นครพนม-"มท.2" ปูเสื่อเปิบข้าวร่วม ชรบ.หลังลาดตระเวนชายแดนแม่น้ำโขง เน้นสกัดกั้น สิ่งผิดกฏหมาย
18 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:21:00
19
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.50 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาด ไทย (มท.2) ลงพื้นที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง บริเวณตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามการดำเนินงานของ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และด้านการรักษาความมั่นคงชายแดน และการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มท.2 ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานของจังหวัดนครพนม พร้อมติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองที่บูรณาการความร่วมมือในการลาดตระเวน และเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด และการกระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ พร้อมได้เน้นย้ำการจัดกำลังลาดตระเวนทั้งทางน้ำ ริมตลิ่ง รวมถึงพื้นที่ชั้นใน ควบคู่กับการใช้หอสังเกตการณ์และเทคโนโลยีสนับสนุน อาทิ กล้องส่องทางไกลประสิทธิภาพสูงและไฟส่องสว่างเพื่อลาดตระเวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง มท.2 ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นตรงริมตลิ่ง ร่วมกับสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อมอบขวัญ และกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่เสียสละและปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติด รวมถึงการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประชาชน.










