top of page

ผงะ!! บุกตรวจโรงงานเก่ามาบตาพุด พบน้ำเสียกรดจัดปนโลหะหนักค้างบ่อ 667 คิว 2 บริษัทโต้ปม ใครต้องรับผิดชอบ?!?

6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18:50:00

2474

eye.png
ผงะ!! บุกตรวจโรงงานเก่ามาบตาพุด พบน้ำเสียกรดจัดปนโลหะหนักค้างบ่อ 667 คิว 2 บริษัทโต้ปม ใครต้องรับผิดชอบ?!?

ภูมิภาค

ระยอง – หน่วยงานรัฐสนธิกำลังตรวจสอบโรงงานเก่าในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังพบสารเคมีและน้ำเสียตกค้างในบ่อคอนกรีตจากกระบวนการชุบเคลือบโลหะ ผลตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นชวนผงะ พบสภาพน้ำเป็นกรดจัด ค่า pH ต่ำกว่า 1.0 ถึง 4.8 แถมพบโลหะหนักหลายชนิด ทั้งสังกะสี แคดเมียม นิกเกิล และแมงกานีส สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่นำมาเปรียบเทียบ ขณะที่สำรวจพบน้ำปนเปื้อนตกค้างรวมประมาณ 667 ลูกบาศก์เมตร ด้าน 2 บริษัทอดีตเจ้าของโรงงานและผู้เช่าพื้นที่รายใหม่ต่างชี้แจงข้อเท็จจริงคนละมุม ปมความรับผิดชอบยังไม่ลงตัว จังหวัดสั่งคุมพื้นที่เร่งด่วน เตรียมสูบน้ำเก็บใส่ถังเฉพาะ ห้ามเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ รอผลตรวจยืนยันและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย


เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง หน่วยเคลื่อนที่เร็ว สนธิกำลังร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณโรงงานเดิมของบริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล จำกัด เลขที่ 7 ถนน I-5 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการพบสารเคมีและน้ำเสียตกค้าง สร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล จำกัด หรือ Scandic เดิมประกอบกิจการผลิตและชุบเคลือบโลหะ แต่หยุดเดินเครื่องจักรมาประมาณ 5 ปี ก่อนขายทรัพย์สินโรงงานให้บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด หรือ NS-SUS เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 และคืนสิทธิการใช้ที่ดินให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก่อนที่บริษัท NS-SUS จะเข้าทำสัญญาเช่าพื้นที่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและปรับปรุงพื้นที่


กระทั่งระหว่างการรื้อถอน ผู้รับเหมาพบน้ำผุดเข้ามาภายในบ่อคอนกรีตเดิม ซึ่งเป็นบ่อที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการล้างผิวโลหะด้วยสารเคมีก่อนการชุบเคลือบ พบคราบสารเคมีตกค้างอยู่ภายใน จึงเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ผลปรากฏว่าน้ำมีความเป็นกรดสูงและพบโลหะหนักหลายชนิด ก่อนประสานบริษัท Scandic ให้เข้าร่วมหาแนวทางแก้ไข แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงเรื่องความรับผิดชอบได้

กล่องสีขาว.jpg

โดยบริษัท Scandic ชี้แจงว่า ก่อนขายทรัพย์สินได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วน และนำน้ำเสียจากกระบวนการผลิตไปบำบัดแล้ว เดิมมีแผนจะรื้อถอนบ่อคอนกรีต พร้อมนำคราบสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนที่แห้งติดอยู่ภายในไปจัดการตามกฎหมาย แต่ภายหลังตกลงขายทรัพย์สินให้ NS-SUS ตามสภาพ โดยให้ผู้ซื้อดำเนินการรื้อถอนส่วนที่เหลือเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ระหว่างผู้รับเหมาของบริษัท NS-SUS รื้อถอนผนังบ่อ มีน้ำผุดเข้ามาสัมผัสคราบสารเคมีเดิม จนอาจกลายเป็นน้ำปนเปื้อนที่ตรวจพบ


