สมุทรสาครจับมือ DSI ลุยโกดังดรอสค้างเก่า 200 ตัน! ชาวบ้านร้องกลิ่นสุดเหม็น ปจ.สั่งเร่งจี้คดี
16 ตุลาคม 2569 เวลา 20:12:00
1756
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มอบหมายให้ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ผอ.ทสจ.สมุทรสาคร,นางสุภาพ ศรีจันทร์ ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด,กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI),เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร,กรมควบคุมมลพิษ,สิ่งแวดล้อมภาค 5 และ เทศบาลตำบลนาดี ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดัง ตั้งอยู่เลขที่ 87/7 หมู่ 1 ต.นาดี อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร หลังจากที่ทางสำนักงานทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับการจัดเก็บวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นกากอุตสาหกรรม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
จากการตรวจสอบพบว่า โกดังที่เข้าตรวจสอบมีลักษณะเป็นโกดังเก่า ปิดประตูไว้ โดยมีช่องลอดผ่านขนาดเล็กแค่คนสามารถเดินผ่านเข้าไปได้ทีละ 1 คน ภายในโกดังพบถุงบิ๊กแบ็กบรรจุวัตถุฝุ่นสีเทาปนดำจำนวนมาก กองเรียงซ้อนกันแน่นจนแทบไม่มีพื้นที่เหลือ ขณะที่บริเวณด้านหน้าโกดังยังมีกองวัตถุลักษณะคล้ายฝุ่นสีเทาวางอยู่โดยไม่มีสิ่งปกคลุม นอกจากนี้ หลังคาโกดังยังมีรอยรั่วขนาดใหญ่หลายจุด ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาสัมผัสกับวัตถุที่จัดเก็บไว้ได้ อีกทั้งระหว่างเข้าตรวจสอบยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นฉุนและอาการแสบจมูก
ด้านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครประเมินเบื้องต้นจากจำนวนถุงบิ๊กแบ็กว่า ภายในโกดังอาจมีอะลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross) หรือกากที่เกิดจากกระบวนการหลอมอะลูมิเนียมและโลหะอื่น ๆ อยู่ประมาณ 200 ตัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมาจากการประมาณการตรวจนับถุงบิ๊กแบ็ก แต่ยังไม่มีการชั่งน้ำหนักเพื่อยืนยันปริมาณที่แท้จริง

สำหรับอะลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross) ที่พบทั้งหมดนี้ ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครชี้แจงว่า วัตถุภายในโกดังแห่งนี้ มีการร้องเรียนและอายัติไว้เพื่อดำเนินการทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้นปี 2568 (ราวๆ เดือนเมษา ยน) โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างวัตถุไปตรวจวิเคราะห์ และพบว่าตัวอย่างมีคุณสมบัติจัดเป็นวัตถุอันตรายประเภทของเสียเคมีวัตถุ ชนิดที่ 3 ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย โดยโกดังแห่งนี้ มีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ส่วนผู้เช่า (ตามหนังสือแจ้งความดำเนินคดีของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร) คือ บริษัท เอแอล.โซลูชั่น จำกัด และตัวการร่วมกระทำความผิด ซึ่งประกอบกิจการหลอมหล่อโลหะ ได้ขอเช่าโกดัง เพื่อจัดเก็บวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกากจากเตาหลอมโลหะ ซึ่งนำออกมาจากโรงงานในซอยกองพนันพล และนำมาเก็บไว้ภายนอก โดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท ผู้แทนนิติบุคคล และผู้เกี่ยวข้องกับการให้เช่าโกดัง ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึง การครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันคดียังอยู่ในกระบวนการสอบสวน

นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะกองวัตถุที่อยู่ด้านนอกโกดัง ที่ไม่มีสิ่งปกคลุมและอาจสัมผัสน้ำฝนได้ มอบหมายให้เทศบาลตำบลนาดีประสานเจ้าของโกดัง ดำเนินการนำวัตถุดังกล่าวเข้าไปจัดเก็บภายในโกดังให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน พร้อมประสานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครให้เร่งรัดความคืบหน้าทางคดี เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างชัดเจนและไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป
ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า ทางสำนักงานฯ ได้รับการร้องเรียนใหม่ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยผู้ร้องเรียนมีความกังวลว่า น้ำฝนหรือน้ำชะล้างที่ออกมาจากโกดังอาจทำให้สารปนเปื้อนจากวัตถุอันตราย แพร่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบและติดตามความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
ส่วนกรมควบคุมมลพิษ ก็ได้นำเครื่องมือตรวจวัดอากาศด้านนอกโกดัง และภายในบริเวณเหนือกองวัตถุ พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำที่ท่วมขังบริเวณด้านหน้าโกดังไปตรวจสอบเบื้องต้น พบค่าความเป็นกรด – ด่าง อยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูล ณ เวลาที่ตรวจวัดและยังเป็นช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง จึงไม่อาจใช้ยืนยันได้ว่าวัตถุทั้งหมดปราศจากความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

ด้านตัวแทนชาวบ้าน ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลานานให้ข้อมูลว่า วัตถุดังกล่าวถูกนำมาเก็บไว้ในโกดังแห่งนี้นานแล้วเกือบ 10 ปี โดยมีการขนย้ายเข้ามาเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่ ไม่มีใครเข้าไปด้านในด้าน เพราะหากใครเข้าไปก็จะถูกแจ้งความบุกรุก จนกระทั่ง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีการนำวัตถุเข้ามาเพิ่มเติมอีก เพราะคาดว่าน่าจะเต็มพื้นที่ไปแล้ว ส่วนทางด้านชาวบ้านเคยร้องเรียนปัญหานี้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ชาวบ้านยังเล่าว่า ในช่วงแรกที่มีการนำวัตถุเข้ามาจัดเก็บ เคยมีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียอย่างชัดเจน ส่วนปัจจุบันกลิ่นลดลง หรืออาจปะปนกับกลิ่นจากโรงงานอื่นที่อยู่ใกล้เคียง จึงไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของกลิ่นได้อย่างแน่ชัด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ให้มีความชัดเจนทั้งด้านการจัดเก็บวัตถุ การตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความคืบหน้าของคดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบ
สำหรับ กรณีดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ประชาชนจับตา โดยเฉพาะการจัดการวัตถุอันตรายอย่าง “อะลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross)” ที่ถูกเก็บสะสมมาเป็นเวลานาน แม้ผลตรวจวัดเบื้องต้นบางรายการจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน พร้อมเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายให้มีความคืบหน้า เพื่อคลี่คลายข้อกังวลของชุมชนและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส / รายงาน

“นิกร” ดันบ้านเขียว ลดค่าไฟ–ค่าครองชีพ ผนึก UNEP–กฟผ. พัฒนาต้นแบบที่อยู่อาศัยยั่งยืนท ี่นครสวรรค์
2178
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘เลาฟั้ง’ ส.ส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน พบปะชาติพันธุ์ ‘กะแย’ ชูนโยบายแก้ไขกฎหมายที่ดิน
1766


ตัดใจไม่ถนัด ตัดสายไฟทางของเรา !! ตร.ทล. - แขวงทางหลวง วางแผนชุ่มจับโจร แสบ ลอบตัดสายไฟ ไฟส่องสว่างสาธารณะคาหนังคาเขา