ชาวบ้านบ้านฉางยื่นหนังสือจี้ “Galaxy Data Center” แจงผลกระทบ หวั่นโครงการยักษ์กระทบสิ่งแวดล้อม-ชุมชน
12 กันยายน 2569 เวลา 14:00:00
1668
ระยอง – ชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงผู้บริหารบริษัท กาแลคซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด หรือ “Galaxy Data Center” ขอทราบข้อมูลและแนวทางบริหารจัดการผลกระทบจากโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ หลังประชาชนมีความห่วงใยว่าโครงการอาจใช้ทรัพยากรในพื้นที่จำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ย. 2569 ที่บริเวณริมถนนสุขุมวิท ปากทางเข้าโรงงานดาต้า เซนต์เตอร์ หมู่ 6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ตัวแทนประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ อ.บ้านฉาง รวมถึงชุมชนโดยรอบโครงการ เดินทางมายื่นหนังสือถึงบริษัท กาแลคซี่ ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด โดยมี นางเสาวนีย์ วอขวา แกนนำภาคประชาชน เป็นตัวแทนยื่นหนังสือให้แก่ นายกรวัฒน์ รุพรรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท Galaxy Data Center เพื่อขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ตลอดจนมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ มี นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล หัวหน้าพรรคศรัทธา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดระยอง ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นางเสาวนีย์ วอขวา แกนนำภาคประชาชน กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการขอข้อมูลจากบริษัท Galaxy Data Center ซึ่งเป็นโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่และมีความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้ประชาชนและผู้นำชุมชนเกิดความห่วงใยและกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จึงต้องการให้บริษัทให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างบริษัทกับชุมชน
โดยประชาชนขอให้บริษัทชี้แจง ปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดของโครงการ รวมถึงมาตรการรองรับกรณีเกิดภัยแล้งหรือภาวะขาดแคลนน้ำ เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนระบบบำบัดและการจัดการน้ำเสีย รวมถึงแนวทางการปล่อยน้ำทิ้งว่าเกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำหรือลำรางสาธารณะหรือไม่
นอกจากนี้ ยังขอทราบ ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า คลังน้ำมันที่ฝังอยู่ใต้ดิน และแผนบริหารจัดการพลังงาน ของโครงการ รวมถึงมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศ ฝุ่น ควัน และก๊าซจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนมาตรการควบคุมเสียงจากเครื่องจักรและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

ประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับ ความร้อนจากระบบระบายความร้อนของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จึงขอทราบแนวทางป้องกันไม่ให้ความร้อนส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ รวมถึงความปลอดภัยในการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมาก ระบบป้องกันการรั่วไหล และระบบป้องกันอัคคีภัยภายในพื้นที่จัดเก็บเชื้อเพลิง ซึ่งเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดตลอด 24 ชั่วโมง นั่นคือปัญหาใหญ่ที่ทางบริษัทไม่ได้ออกมาชี้แจงให้กับชาวบ้านได้รับทราบข้อมูล
ขณะเดียวกัน ยังขอให้บริษัทชี้แจง มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบโครงการ

ตัวแทนประชาชนระบุว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนและสาธารณชนควรได้รับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจ ลดความกังวล และนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างบริษัทกับชุมชน พร้อมขอให้บริษัทพิจารณาจัดเวทีพบปะเพื่อชี้แจงข้อมูลและทำความเข้าใจร่วมกับตัวแทนชุมชนในโอกาสที่เหมาะสม รวมถึงการขออนุญาติก่อสร้างโรงงานที่มีเนื้อที่ใช้สอยเกินตามที่กฎหมายกำหนด และขออนุญาติจากกสทช.แล้วหรือไม่
ทั้งนี้ ประชาชนจะติดตามความคืบหน้า รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการบริหารจัดการทรัพยากรของโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป.