ขณะที่บริษัท NS-SUS ชี้แจงว่า ระหว่างรื้อถอนบ่อคอนกรีตพบมีน้ำผุดเข้ามาภายใน จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ และเมื่อพบว่ามีความเป็นกรดสูงพร้อมโลหะหนักหลายชนิด ได้แจ้งให้บริษัท Scandic เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา แต่การเจรจายังไม่สามารถหาข้อยุติได้


สำหรับผลตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ SCG ซึ่งบริษัท NS-SUS ว่าจ้างให้เก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 จำนวน 4 จุด พบว่าน้ำในบ่อมีค่า pH ต่ำกว่า 1.0 ถึง 4.8 สะท้อนสภาพความเป็นกรดสูง อีกทั้งพบโลหะหนักหลายชนิด โดยเฉพาะสังกะสี แคดเมียม นิกเกิล และแมงกานีส มีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งที่นำมาเปรียบเทียบ ส่วนตัวอย่างดินบริเวณบ่อยังพบสังกะสีสูงกว่าเกณฑ์อ้างอิงอีกด้วย

กล่องสีขาว.jpg

นอกจากนี้ จากการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นยังพบน้ำตกค้างในบ่อคอนกรีตและร่องน้ำรวมประมาณ 667 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นบ่อด้านนอกไม่มีสแลนปกคลุมประมาณ 182 ลูกบาศก์เมตร บ่อที่มีสแลนปกคลุมประมาณ 12 บ่อ รวม 304 ลูกบาศก์เมตร ร่องน้ำรอบบ่อประมาณ 165 ลูกบาศก์เมตร และบ่อขนาดเล็กมีสแลนปกคลุมอีก 2 บ่อ รวมประมาณ 15.4 ลูกบาศก์เมตร


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ย้ำว่า ผลตรวจดังกล่าวเป็นการตรวจตัวอย่างน้ำที่ตกค้างอยู่ภายในบ่อ ไม่ใช่ตัวอย่างน้ำที่ระบายออกสู่ภายนอกพื้นที่ และขณะนี้ยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่ามีน้ำเสียรั่วซึมลงสู่ชั้นดินหรือน้ำใต้ดิน จึงต้องเร่งตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน


ภายหลังการตรวจสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบโรงงาน พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำเพิ่มเติมส่งตรวจวิเคราะห์ เพื่อจำแนกประเภทสารปนเปื้อนและพิจารณาว่าเข้าข่ายวัตถุอันตรายตามกฎหมายหรือไม่ โดยคาดว่าจะทราบผลภายในประมาณ 1 เดือน


ส่วนมาตรการเร่งด่วน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะมีหนังสือแจ้งบริษัท NS-SUS ในฐานะผู้เช่าพื้นที่ปัจจุบัน ให้จัดทำแผนป้องกันและควบคุมพื้นที่บริเวณบ่อคอนกรีต พร้อมวางแผนสูบน้ำปนเปื้อนไปจัดเก็บในถัง IBC ซึ่งเหมาะสมกับคุณสมบัติของน้ำ โดยห้ามเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่จนกว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

กล่องสีขาว.jpg

เบื้องต้นให้เร่งจัดการบ่อด้านนอกที่ไม่มีสแลนปกคลุมก่อน เนื่องจากมีโอกาสรับน้ำฝนเพิ่มขึ้น ก่อนทยอยดำเนินการกับบ่ออื่นตามลำดับ โดยต้องประเมินความปลอดภัย วิธีสูบย้าย และภาชนะรองรับให้เพียงพอ พร้อมป้องกันไม่ให้น้ำไหลหรือผุดเข้ามาในบ่อเพิ่มเติม ทั้งนี้ บริษัท NS-SUS ต้องส่งแผนดำเนินการภายใน 3 วันนับแต่ได้รับหนังสือ และจะมีผู้แทนหน่วยงานราชการเข้าร่วมสังเกตการณ์


ขณะเดียวกัน สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจะประสานหน่วยงานตรวจสอบอิสระ หรือ Third Party เก็บตัวอย่างน้ำในบ่อ ดินบริเวณโดยรอบ และน้ำใต้ดินจากจุดติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินของนิคมฯ เพื่อประเมินว่ามีการปนเปื้อนกระจายออกไปนอกบ่อหรือไม่


