ตัวแทนผู้เสียหายยื่นเอกสารตรวจสอบมูลนิธิเป็นหนึ่ง พบสลิปโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว จี้สอบเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน
19 กันยายน 2569 เวล า 12:40:00
1714
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 กันยายน 2569 ที่สภ.บางบัวทอง นายภูวกร ศรีเนียน พร้อมด้วย น.ส.บุญยนุช แสงศรี เจ้า ของเพจออยศรีและผองเผือก / บริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจาก นายวิษรุษ มณีรัตน์ หรือ “ทนายเก่ง” (อดีตทนายความของ เอ๋ มิรา) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ อาทิ การบริจาคเงินให้กับ “มูลนิธิเป็นหนึ่ง“ ,เอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของมูลนิธิฯ พร้อมข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขั้นตอนการเปิดรับบริจาค และพฤติกรรมความผิดปกติในการใช้จ่ายเงินบริจาค มอบให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด
นายภูวกร ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ร้บมอบอำนาจจาก “ทนายเก่ง” ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้พิจารณาดำเนินคดีกับ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ในข้อหาฉ้อโกงหรือฉ้อโกงประชาชน หลังพบเบาะแสและความไม่โปร่งใสในการดำเนินงานของ “มูลนิธิเป็นหนึ่ง” สืบเนื่องจากทนายเก่งทราบภายหลังว่า ต้นอ้อได้ยอมรับสารภาพต่อศาลแขวงนนทบุรี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ว่าได้ทำการปลอมลายเซ็นในเอกสารจัดตั้งมูลนิธิเป็นหนึ่งจริง ทนายเก่งจึงเห็นว่ามูลนิธิดังกล่าวขาดความชอบธรรมในการดำรงอยู่ตั้งแต่เริ่มต้น และรู้สึกว่าถูกปกปิดข้อมูล จึงมอบอำนาจให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหลักฐานสำคัญที่นำมามอบให้พนักงานสอบสวน ประกอบด้วย 1.หนังสือมอบอำนาจจากทนายเก่ง 2.สลิปการโอนเงินบริจาค 3.รายงานเคลื่อนไหวทางบัญชี (Statement) ของมูลนิธิเป็นหนึ่ง ซึ่งได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านกระบวนการศาล

จากการตรวจสอบ Statement ดังกล่าว พบความผิดปกติอย่างร้ายแรง โดยมีรายการโอนเงินบริจาคจากบัญชีมูลนิธิเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของประธานมูลนิธิมากถึง 70–80 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าเกือบครึ่งหนึ่งของเงินบริจาคทั้งหมด ก่อนจะมีการโอนต่อไปยังบัญชีอื่น ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสและต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด
หลังจากต้นอ้อให้การรับสารภาพต่อศาลแขวงนนทบุรีว่าปลอมลายเซ็น ศาลจึงมีคำสั่งรอการกำหนดโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี และเนื่องจากอัยการไม่ยื่นอุทธรณ์ ทำให้คดีถือเป็นอันสิ้นสุด ปัจจุบันเรื่องอยู่ในขั้นตอนของนายทะเบียนจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี) ในการรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการพิจารณายื่นเรื่องยุบ “มูลนิธิเป็นหนึ่ง” ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานราชการ เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 แต่ในระหว่างที่คดีดำเนินอยู่ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 หัวหน้าพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี กลับส่งหนังสือเชิญต้นอ้อไปร่วมงาน “สตรีสร้างสรรค์” จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ส่งผลให้หัวหน้าพัฒนาชุมชนฯ ต้องทำหนังสือชี้แจงและอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ตนในฐานะตัวแทนผู้รับมอบอำนาจได้เรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลสถานะคดีอย่างตรงไปตรงมาและโปร่ง ใส เนื่องจากต้นอ้อเป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ สื่อมวลชน และประชาชน การปิดบังข้อมูลคดีอาจสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดแก่ผู้ร่วมงานและสังคมในวงกว้างได้

น.ส.บุญยนุช ที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด กล่าวว่า ตนได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคดีปลอมลายเซ็นเปิดบัญชีบริจาคในอดีต หลังพบความผิดปกติเรื่องการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนทั้งชื่อ นามสกุล และเลขบัญชีปลายทางที่มีการโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวและคนในครอบครัว พร้อมตั้งคำถามว่านำเงินไปใช้ตรงตามวัตถุ ประสงค์หรือไม่ ตนมองว่าเมื่อได้รับความเชื่อใจจากสังคมไปแล้ว ควรกล้าเปิดเผยความจริง ตนอยากฝากสื่อมวล ชนไม่ควรมุ่งเน้นให้ความสำคัญเฉพาะมูลนิธิใด แต่ให้ยึดความถูกต้องเป็นหลักมากกว่าขนาดหรือความดังของมูลนิธิ
เบื้องต้น อยู่ระหว่างรอตรวจเอกสารบัญชีที่ยื่นต่อรัฐ หากข้อมูลไม่ตรงกับ Statement ผู้รับรองต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย โดยได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว หากเจ้าหน้าที่ละเลยจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 การตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ จำเป็นต้องทำบนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่ชัดเจน และหวังว่าสังคมจะช่วยกันจับตาดูความโปร่งใสขององค์กรการกุศลอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน.

เยาวชนไทย 27 คนบินลัดฟ้าร่วมแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 นครเซี่ยงไฮ้
1932
ข่าวประชาสัมพันธ์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เพื่อพิจารณาเห็นชอบผู้ที่สมควรได้รับทุนการศึกษา จำนวน 7 คน
1834


ที่นี่เมืองคอน !! 2 คนร้ายรับงานบุกยิงถล่มถี่ยิบร้านเครื่องสำอาง “คลังจันทร์เจ้า” สุดอุกอาจกลางเมืองคอน-วงจรปิดจับภาพชัด




