กาฬสินธุ์ผวา !! เจอปลาหมอคางดำอีก แม่น้ำสะเทือนทั่วทั้งลุ่ม ยอดจับพุ่งทะลุ 118 ตัว
23 กันยายน 2569 เวลา 11:00:00
2087
สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย! ชาวประมงบ้านคำเขื่อนแก้ว อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ยกตาข่ายพบ "ปลาหมอคางดำ" เอเลี่ยนสปีชีส์ตัวร้าย โผล่ติดร่างแหเพิ่มอีก 7 ตัว ดันยอดสะสมทั้งจังหวัดพุ่งกระฉูดแตะหลัก 118 ตัว แม้ประมงจังหวัดจะยืนยันตรวจไม่พบไข่ในท้องรอบนี้ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ด้านชาวบ้านลุ่มน้ำไม่ยอมสยบง่ายๆ ประกาศกร้าวพร้อมรับมือด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ชี้ปลาชนิดนี้โหดขนาดหอยเชอร์รี่ยังหนีไม่รอด โดนกวาดกินเรียบไม่เหลือซาก
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 รายงานปัญหาปลาหมอคางดำ จังหวัดกาฬสินธุ์กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านระบบนิเวศครั้งใหม่ เมื่อพบการแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" สัตว์น้ำต่างถิ่นที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในหลายพื้นที่ของประ เทศ ล่าสุดเข้าประชิดพื้นที่ลุ่มน้ำลำปาวแล้ว สร้างความตื่นตัวให้กับชาวประมงรอบแหล่งน้ำสาธารณะใต้เขื่อนลำปาวหลายจุด ที่ต่างเร่งเตรียมพร้อมรับมือ ก่อนสถานการณ์จะบานปลายพบว่าแม้ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่ได้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ แต่ก็ยอมรับว่าหากภาครัฐยังไม่เร่งออกมาตรการจัดการอย่างเด็ดขาด การระบาดครั้งใหญ่คงหนีไม่พ้น เนื่องจากปลาหมอคางดำที่จับได้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และมีไข่เต็มท้อง ซึ่งหมายถึงศักยภาพในการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วอย่างน่ากังวล เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ปลาจะมาโผล่ที่เขื่อนลำปาว

นายนิกร สหชัย อายุ 58 ปี ชาวบ้านโคกสำราญ ชุมชนติดอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ วิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผลว่า ปลาหมอคางดำที่พบในเขื่อนลำปาวไม่น่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะเส้นทางน้ำของลำปาวไม่ได้เชื ่อมต่อกับแหล่งน้ำภาคกลางหรือพื้นที่ที่เคยมีการระบาดมาก่อน ขณะที่สมมติฐานเรื่องปะปนมากับลูกปลานิลจากบ่อกระชังก็ฟังไม่ขึ้น เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลามีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ยากที่จะปล่อยให้เกิดการปนเปื้อนเช่นนี้ หากมีการปนเปื้อนจริงตั้งแต่ต้น ป่านนี้คงระบาดไปหลายจังหวัดในภาคอีสานแล้ว แต่นี่มีแค่กาฬสินธุ์ที่เดียว"

นายนิกรตั้งข้อสังเกตสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ตัวเลขปลาหมอคางดำที่จับได้ถึง 111 ตัวในพื้นที่กว้างใหญ่ของเขื่อนลำปาวนั้น นายนิกรเชื่อว่าเป็นเพียงส่วนน้อยของจำนวนจริงที่อาจซ่อนอยู่ในแหล่งน้ำ หากภาครัฐไม่เร่งดำเนินการกำจัดอย่างทันท่วงที มีความเป็นไปได้สูงที่การระบาดจะลุกลามมาถึงหน้าเขื่อนลำปาว และแพร่กระจายไปตามสายน้ำและแหล่งน้ำทั่วไปในไม่ช้า
ท่ามกลางความกังวล กลับมีมุมมองที่น่าสนใจจากชาวประมงในพื้นที่ ที่มองว่าปลาหมอคางดำก็เป็นอาหารได้เหมือนปลาทั่วไป และหากมันขยายพันธุ์เข้ามาจริง ก็อาจกลายเป็นแหล่งอาหารเสริมในยามที่ปลาธรรมชาติในแหล่งน้ำลดลงทุกวัน
นายนิกรกล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า ตนและเพื่อนบ้านผู้ประกอบอาชีพประมงได้เตรียมอุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำตามภูมิปัญญาชาวบ้านไว้พร้อมแล้ว ทั้งตุ้ม ตาข่าย แห และเบ็ดราว พร้อมยกกรณีศึกษา "หอยเชอรี่" ที่เคยระบาดหนักในอดีต แต่สุดท้ายแทบสูญพันธุ์ เพราะถูกคนอีสานจับกินจนหมด เป็นเครื่องยืนยันว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน หากปลาหมอคางดำกล้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ ก็คงหนีชะตากรรมเดียวกัน กลายเป็น "ปลาร้า" บนโต๊ะอาหารของคนอีสานในที่สุด

ส่วนการพบปลาหมอคางดำ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 69 ล่าสุดมีรายงานว่าชาวประมงบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ จับปลาหมอคางดำได้เพิ่มอีก 7 ตัว อยู่ที่บริเวณด้านตอนเหนือเขื่อนลำปาว ด้วยตาข่ายดักปลา ทำให้ปัจจุบันมียอดสะสมแล้ว 118 ตัว ทั้งนี้สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า ปลาหมอคางดำที่พบ ยังคงปรากฏเป็นปลาเพศเมียที่มีไข่ จำนวน 12 ตัว แต่ละตัวมีความหนาแน่นของจำนวนไข่ประมาณ 200-400 ฟอง ที่ยืนยันว่ายังไม่พบว่ามีปลาหมอตัวผู้อมไข่หรือตัวลูกปลาไว้ในปาก ดังนั้นการที่ไม่พบลูกปลาหมอคางดำขนาดเล็ก จึงยังถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ยังไม่เข้าข่ายว่ามีการระบาดรุนแรง อีกทั้งปลาหมอคางดำที่พบทุกตัว เจ้าหน้าที่กรมประมง ได้ตัดตัวอย่างคีบปลาหมอคางดำ เพื่อส่งตรวจดีเอ็นเอ ที่ศูนย์พัฒนาวิจับประมงน้ำจืด กรมประมง เพื่อหาแหล่งที่มาว่าปลาหมอคางดำที่ระบาดในเขื่อนลำปาวมี ชนิดดีเอ็นเอ ตรงกับปลาหมอคางดำที่ระบาดไปแล้วหรือไม่ ที่ยังคงรอผลยืนยันการตรวจจากกรมประมงต่อไป.

นครพนมเดินหน้าประชาสัมพันธ์ยุคใหม่ “เรื่องราวที่ทรงพลัง ไม่ใช่เสียงที่ดังกว่า แต่คือเรื่องราวที่กินใจกว่า”
1720
ข่าวประชาสัมพันธ์

"ตั้ม บ้าพลัง” บุก บช.ก. แจ้งความ กกต.เสียงข้างมาก ปมมติคดีฮั้วสว. จี้สอบการปฏิบัติหน้าที่“
2188


บุรีรัมย์ ปืนเถื่อนยิงแสกหน้าพลทหารดับหน้าบ้าน หลาน 17ซวย ถูกลูกหลงเจ็บ คาดเขม่นคู่อริ






