 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน และผู้เกี่ยวข้องในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อ ของจังหวัดนครพนม จำนวน 50 คน การอบรมฯ ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครพนม แพทย์และพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางสาขาศัลยกรรม อายุรกรรม สูติกรรม กุมารเวชกรรม เภสัชกรจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ร่วมเป็นวิทยากรในการอบรมฯ

ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน คว้า 2 รางวัลใหญ่ PRD 3 AWARDS 2026 การันตีผลงานโดดเด่น สื่อสารสร้างสรรค์สู่ประ ชาชน
1813
ข่าวประชาสัมพันธ์

“โทน บางแค” ส่งทนายคืนทรัพย์สิน 38 ล้าน ให้ “มาดามเก่ง” ใจกว้างยอมให้หักยอดหนี้ กว่า 65 ล้าน
628


นรข.นครพนม สนธิกำลังร่วม ตชด.-DSI หน่วยงานความมั่นคง ยึดยาไอซ์ 109 ก.ก. หลังขบวนการค้ายาซิ่งรถแหกด่านทิ้งของกลางข้างท าง