ส่วนประเด็นความรับผิดชอบ การนิคมอุตสาหกรรมฯ จะทำหนังสือถึงบริษัท Scandic และ NS-SUS แยกกัน เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมนำส่งเอกสารประวัติการจัดการน้ำเสียและสารเคมีเดิม สภาพบ่อก่อนและหลังส่งมอบ ข้อตกลงซื้อขายทรัพย์สิน ตลอดจนขั้นตอนการรื้อถอน เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละฝ่ายมีส่วนเกี่ยวข้องและต้องรับผิดชอบอย่างไร


ด้านกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ความเห็นว่า ปัจจุบันบริษัท Scandic ไม่มีสถานะทะเบียนโรงงานแล้ว ส่วน NS-SUS ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ประกอบกิจการคลังสินค้า จึงต้องพิจารณาขอบเขตอำนาจตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยต้องรอผลตรวจวิเคราะห์และข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อนกำหนดแนวทางดำเนินการ


ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันจะติดตามควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด เร่งตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และหามาตรการจัดการน้ำเสียกับสารปนเปื้อนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนข้อสงสัยเรื่องการปนเปื้อนลงสู่ดินและน้ำใต้ดิน รวมถึงความรับผิดชอบของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ยังต้องรอผลตรวจสอบและพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนสรุปข้อเท็จจริง.

กล่องสีขาว.jpg

ตระการตา!! ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณฯ

3520

eye.png

ข่าวประชาสัมพันธ์

กล่องสีขาว.jpg

“ชัยชนะ” จี้รัฐบาลอัดงบลอกร่องน้ำท่าเรือปัตตานี แก้เรือลำใหญ่เข้าไม่ได้ ชี้ปล่อยยืดเยื้อทำประมงชายแดนใต้เสียโอกาส

2644

eye.png
“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์
ตร.สำโรงเหนือ แกะรอยเดือนกว่า รวบโจรสายเปย์ฉกทอง 10 บาท ขายได้เงินกว่าครึ่งล้าน ซื้อรถเปย์สาวเที่ยวจนเกลี้ยง

ตร.สำโรงเหนือ แกะรอยเดือนกว่า รวบโจรสายเปย์ฉกทอง 10 บาท ขายได้เงินกว่าครึ่งล้าน ซื้อรถเปย์สาวเที่ยวจนเกลี้ยง !!

อาชญากรรม

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

ไอที-ยานยนต์

“กระทรวงวัฒนธรรม” ผนึกกำลัง "TikTok" เปิดมิติใหม่การสื่อสารวัฒนธรรมไทยในยุคดิจิทัล ขับเคลื่อนพลังคอนเทนต์สร้างสรรค์

1847

eye.png

2743

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวภูมิภาคทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

อบจ.อุดรธานี ร่วมสัมมนา เนื่องในวันผังเมืองโลก พ.ศ.2569 ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13:12:00

2588

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ วุฒิสภา ลุยสมุทรสาคร ตรวจ 3 โรงงาน สางปัญหากากอุตสาหกรรม

6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09:30:00

2383

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นครพนมจัดสัมมนา วันผังเมืองโลก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ผังเมืองไทย กับโลกที่เปลี่ยนแปลง”

6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:00:00

2510

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

เหตุระทึก !!! รถตู้รับส่งพนักงานโรงพยาบาลยันฮี เสียหลักชนเสาไฟฟ้า เจ็บ 8

5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 21:15:00

3109

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นับถอยหลังสู่งานประเพณี "สิบสองมนล่องผ่องไต" ประจำปี 2569

6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:00:00

2866

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

รู้แล้วทึ่ง!! สื่อยะลาบุกเยี่ยมอดีตผู้ว่าฯ หลังเกษียณ เปิดใจเคลียร์ฉายา “คนมี 3 บ้าน” ยันรักเมียเดียว รักครอบครัวที่สุด

5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20:20:00

2512

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

“ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” บุกเมืองคร ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำคลองกะทูน พร้อมรับมืออุทกภัย

6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09:30:00

3090

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

มูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ ให้ทหารผ่านศึก วิสาหกิจชุมชน และโรงเรียน สร้างชีวิตยั่งยืน

5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20:00:00

2423

eye.png
bottom of page